3
"คุณหนู... รถม้าจอดแล้วเจ้าค่ะ"
เสียงอาอี่กระซิบเรียกเบาๆ ดึงสติของจ้าวเจียพ่านให้ลืมตาขึ้น
ภาพความทรงจำในชาติก่อนซ้อนทับเข้ามาในความคิดอย่างรวดเร็ว... หลังจากนางแต่งงานเข้าจวนโหวได้ไม่นาน ข่าวร้ายเรื่องมารดาเสียชีวิตก็ถูกส่งมาถึง ทว่าในคืนที่นางถูกขังอยู่ในห้องเก็บฟืน จ้าวเจียเพ่ยกลับยิ้มเยาะแล้วเฉลยความจริงอันเหี้ยมโหด มารดาของนางไม่ได้ป่วยตายตามธรรมชาติ แต่ถูกฮูหยินรองผสม 'พิษกัดกร่อนหัวใจ' ทีละน้อยลงในยารักษาอาการป่วย จนพิษสะสมในร่างกายและคร่าชีวิตท่านแม่ไปอย่างเลือดเย็น!
ในชีวิตที่แล้ว ฉินสวินเคยต้องพิษชนิดนี้จากการถูกลอบทำร้าย ร่างกายเขาทรมานเจ็บปวดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ในตอนนั้นจวนโหวต้องพลิกแผ่นดินหา 'หญ้าปราณมังกร' สมุนไพรหายากขั้นสูงที่มีสรรพคุณล้างพิษสะสมและฟื้นฟูกระดูกเส้นเอ็นมาช่วยชีวิตเขาไว้ได้
เจียพ่านจำได้ขึ้นใจว่า หญ้าปราณมังกรต้นนั้น ฉินสวินได้มาจากหมอเถื่อนแห่งตลาดมืดในราคาสูงลิ่ว!
ชาตินี้... ในเมื่อข้าจำเส้นทางและสถานที่ได้ก่อน ยาสมุนไพรชิ้นนี้ต้องตกเป็นของข้า เพื่อนำไปรักษาท่านแม่ให้หายขาด และฉีกหน้าหน้ากากงูพิษของฮูหยินรองให้กระจัดกระจาย!
"เอาผ้าคลุมหน้ามาให้ข้า" เจียพ่านเอ่ยเสียงเรียบ
อาอี่ยื่นหมวกสานที่มีผ้าม่านสีขาวปิดทับใบหน้าให้ผู้เป็นนายด้วยมือที่สั่นเทา ทั้งสองก้าวลงจากรถม้า เดินเข้าสู่ตรอกมืดมนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนปิดบังหน้าตา บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยกลิ่นไอของควันยาสูบและของเถื่อน เสียงเสนอราคาดังพึมพำชวนขนลุก
อาอี่เดินเกาะแขนเสื้อเจียพ่านแน่น ตัวสั่นเป็นลูกนก ต่างจากเจียพ่านที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง สายตาใต้ผ้าม่านมืดสแกนมองป้ายร้านค้าตามความทรงจำ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าเรือนไม้เก่าแก่ทรุดโทรมท้ายตลาดมืด
ป้ายไม้หน้าเรือนสลักตัวอักษรหยาบๆ ว่า 'หอไร้ชื่อ'
"คุณหนู... ที่นี่ดูน่าน่ากลัวจังเลยเจ้าค่ะ" อาอี่กระซิบเสียงเครือ
"อยู่ข้างหลังข้าไว้"
เจียพ่านผลักประตูไม้เสียงดัง ครืด เดินตรงเข้าไปด้านใน ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นสมุนไพรแปลกประหลาดที่ลอยเตะโชยมารวมกัน ชายแก่ร่างทอดถอน ชายเสื้อปานปานปักเข็มเงินนั่งเคี้ยวยาอยู่หลังโต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือนด้วยสายตาเย็นชา
"ที่นี่ไม่รับรักษาคน... อยากได้ยาพิษหรือยาช่วยชีวิต ก็ว่าราคามา" หมอเถื่อนเอ่ยเสียงแหบแห้ง
เจียพ่านไม่เสียเวลาเอื้อนเอ่ยไร้สาระ พร้อมกับเอ่ยชื่อสมุนไพรออกมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"ข้าต้องการ 'หญ้าปราณมังกร' ที่ท่านเพิ่งได้มาจากทางใต้เมื่อสามวันก่อน"
คำพูดของนางทำเอาหมอเถื่อนชะงักกึก สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจและหวาดระแวงทันที เพราะหญ้าปราณมังกรต้นนี้ เขาเพิ่งได้มาเงียบๆ และยังไม่เคยบอกใคร!
"หญ้าปราณมังกรเป็นสมุนไพรหายากที่รักษาพิษได้ทุกชนิดบนโลก สิบปีจะออกเพียงหนึ่งดอกเท่านั้น ยิ่งเป็นของหายาก ราคามันก็ยิ่งสูงนะ เจ้าสู้ไหวไหมล่ะ"
หญิงสาวยิ้มมุมปาก ก่อนจะยกมือขึ้นวางถุงเงินหนักอึ้งลงบนโต๊ะ หมอเถื่อนชะงักกึก สายตาปรอดโปร่งขึ้นมาทันทีขณะจ้องมองหญิงสาวและถุงเงินที่หนักอึ้งตรงหน้า เขาขยับตัวลุกขึ้นไปหยิบกล่องไม้แกะสลักเก่าแก่มาจากหลังตู้ เมื่อเปิดออก กลิ่นหอมเย็นแปลกประหลาดของ 'หญ้าปราณมังกร' ก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วห้อง
ทว่า ในจังหวะที่เจียพ่านกำลังจะยื่นมือไปรับกล่องสมุนไพร เสียงฝีเท้าหนักแน่นและรวดเร็วก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง!
"ช้าก่อนท่านหมอ!"
อาอี่ตกใจจนสะดุ้งโหยง รีบขยับมาอยู่หลังผู้เป็นนายตามสัญชาตญาณ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดดำรัดกุมพร้อมดาบคู่กายก้าวเข้ามาในร้านอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายฉายแววตึงเครียดและรีบร้อน ทว่ากิริยาท่าทางกลับแฝงความนอบน้อม ไม่คิดจะใช้อำนาจบีบบังคับหรือหักหาญแย่งชิง หลังจากได้รู้ว่านางได้จ่ายเงินซื้อสมุนไพรล้ำค่าชิ้นนั้นไปก่อนแล้ว
เขาก็โค้งกายให้เจียพ่านอย่างสุภาพด้วยความจริงใจ "แม่นาง... ข้าต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ต้องขัดจังหวะ ทว่าสมุนไพรต้นนี้มีความสำคัญต่อชีวิตของนายท่านข้าเป็นอย่างมาก นายท่านของข้าเพิ่งเดินทางกลับมาจากจิ่งโจวและถูกศัตรูลอบทำร้ายด้วยธนูพิษ บัดนี้อาการสาหัสวิกฤตยิ่งนัก... หากแม่นางยินดียกหญ้าปราณมังกรต้นนี้ให้ ข้ายินดีจ่ายเงินให้เป็นสิบเท่า หรือหากแม่นางมีเรื่องเดือดร้อนอันใด ในวันหน้าข้ายินดีตอบแทนให้อย่างเต็มที่!"
เจียพ่านขมวดคิ้วเบาๆ ใต้ผ้าม่านสีขาว ตอนแรกนางตั้งใจจะปฏิเสธอย่างไม่ใส่ใจ เพราะชีวิตของท่านแม่คือสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ทว่าเมื่อนางเพ่งสายตาผ่านผ้าม่านโปร่งทึบ พิจารณาใบหน้าของชายหนุ่มผู้นั้นดีๆ... หัวใจพลันกระตุกวูบ!
โครงหน้าคมเข้ม แผลเป็นเล็กๆ ตรงหางคิ้วขวา... ชายผู้นี้คือ องครักษ์ข้างกายของท่านอ๋องสี่! นามว่า ลั่วเฟิง
ภาพความทรงจำในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในหัวทันที... ในคืนเทศกาลชมดอกไม้ไฟเมื่อชาติก่อน นางเคยพลาดท่าพลัดตกลงไปในแม่น้ำ ยามที่กำลังจะจมดิ่งลงสู่ความมืดมิด มีบุรุษผู้หนึ่งดิ่งลงมาช่วยชีวิตนางขึ้นจากน้ำ และเมื่อนางตื่นขึ้นมาข้างสระ ก็เห็นชายหนุ่มชุดดำผู้นี้เดินมาพร้อมกับเอ่ยเรียกเขาด้วยความเคารพว่า... 'ท่านอ๋องสี่'
บุรุษที่ช่วยชีวิตนางในคืนนั้น คือ 'เซียวเยี่ยนเฉิง' หรือ 'เฉิงชินอ๋อง' โอรสองค์ที่สี่ของฮ่องเต้และเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรและทรงอำนาจที่สุดในราชสำนัก! และยังเป็นคู่หมั้นของท่านหญิงอันหลิง ความทรงจำจากชาติตื่นก่อนพลันแล่นพรั่งพรูเข้ามาในหัวดั่งเกลียวคลื่น... วันที่นางถูกชายฉกรรจ์ย่ำยีอย่างทารุณ โดยมีสตรีผู้สูงส่งนั่งมองดูทุกอย่างด้วยสายตาบันเทิงใจ!
คืนนั้นนางจำได้แม่นยำไม่เคยลืม ยามที่เจียพ่านกำลังเดินกลับจวนเพียงลำพัง จู่ๆ รถม้าหรูหราคันหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจอดขวางหน้า ม่านมงกุฎถูกแหวกออก เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเนียนตึงทรงอำนาจของ ท่านหญิงอันหลิง สตรีผู้สูงส่งสง่างามแห่งราชวงศ์ นางส่งรอยยิ้มแฝงพิษร้ายมาให้ ก่อนจะโบกมือเบาๆ เป็นสัญญาณ
เพียงพริบตา ชายฉกรรจ์ร่างยักษ์สองคนก็ปรากฏตัวขึ้น อุ้มนางขึ้นรถม้าแล้วแล่นทะยานไปยังเส้นทางที่มืดๆ ภายในห้องมิดชิดของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง... ณ ที่แห่งนั้น ร่างกายและเกียรติยศของนางถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี ท่ามกลางเสียงหัวเราะและสายตาของท่านหญิงอันหลิง ที่นั่งจิบชาชมดูความอัปยศของนางอย่างเพลิดเพลิน ราวกับกำลังนั่งชมการแสดงงิ้วเรื่องโปรด!
ความอัปยศในวันนั้น ถูกเคี่ยวกรำกลายเป็นไฟแค้นที่แผดเผาอยู่ในอกบัดนี้
เจียพ่านระบายยิ้มเย็น นัยน์ตาเรียวสวยฉายแววเหี้ยมเกรียมแฝงความสะใจ
ช่างฟ้ามีตาโดยแท้... ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาควานหาตัวให้เหนื่อยยากในชาติภพนี้!
เจียพ่านนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาทอประกายล้ำลึกอย่างรวดเร็ว หญ้าปราณมังกรต้นนี้ใช้รักษาพิษสะสมของท่านแม่เพียงครึ่งต้นก็เกินพอ ส่วนอีกครึ่งต้นที่เหลือ... หากนางนำไปช่วยชีวิตเขา นอกเหนือจากจะได้ตอบแทนบุญคุณที่เคยช่วยชีวิตนางในชาติก่อนแล้ว นี่มิใช่โอกาสทองในการแค้นหรอกหรือ!
ริมฝีปากบางใต้ผ้าม่านยกยิ้มเบาๆ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง "หญ้าปราณมังกรต้นนี้ ข้ามีความจำเป็นต้องใช้ครึ่งหนึ่งเพื่อรักษาคนสำคัญ... แต่ส่วนที่เหลือ ข้ายินดีแบ่งให้เจ้า แต่ว่าข้าต้องเป็นคนรักษาเขาเอง"
เบิกตากว้างด้วยความยินดีและซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง และความประหลาดใจ "คงไม่รบกวน แม่นางเพียงมอบมันให้ข้าก็พอ"
เจียพ่านเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้ากลัวว่าข้าจะทำร้ายเจ้านายของเจ้างั้นหรือ"
ลั่วเฟิงก้มหน้า " หามิได้ เพียงแต่เรื่องการบาดเจ็บจะเปิดเผยให้คนนอกรู้ไม่ได้ มิเช่นนั้น อาจเป็นอันตราย"
เจียพ่านเอ่ย "ถ้าข้าเป็นผู้ไม่หวังดี ข้าคงไม่คิดแบ่งสมุนไพรนี้เพื่อรักษานายของเจ้าหรอกนะ แต่เจ้าบอกเองว่านายเจ้าถูกพิษ ถ้ามัวช้า นายเจ้าอาจจะไม่รอดนะ หรือว่าเจ้าต้องการให้เป็นเช่นนั้น"
เจียพ่ายลอบมองท่าทีครุ่นคิดของลั่วเฟิง ครู่เดียวเขาก็ตอบตกลงและยินดีพานางไปยังโรงเตี๊ยมที่ผู้เป็นนายพักอยู่
