ตอนที่8ภาพในอดีต
ตอนที่8 ภาพอดีต
ตำหนักจื่อเยว่
ภายใต้ชายคาลายเมฆของตำหนักจื่อเยว่ กลิ่นบุปผาแห้งลอยอบอวล ผ้าปักลายดอกบัวเบ่งบานอยู่ในกรอบไม้ ขอบไหมถูกเรียงร้อยด้วยเข็มมั่นคงจากพระหัตถ์ของฮองเฮา บรรยากาศอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ
ไม่ช้านัก ขันทีประจำตำหนักก็เร่งฝีเท้าเข้ามาคุกเข่าเบื้องหน้า กล่าวเสียงแผ่วว่า
“ฮองเฮา องค์รัชทายาทมาแล้ว พ่ะย่ะค่ะ”
ฮองเฮาหยุดมือที่กำลังปักลาย เงยพระพักตร์ขึ้นเล็กน้อย พลางพยักหน้าเบา ๆ
“อืม…เชิญเข้ามาเถิด”
ขันทีน้อมรับคำแล้วหมุนตัวกลับไปยังหน้าตำหนัก ทันทีที่ประตูไม้แกะสลักเปิดออก หลี่เหวินเทียนก็ก้าวเข้ามาอย่างสำรวม ฝีเท้ามั่นคง เมื่อมาถึงเบื้องหน้า เขายกมือประสานทำความเคารพด้วยท่าทางเรียบร้อย
“ถวายพระพรเสด็จแม่”
ฮองเฮามองหน้าเขาด้วยแววตาอ่อนโยน ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง
“อืม…มานั่งก่อนเถิด หลายวันมานี้ เจ้าไม่ยอมมาให้แม่เห็นหน้าเลย งานราชกิจมากล้นก็อย่าลืมใส่ใจสุขภาพตัวเองด้วยนะ”
“ขอบพระทัยที่ทรงเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ เสด็จแม่”
หลี่เหวินเทียนเอ่ยพลางประทับนั่งลงอย่างนอบน้อม
ฮองเฮาเปล่งเสียงหัวเราะเบา ๆ สายตาเปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ
“เย็นนี้ แม่ให้ห้องครัวตำหนักในจัดสำรับชั้นเลิศ อาหารบำรุงกำลังล้วน ๆ อย่าเพิ่งรีบกลับตำหนัก ร่วมโต๊ะกับแม่เสียก่อน..เรามิได้พูดคุยกันตามประสาแม่ลูกเสียนาน แม่ยังมีเรื่องจะถามเจ้าอีกมาก”
องค์รัชทายาทคลี่ยิ้มเจือความเคารพในแววตา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
“ได้ พ่ะย่ะค่ะเสดแม่”
ฮองเฮาพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ แล้วยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างอารมณ์ดี
………..
ตำหนักในยามเย็น
สายลมหอบกลิ่นหอมจางจากดอกเหมยพัดเฉลื่อยช้า
หลินชิงอวี้และมู่ถิงถิงย่างเท้าผ่านสวยดอกเหมยที่บานสะพรั่ง มุ่งหน้าสู่ตำหนักขององค์หลีเหยี่ยนถิง ด้วยท่วงท่าสงบนิ่งไม่เร่งร้อน
ขณะเดินเลี้ยวผ่านมุมหนึ่งของตำหนัก ทั้งสองพลันกับนางกำนัลที่เร่งฝีเท้าผ่านมาพอดี ในถาดที่ถืออยู่นั้นมีขวดสุราสองขวดห่อด้วยผ้าแพรสีแดงชาด ริ้วผ้าพลิ้วไหวตามสายลม
สายตาหลินชิงอวี้พลันจับจ้องขวดสุรานั้นด้วยความรู้สึกสะท้านวาบ ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงจิต…ครั้งอดีตในวันนี้ ตนและมู่ถิงถิงเข้าเฝ้าองค์หญิงหลีเหยี่ยนถิงเพื่อพูดคุยและเล่นหมากกัน ไม่นานนักขันทีก็เข้ารายงานกับองค์หญิงอย่างเร่งรีบ เกี่ยวกับองค์รัชทายาทที่ลอบมีสัมพันธ์ต้องห้ามกับพระสนมของฮ่องเต้ และโดนลงโทษให้ไปประจำยังชายแดนใต้
“ชิงอวี้…ชิงอวี้!!”
เสียงของมู่ถิงถิงพลันปลุกนางจากห้วงความคิด หลินชิงอวี้สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองมู่ถิงถิงด้วยแววตาสงบ
“เจ้าไปก่อน เดี๋ยวข้าตามไป”
เสียงนางราบเรียบ หากแฝงไปด้วยความร้อนใจ
กล่าวจบ หลินชิงอวี้ก็หมุนตัวผละออก เดินลับหายไปอีกฝั่งของตำหนักทิ้งให้มู่ถิงถิงยืนมองตามแผ่นหลังบางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความฉงนก่อนจะหันหลังเดินตรงไปยังตำหนักขององค์หญิงหลีเหยี่ยนถิง
….
ตำหนักจื่อเยว่
ยามสนธยา แสงแดดยามเย็นสาดลอดม่านโปร่งสีอ่อนในห้องโถง ตำหนักเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องเขินเบา ๆ บนโต๊ะอาหาร
องค์รัชทายาทหลี่เหวินเทียนทรงประทับนั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับฮองเฮา โต๊ะหยกกลมเบื้องหน้าเต็มไปด้วยอาหารหลากชนิด กลิ่นหอมฟุ้งอบอวล
ไม่นานนัก นางกำนัลสองนางก็ก้าวเข้ามาวางขวดสุราลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะรินใส่จอกหยกให้ทั้งสอง
ฮองเฮาแย้มยิ้มอ่อนโยน เอ่ยเสียงนุ่ม
“สุรานี้ได้มาจากแดนใต้ รสชาตินุ่มลิ้นนัก…เจ้าลองดูสิ”
องค์รัชทายาทยกมือคารวะเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยขึ้น
“ขอบพระทัย พ่ะย่ะค่ะ”
แล้วจึงยกจอกสุราขึ้นจิบ กลิ่นหอมหวานแตะปลายจมูก รสนุ่มลึกไหลผ่านลำคออย่างราบรื่น
“หอมหวาน รสดียิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เหวินเทียนกล่าวพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย
“ชอบก็ดื่มอีกเถิด”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลี่เหวินเทียนดื่มอีกหลายจอก สีหน้าเริ่มแดงระเรื่อ ลมหายใจช้าลงเล็กน้อย ฮองเฮาหันไปพยักหน้าให้ขันทีน้อยที่ยืนรออยู่อย่างลับ ๆ ก่อนจะสลับจอกสุราและเดินออกไปจากตำหนักอย่างรวดเร็ว
“รัชทายาทดูท่าจะเริ่มเหน็ดเหนื่อยแล้ว พาไปพักที่เรือนรับรองเถิด”
ซูกงกงขันทีประจำกายที่ยืนอยู่เคียงข้างค้อมศีรษะรับคำ
“พ่ะย่ะค่ะ”
แล้วจึงเดินเข้าไปประคององค์รัชทายาทอย่างสุภาพ
หลี่เหวินเทียนหาได้ขัดขืนไม่ ปล่อยให้ร่างกายถูกประคองออกจากห้องไปอย่างช้า ๆ
ฮองเฮาทรงทอดพระเนตรตาม พลางหรี่พระเนตรเล็กน้อย สีหน้าเรียบเยือกเย็น รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นอย่างพึงพอใจ
ขันทีพาองค์รัชทายาทหลี่เหวินเทียนมายังห้องรับรองที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ กลิ่นกำยานลอยอบอวล ก่อนจะประคองพระองค์เข้าไปนั่งพักบนเตียงนอน
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเขาจึงค้อมตัวถอยออกมาช้า ๆ ปิดประตูห้องลง แล้วมายืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย และท่าทางที่เต็มไปด้วยความร้อนรน
ในขณะเดียวกัน หลินชิงอวี้ ที่เดินตามหาองค์รัชทายาทหลี่เหวินเทียนมาเนิ่นนาน ก็หยุดยืนเมื่อเห็นท่าทีแปลกประหลาดของขันที นางรีบหลบอยู่ด้านหลังเสาต้นหนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นมองป้ายไม้ด้านบนของเรือน ‘เรือนรับรองลี่ฮวา’
“เรือนรับรองลี่ฮวา”
นางพึมพำแผ่วเบาก่อนจะนึกย้อนไปยังอดีตขันทีน้อยที่มาแจ้งข่าวนั้นเขาก็เอ่ยว่าองค์รัชทายาทเกิดเรื่องที่เรือนรับรองลี่ฮวา..ใช่แล้ว…ต้องเป็นที่นี่แน่นอน
นางเฝ้ามองอย่างระมัดระวัง เพื่อหาจังหวะเข้าใกล้ห้องนั้น
ทันใดนั้นสายตาไหววูบไปเห็นแจกันใบหนึ่งตั้งอยู่ริมผนัง นางก้มลงเก็บก้อนกรวดก้อนหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะข้วางไปยังแจกัน
โครม!
แจกันล้มลงแตกกระจาย เสียงดังสะท้านตำหนัก
ขันทีที่ยืนเฝ้าหน้าห้องสะดุ้งสุดตัว รีบก้าวไปดูต้นเสียง พลางพึมพำอย่างหัวเสีย
“ผู้ใดกัน?!”
เมื่อขันทีเดินออกห่างจากประตู หลินชิงอวี้จึงรีบเร่งก้าวเข้าไปยังหน้าห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว
…….
