
บทย่อ
หลินชิงอวี้เมื่อเห็นจุดจบของตัวเองและครอบครัวที่สุดจะเวทนา… แต่สวรรค์กลับเมมตาให้นางได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง…ครั้งนี้นางจะต้องแก้ไขอดีตให้ได้… ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กลอุบายมากมาย ใครกันแน่เป็นผู้วางหมาก….
ตอนที่1ความลับ
ตอนที่1ความลับ
ปีไห่ซื่อ เดือนหนึ่งตอนต้น
เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวออกจากวังหลวง ลมเย็นพัดผ่านม่าน แพรเบา ๆ จนปลิวไหว เผยให้เห็นใบหน้าของเสนาบดีหลินหยุนเชิง ในวัยราวสี่สิบห้าปี แต่ยังคงสง่างาม เขานั่งนิ่งอยู่ในรถ ดวงตา เหลือบมองทิวทัศน์ภายนอกด้วยสีหน้าเรียบสงบ ขณะนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นโรงน้ำชาหลังหนึ่งตั้งอยู่ไม่ ไกลนัก ป้ายไม้เก่าเขียนว่า ‘เฟิงหวง’ โบกไหวไปตามแรงลม กลิ่น ชาอ่อน ๆ ลอยมาแตะปลายจมูก กลิ่นหอมทำให้เขาเกิดอยากลงไป ลิ้มลอง ก่อนจะสั่งให้รถม้าหยุดลงหน้าร้านเฟิงหวง
“หยุดรถ” เสนาบดีหลินก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าราบเรียบแต่
มั่นคง เดินผ่านประตูไม้แล้วเลือกนั่งริมหน้าต่างชั้นล่าง ไม่นานนัก เสี่ยวเอ้อก็นำถาดกาน้ำชาตรงเข้ามาวางไว้บนโต๊ะไม้อย่างนอบน้อม เสนาบดีหลินหยิบถ้วยชาร้อนเบื้องหน้า ยกขึ้นจิบพลางทอดสายตา มองถนนเบื้องล่าง ดวงตาคมกริบคล้ายจะอ่อนลงเล็กน้อยรู้สึกผ่อน คลาย
ทว่าสิ่งที่อยู่ในสายตาต่อมา กลับทำให้อารมณ์สงบถูก
รบกวน เงาร่างคุ้นตาผู้หนึ่งปรากฏขึ้นตรงทางเข้าร้าน
“องค์ชายรองหลี่จิ่งอวี๋” เขาพึมพำกับตนเองเสียงแผ่ว คิ้วเข้มขมวดเขาหากันด้วย
ความสงสัย ท่าทีของอีกฝ่ายดูรีบร้อน และระแวดระวังผิดปกติ ชำเลืองซ้ายขวาก่อนจะเร่งก้าวเท้าขึ้นบันไดโดยไม่ทันสังเกตเห็นเขา ที่เป็นพ่อตานั่งจิบชาอยู่ เสนาบดีหลินหรี่ตาลงเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
ก่อนจะลุกขึ้นเงียบ ๆ แล้วเดินตามไปยังชั้นสอง จนกระทั่งหยุดยืน อยู่หน้าห้องหนึ่ง ที่แง้มประตูไว้เพียงเล็กน้อย เขาโน้มตัวลงมองลอดผ่านช่องนั้นเข้าไป ภายในห้อง มี
บุรุษสองคนกำลังนั่งพูดคุยกันเงียบ ๆ หนึ่งในนั้นคือหลี่จิ่งอวี่ อีกคน เป็นขุนนางใหญ่ที่เสนาบดีหลินจำได้ว่าเป็นญาติฝั่งมารดาของฝีก ฝ่าย คำพูดที่เล็ดลอดออกมาแม้จะแผ่วเบาแต่พอจับใจความได้
“หากเรารวบรวมกองกำลังทางใต้ได้ อีกไม่นานคงจะต้องมี การเปลี่ยนแปลง” ดวงตาของเสนาบดีหลินเบิกกว้าง เขายืนเงียบอยู่ตรงนั้น ใจเต้นแรงไม่คิดเลยว่าลูกเขยที่ดูอ่อนโยนคนนั้น กำลังคิดต่อแผ่นดิน แม้ว่าหลี่จิ่งอวี๋ จะเป็นบุตรเขยและเป็นถึงองค์ชายรอง แต่ ในสายตาของเสนาบดีหลินนั้นกลับไม่เห็นด้วย เพราะความภักดีต่อ ราชสำนักอยู่เหนือสิ่งอื่นใด เสนาบดีหลินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบหันหลังจากไป
โดยไม่ทันได้สังเกตว่า ที่มุมหนึ่งของระเบียงชั้นสอง ใต้เงาของ ผ้าม่านไม้ไผ่ มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเขาอยู่ ทันทีที่เสนาบดีหลินเดินจากไป ใบหน้าเย็นชาขององค์รักษ์
พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ก่อนจะก้าวเข้าไปคุกเข่ารายงานต่อ เจ้านาย
“องค์ชาย…ท่านเสนาบดีหลินเห็นทุกอย่างแล้วพ่ะย่ะค่ะ” คำรายงานนั้น ทำให้หลี่จิ่งอวี่ชะงักไปชั่วขณะ แววตาฉาย
ความเยือกเย็นขึ้น
“เขาเห็นหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ เขาแอบฟังอยู่หน้าห้องก่อนจะรีบจากไป”
“ส่งคนตามเขาไปจับตาดูทุกย่างก้าว”
“พ่ะย่ะค่ะ”
……….
ยามดึกสงัด ตำหนักองค์ชายรองหลี่จิ่งอวี๋ ภายในห้องหนังสือ หลี่จิ่งอวี๋นั่งอยู่ท่ากลางชั้นหนังสือ สาย ลมเย็นเล็ดลอดเข้ามาทำให้เปลวเทียวไหวตามแรง ก่อนจะปรากฏ ร่างองค์รักษ์ในอาภรณ์สีดำทั้งชุด เดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าก่อนจะ คุกเข่าแล้วยื่นม้วนฎีกาฉบับหนึ่งที่ขโมยมาได้อย่างแนบเนียน “องค์ชาย ฎีกาจากเสนาบดีหลินพ่ะย่ะค่ะ” หลี่จิ่งอวี๋รับมาเปิดออกด้วยความร้อนใจ เมื่ออ่านข้อความ ด้านในแววตาคมก็ฉายแววดุดันไม่รอช้า เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วหมุน กายออกจากห้อง “เตรียมม้า!” เสียงสั่งเฉียบขาด ม้าเร็วตัวหนึ่งถูกจูงออกมาไม่ช้า ร่างสูง
ของหลี่จิ่งอวี๋ ก้าวขึ้นหลังม้าแล้วควบออกจากจวนไปทันที ….
“พระชายา…! พระชายาเพคะ!”
ลี่ซินรีบวิ่งเข้ามาในห้องก่อนจะตรงมาหยุดอยู่เบื้องหน้า
หลินชิงอวี้ที่กำลังนั่งหวีผมอยู่หน้ากระจกทองเหลือง “มีอะไรหรือลี่ซินหน้าตื่นเชียว”
“องค์ชายขี่ม้าออกไปแล้วเพคะ!” หลินชิงอวี้ที่กำลังหวีผมอยู่ชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่สาว ใช้คนสนิทรายงาน พลางถอนหายใจออกด้วยความผิดหวัง เพราะ เมื่อเย็นหลี่จิ่งอวี๋ผู้เป็นสามีนั้นให้คำมั่นเอาไว้แล้วว่าจะมาค้างคืนกับ นางที่นี่
แม้ทั้งสองจะแต่งงานมานานกว่าสามเดือนแล้วแต่ยังมิได้
ร่วมเตียงเคียงหมอน เพราะเขาเอาแต่อยู่ในห้องหนังสือเท่านั้น
……
