ตอนที่6 บ่อน้ำพุร้อน
ตอนที่6 บ่อน้ำพุร้อน
ณ จวนรับรองในวังหลวงขององค์หญิงหลีเหยี่ยนถิง
กลางศาลาริมสระน้ำท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามสาย เสียงหัวเราะใสของสตรีสามนางดังคลอเคล้าสายลมอ่อน หมากรุกบนกระดานขาวดำสลับลวดลายอย่างงดงาม
“บ่อน้ำพุร้อนที่เรือนหลังสวนอุทยาน พึ่งซ่อมแซมแล้วเสร็จ เงียบสงบร่มรื่นนัก พวกเราไปแช่น้ำผ่อนคลายกันดีหรือไม่”
น้ำเสียงนุ่มนวลขององค์หญิงหลีเหยี่ยนถิงเอ่ยขึ้น
หลินชิงอวี้และมู่ถิงถิงพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นตามเสด็จองค์หญิงไปอย่างสนิทสนม
ทั้งสามต่างเป็นสหายร่วมเรียนมาแต่เยาว์ จึงมีความสนิทสนมกัน มักพากันมาสนทนาเล่นหมากที่จวนรับรองขององค์หญิงหลีเหยียนถิง
ไม่นานนักก็ถึงเรือนน้ำพุร้อนหลังสวนอุทยานในหวังหลวง ด้านในตกแต่งด้วยม่านแพรสีอ่อนพลิ้วไหวตามสายลม ทั้งสามเดินเข้าไปผลัดเปลี่ยนอาภรณ์บางเบา เตรียมลงแช่น้ำ
ทว่าในขณะที่หลินชิงอวี้กำลังจะก้าวลงสระ เสียงสนทนาเบา ๆ ของนางกำนัลสองนางกลับดึงความสนใจของนาง ร่างบางหยุดชะงัก
“องค์รัชทายาทก็มาที่นี่ด้วยหรือ?”
หลินชิงอวี้พึมพำกับตนเอง ก่อนจะหันไปหาต้นเสียงนั้น นางรีบสาวเท้าตามหลัง นางกำนัลสองคนที่กำลังเดินถือถาดสมุนไพร ด้วยใจร้อนรนหมายจะถามที่ประทับของ องค์รัชทายาท ทว่าเมื่อเลี้ยวตามมุมหนึ่ง สองนางนั้นกลับหายลับจากสายตา
หลินชิงอวี้เหลียวมองไปรอบด้าน พบบริเวณที่ไม่คุ้นตา จึงจำต้องเดินตามทางเรื่อยไป หวังจะหาทางกลับไปหา องค์หญิงหลีเหยี่ยนถิงกับมู่ถิงถิง ทว่าเมื่อเดินมาหยุดอยู่บ่อน้ำพุแห่งหนึ่ง ซึ่งล้อมรอบด้วยผ้าแพรบางพลิ้ว ร่างนางก้าวเข้าไปโดยไม่ไตร่ตรองนัก
ทันใดนั้น สายตากลมโตก็สบเข้ากับร่างบุรุษผู้หนึ่งที่เอนกายอยู่ในน้ำ ผมยาวสยาย แผ่นหลังเปลือยเปล่าอาบแสง กล้ามเนื้อแน่นตึงผิวขาวราวหยก หัวใจนางพลันสั่นสะท้านเมื่อรู้ว่าตนเข้ามาผิดฝั่ง มือบางรีบวางทาบปิดบังทรวงอกนวล หันกายกำลังจะก้าวเท้า แต่ทันใดนั้นเสียงทุ้มต่ำกลับดังขึ้นจากสระน้ำอย่างม่ทันตั้งตัว
“ฉางอี้…มานวดไหล่ให้ข้า”
เสียงนั้นเด็ดขาดนัก คล้ายไม่เปิดช่องทางให้ปฏิเสธ หลินชิงอวี้ถึงกับชะงักเท้า ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบด้านด้วยความลังเล
“มัวชักช้าอันใดอยู่ รีบเข้ามาสิ”
หลินชิงอวี้จำต้องทรุดตัวลงนั่ง มือเรียวเอื้อมแตะบ่าเปลือยของเขาเบา ๆ แล้วเริ่มนวดอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
ทันทีที่ปลายนิ้วนุ่มสัมผัสผิวกายร้อนระอุ หลี่เหวินเทียนที่หลับตาพักผ่อนอยู่ก็ลืมตาขึ้น ในฉับพลัน มือใหญ่คว้าข้อมือนางไว้ แล้วออกแรงดึงเพียงนิดเดียว ร่างน้อยก็พลันเสียหลักจมลงในบ่อน้ำพุร้อน
หลินชิงอวี้ตกใจสุดขีด รีบกลั้นหายใจ พอพ้นน้ำได้ก็รีบยกมือขึ้นประสานก้มหน้าคำนับ
“หม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะ!”
หลี่เหวินเทียนมองร่างบางตรงหน้า ดวงตาคมกริบจับจ้องอย่างสงสัย
“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
“หม่อมฉัน…มาแช่น้ำเป็นเพื่อนองค์หญิงหลีเหยี่ยนถิงเพคะ”
หลินชิงอวี้รีบตอบเสียงสั่น
ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะเอ่ยสิ่งใดต่อ เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงร้องเรียก
“องค์รัชทายาท!”
ด้วยสัญชาตญาณ หลี่เหวินเทียนรวบร่างบางเปียกชุ่มของหลินชิงอวี้เข้ามาแนบอก มือใหญ่โอบกายบางไว้แน่น เสื้อบางแนบเนื้อของนางเผยให้เห็นเรือนร่างนุ่มนิ่มจนใจบุรุษต้องสั่นไหว
หลินชิงอวี้ตัวแข็งทื่อ ใบหน้าขาวผ่องร้อนผ่าว ภาพในอดีตคืนที่เขากับนางแนบชิดกันอย่างเร่าร้อนพลันผุดขึ้นในห้วงสำนึก
“ไม่มีอะไร…พวกเจ้าออกไป”
หลี่เหวินเทียนออกคำสั่งเสียงเรียบ องค์รักษ์ทั้งสองคำนับแล้วถอยออกห่างออกไปทันที
สายลมพัดผ่านม่านแพรบางเข้ามากระทบร่างบางกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกลิ่นอายสาวอบอวลอยู่รอบกายเขา หลี่เหวินเทียนลดสายตาลงมองดวงหน้างามที่หลบตาอย่างเขินอาย มือหนายกปลายคางมนขึ้นให้สบตากันตรง ๆ ลมหายใจที่อบอุ่นแผ่วเบาอยู่ข้างแก้มนาง
“ขอบพระทัยเพคะ”
หลินชิงอวี้เอ่ยเบา ๆ แล้วเบี่ยงตัวหลบหมายจะเดินจากไป ทว่าพอคิดได้ว่ายังมีเรื่องสำคัญนางจึงหันกลับมาอีกครั้ง
ดวงตากลมโตสบเข้ากับร่างเปลือยเปล่าท่อนบนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นตึง นางลอบกลืนน้ำลาย ยกมือขึ้นประสานแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“องค์รัชทายาทเพคะ สิ่งที่หม่อมฉันกล่าวในวันนั้นล้วนแต่เป็นเรื่องจริง…หม่อมฉันมีข้อพิสูจน์เพคะ”
หลี่เหวินเทียนกระดกสุราในจอก ดวงตาดำลึกล้ำทอดมองนางนิ่งงัน ก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงให้นางพูดต่อ
“อีกสามวัน…พระองค์จะโดนใส่ร้ายว่า…เอ่อ…ว่าลักลอบมีสัมพันธ์กับพระสนมของฝ่าบาท เพคะ!”
ยังไม่ทันจบคำ มือใหญ่ก็ดึงชายอาภรณ์ทำเอาร่างบางเซถลาเข้าสู่อ้อมแขนของเขาทันที มือใหญ่โอบกระชับเอวบางเข้าหาแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่า ร่างสูงโน้มลงขบเม้มต้นคอหอมกรุ่นของนางเบา ๆ ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดหลังใบหู กระซิบเสียงพร่า
“ถ้าหากเจ้ากล่าวเท็จ ข้าจะลงโทษเจ้าด้วยการประหาร”
หลินชิงอวี้ตัวสั่นเทิ้ม ทั้งหวาดกลัวทั้งสั่นไหวไปกับสัมผัสร้อนแรงนั้น สายตาคมจับจ้องร่างบางที่ดูสั่นเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ มือใหญ่ช้อนร่างบางขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม ก้าวขึ้นจากน้ำพุอย่างสง่างาม ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมหนาสีดำมาคลุมกายให้นางอย่างมิดชิด
“ฉางอี้!”
ไม่นานนัก ร่างสูงในอาภรณ์องค์รักษ์สีเข้มก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโค้งตัวประสานมือรอรับคำสั่ง
“ไปส่งคุณหนูหลินที่สระน้ำขององค์หญิงหลีเหยี่ยนถิง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
ฉางอี้กล่าวจบก็หันไปหาหญิงสาวก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“เชิญทางนี้ขอรับ”
หลินชิงอวี้พยักหน้าก่อนจะ รีบก้าวตามองค์รักษ์ออกไปด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
หลี่เหวินเทียนยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังบอบบางที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในม่านแพรโปร่งบางที่พลิ้วไหวตามสายลมอ่อน ริมฝีปากยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
เขาก้าวกลับลงสู่สระน้ำพุร้อนอีกครา ปล่อยเอนกายพิงขอบหินอ่อน ก่อนจะเอื้อมมือหยิบจอกสุราขึ้น รินสุราลงจนเต็มจอก แล้วจิบลิ้มรสด้วยท่วงท่าผ่อนคลาย ก่อนเสียงทุ้มแผ่วเอ่ยเรียก
“ไป๋มู่ลี่”
เพียงครู่เดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดองค์รักษ์ก็เร่งก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเบื้องหน้า ก็ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม
“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”
“เจ้าไปสืบความสัมผัสระหว่างหลี่จิ่งอวี๋กับหลินชิงอวี้มา”
สิ้นคำสั่ง เพียงสายตาคมกริบตวัดมอง ไป๋มู่ลี่ก็ก้มศีรษะคารวะอย่างเร่งรีบ ก่อนหมุนกายก้าวออกเท้าออกไปทันที
ท่ามกลางไอหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือน้ำ หลี่เหวินเทียนยกจอกสุราขึ้นดื่มอีกครั้ง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ สายตาจับจ้องลวดลายบนจอกอย่างพึงพอใจ
……
