บท
ตั้งค่า

ตอนที่5 งานชมดอกไม้

ตอนที่5งานชมดอกเหมย

ณ งานชมดอกเหมย

ณ ลานกว้างกลางอุทยานหลวง ดอกเหมยนับร้อยบานสะพรั่งกลางสายลมหนาว เหล่าบุตรสาวขุนนางต่างสวมอาภรณ์งามวิจิตร เดินชมดอกไม้กันอย่างเพลิดเพลิน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก หลินชิงอวี้เองก็อยู่ท่ามกลางฝูงชนเหล่านั้น โดยมีองค์หญิงหลีเหยี่ยนถิงประทับอยู่ด้วย

แม้จะรายล้อมไปด้วยเสียงหัวเราะของเหล่าสตรีทั้งหลาย นางกลับรู้สึกใจไม่สงบ สายตากวาดมองไปเบื้องหน้า แล้วจู่ ๆ ดวงตากลมโตก็ชะงักลง เมื่อเห็นบุรุษผู้หนึ่งในอาภรณ์สีดำขลับก้าวเดินอย่างสง่างามออกจากฝูงชน

นางเผยรอยยิ้มออกมา ก่อนจะรีบหันไปกระซิบองค์หญิงที่นั่งอยู่เคียงข้าง

“องค์หญิงเพคะ หม่อมฉันขอตัวสักครู่นะเพค่ะ”

องค์หญิงเพียงพยักหน้าให้น้อย ๆ โดยมิได้เอ่ยสิ่งใด

หลินชิงอวี้จึงลุกขึ้น ก้าวแยกออกจากหมู่สาวงาม รีบรุดตามร่างสูงนั้นไป โดยมีสาวใช้คนสนิทติดตามมาเงียบ ๆ แต่เดินได้ไม่กี่ก้าว เงาร่างที่นางหมายตากลับอันตรธานไปเสียแล้ว

“หายไปเสียแล้วหรือ?”

นางถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหมุนกายกลับด้วยความเสียดาย ทว่าทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมาจากด้านข้าง

“คุณหนูหลิน”

เสียงนั้นทำเอาหัวใจของนางสะท้านวาบ หยุดเท้าไว้เพียงช่วงอึดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

ใบหน้าที่อยู่ในความทรงจำเลวร้ายพลันปรากฏขึ้นตรงหน้า แววตานางสั่นไหว ความขุ่นแค้นไหลบ่าขึ้นมาราวเกลียวคลื่น สองมือเรียวกำแน่นจนสั่น แต่สีหน้ายังคงประครองไว้ด้วยความสงบนิ่งยากเย็น

นางยกมือขึ้นประสาน คำนับเขาตามธรรมเนียม

“ถวายพระพร องค์ชายรอง”

หลี่จิ่งอวี๋เผยรอยยิ้มออกมา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ขณะจ้องมองนาง

“เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า”

“เอ่อ…หม่อมฉัน หลงทางเพคะ”

นางกล่าวเสียงเรียบ

“อืม เช่นนั้นให้เรานำทางเจ้าไปดีหรือไม่”

“ไม่เป็นไรเพคะ หากไม่มีสิ่งใดแล้ว…หม่อมฉันขอตัวก่อน”

พูดจบ นางมิได้รอฟังคำตอบ ก็หันหลังเร่งฝีเท้าก้าวเดินจากไปในทันที

หลินชิงอวี้ก้าวเดินอย่างเร่งรีบ หวังเพียงหลุดพ้นจากสายตาหลี่จิ่งอวี๋ ทว่าฉับพลันนั้นร่างนางก็ชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางมวลดอกเหมย

พลั่ก!

“อ๊ะ!”

ร่างบางเสียหลักเกือบล้ม แต่ก่อนที่ร่างจะกระแทกพื้น มือหนึ่งกลับคว้ารั้งเอวนางไว้มั่น กลิ่นบุปผาอ่อนโชยแตะจมูก กลิ่นเย็นชาของชาเหมันต์แผ่ซ่านอยู่รายรอบ

นางเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาเข้มขรึม ราวกับต้องมนต์ เวลาระหว่างเขากับนางหยุดลงเพียงชั่วพริบตาเดียว

“หลินชิงอวี้ บุตรเสนาบดีหลิน …เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่”

หลี่เหวินเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือจากเอวบาง

หลินชิงอวี้รีบถอยหลังหนึ่งก้าว ประสานมือคาราวะ ก่อนตอบเสียงนุ่ม

“ไม่เป็นไรเพคะ…หม่อมฉันขอบพระทัยองค์รัชทายาท”

หลี่เหวินเทียนพยักหน้าเบา ๆ แล้วหมุนกายหมายจะจากไป แต่เสียงหนึ่งกลับเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว

“องค์รัชทายาทเพคะ…หม่อมฉันขอเวลาเพียงสักครู่ได้หรือไม่เพคะ”

ฝีเท้าของเขาหยุดลงอีกครั้ง หลี่เหวินเทียนหันกลับมามองก่อนจะพยักหน้าสั้น ๆ

หลินชิงอวี้เผยรอยยิ้มบาง รีบเร่งฝีเท้าตามเขาไปสู่ศาลากลางสวน ดอกเหมยผลิบานทั่วลาน กลีบดอกปลิวว่อนตามแรงลม

หลี่เหวินเทียนประทับนั่งลง รินชาใส่ถ้วยชาใบเล็กแล้วยกขึ้นจิบเบา ๆ ก่อนจะมองไปยังหญิงสาวแล้วเอ่ยขึ้น

“เจ้ามีเรื่องอันใดก็ว่ามา”

หลินชิงอวี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่วเบา

“พระองค์…ทรงเชื่อเรื่องย้อนเวลามาเกิดใหม่หรือไม่เพคะ”

หลี่เหวินเทียนชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมหรี่ลงเพียงนิด เอ่ยเสียงต่ำ

“เหตุใดเจ้าถึงถามเช่นนี้”

หลินชิงอวี้โน้มกายเข้าใกล้ ดวงหน้าจริงจังสะท้อนในแววตา

“หม่อมฉัน…ได้ย้อนคืนกลับมาเกิดใหม่เพคะ วันที่ตระกูลหลินทั้งตระกูลถูกประหาร ด้วยข้อหาสมคบคิดกบฏร่วมกับพระองค์…”

“บังอาจ!”

เสียงตวาดแทรกอากาศเย็นเฉียบ พร้อมด้วยเสียงวางถ้วยชาใบเล็กลงบนโต๊ะอย่างแรง

หลินชิงอวี้ตกใจ รีบทรุดกายคำนับ ก้มศีรษะติดพื้น

“หม่อมฉัน…มิได้หมายลบหลู่…หม่อมฉันหมายความว่า เราทั้งสองถูกใส่ร้ายโดยองค์ชายรองหลี่จิ่งอวี๋…”

“หยุดพูดเหลวไหลเสียที!”

น้ำเสียงแข็งกร้าวทำลายความสงบแห่งศาลา หลี่เหวินเทียนลุกขึ้น หมุนกายหมายจะจากไป

หลินชิงอวี้รีบลุกขึ้นจะขวางทาง แต่เท้าเจ้ากรรมกลับสะดุดชายอาภรณ์ของตนเอง

“อ๊ะ!”

ร่างบางเอนไปด้านหน้า หลี่เหวินเทียนหันกลับไปคว้าเอวบางไว้อย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมอ่อนของเรือนผมสัมผัสปลายจมูก แผ่นอกเขาแนบสนิทร่างนาง สองดวงตาสบประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ

ดวงตากลมโตของหลินชิงอวี้สั่นไหววูบหนึ่ง ภายในความเงียบนั้นใจของนางกลับเต้นรัว เมื่อถูกสายตาคมจ้องอยู่ครู่หนึ่ง

หลี่เหวินเทียนเบือนหน้าหนี ผละออกจากนาง แล้วหันหลังก้าวจากไปโดยไม่ได้กล่าวสิ่งใด เขายกมือขึ้นสะบัดเบา ๆ ฉางอี้องค์รักษ์ประจำกายก็รีบเข้ามาขวางทางหลินชิงอวี้ทันที

“รัชทายาทเพคะ…”

นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา พร้อมกับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แต่ต้องชะงักเมื่อ ฉางอี้องค์รักษ์ในอาภรณ์สีเรียบยืนขวางด้วยสีหน้าเย็นชาไม่ไหวติง

นางถอนหายใจออกมา ได้แต่มองแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ ลับสายตาไปด้วยใจห่อเหี่ยว พลันนึกในใจ พูดเพียงลมปากเช่นนี้…เขาย่อมไม่เชื่อนาง หากข้าจะทำให้เขาเชื่อข้าต้องหาข้อพิสูจน์หรือหลักฐานที่บ่งชี้ว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นความจริง

หลินชิงอวี้ยืนนิ่งกลางสายลมที่พัดโชย กลีบดอกไม้ล่วงหล่นเบื้องหน้า นางยื่นมือเรียวไปรองรับมันเอาไว้ ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่า นางจะพูดให้เขานั้นเชื่อได้อย่างไร!…แววตานางเต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง

…….

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel