บทที่ 3 ท่านแม่ทัพผู้ปลอมตัวไม่แนบเนียน (3)
นางไม่ชอบที่ถูกบีบให้เลือก แต่ก็รู้ว่าเขาไม่ได้กล่าวเกินจริง หากฝ่ายจัดหาส่งเจ้าหน้าที่มาถึง บิดาย่อมถูกควบคุมตัวก่อนเพื่อป้องกันการทำลายหลักฐาน ต่อให้สุดท้ายพ้นผิด ชื่อเสียงและสุขภาพก็อาจเสียหาย
นางเคยเห็นผลลัพธ์นั้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
จะไม่ยอมให้เกิดซ้ำอีก
“ข้าไปได้” นางตอบ “แต่มีเงื่อนไข”
“พูดมา”
“อาหลานต้องไปกับข้า ข้าจะพักในเขตที่เหมาะสม และไม่เข้าไปในพื้นที่ทหารซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจม้า”
“ได้”
“หลังครบสามวัน หากไม่มีเหตุจำเป็น ข้าจะกลับจวนทันที”
“หากไม่มีเหตุจำเป็น”
เขาย้ำถ้อยคำอย่างระมัดระวัง คล้ายเว้นช่องบางอย่างไว้
เสิ่นชิงหลัวสังเกตเห็น แต่ยังพยักหน้า
“เจ้าค่ะ”
เซียวฉางเยี่ยนหันไปสั่งผู้ติดตาม
“เตรียมรถม้า ออกเดินทางหลังยามอู่”
“ขอรับ”
เขาเดินผ่านเสิ่นชิงหลัวไปสองก้าว ก่อนหยุด
“เปลี่ยนเสื้อผ้าเสีย”
นางมองชายเสื้อไว้ทุกข์ที่เปื้อนฟางและคราบน้ำถ่าน
“ข้าจะเปลี่ยนเองเจ้าค่ะ”
“ข้าไม่ได้คิดจะช่วยเจ้าเปลี่ยน”
เสิ่นชิงหลัวเงียบไป
ชายหนุ่มเดินต่อโดยไม่หันกลับ ทิ้งให้อาหลานกัดริมฝีปากแน่นเพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะ
“คุณหนูเจ้าคะ” สาวใช้กระซิบ “นายกองผู้นี้พูดจาไม่ไว้หน้าสตรีเลย”
เสิ่นชิงหลัวมองดาบตราเหยี่ยวซึ่งเคลื่อนห่างออกไป
“คนในกองทัพคงพูดเช่นนี้เป็นปกติ”
“แต่เขาเป็นเพียงนายกอง เหตุใดทุกคนจึงเชื่อฟังนัก”
“บางทีอาจเป็นนายกองที่ผู้บังคับบัญชาไว้ใจมาก”
นางตอบอย่างราบเรียบ
อาหลานมองด้านข้างใบหน้าผู้เป็นนาย แล้วเหลือบไปทางบุรุษชุดดำอีกครั้ง สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ไม่กล้าถามต่อ
ค่ายพักม้าตั้งอยู่นอกประตูเมืองด้านเหนือ ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม
เมื่อขบวนของเซียวฉางเยี่ยนมาถึง ประตูค่ายเปิดออกทันที ทหารรักษาการณ์ต่างยืนตัวตรง ประสานมือคำนับโดยพร้อมเพรียง แม้ไม่มีผู้ใดเรียกตำแหน่งของเขาออกมาตรง ๆ แต่ท่าทางเคารพนั้นเกินกว่าจะมอบให้กับนายกองธรรมดา
เสิ่นชิงหลัวนั่งอยู่ในรถม้า เห็นทุกอย่างผ่านช่องม่าน แต่ยังคงนิ่งเฉย
หลังลงจากรถ นางพบว่าภายในค่ายแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วน ด้านตะวันออกเป็นคอกม้าชั่วคราว ด้านตะวันตกเป็นที่พักของทหาร ส่วนกลางมีลานกว้างกับกระโจมบัญชาการหลังใหญ่ตั้งเด่นอยู่
นายทหารหนุ่มผู้หนึ่งเดินเร็วออกมาต้อนรับ ใบหน้าคมสันแต่มีรอยยิ้มง่ายกว่าคนเป็นนายอย่างเห็นได้ชัด
“ท่าน”
เขาเหลือบเห็นเสิ่นชิงหลัวกับอาหลานจึงหยุดคำเรียกกลางคัน ก่อนแก้ใหม่
“นายกองเซียว เหตุใดกลับเร็วกว่ากำหนดขอรับ”
“ม้าถูกวางยา มีการสับเปลี่ยนอย่างน้อยหกตัว” เซียวฉางเยี่ยนตอบ “เฉินอี้ ส่งคนปิดคอกทั้งหมด ตรวจอาหารและทะเบียนใหม่ ห้ามข่าวออกจากค่าย”
รอยยิ้มบนใบหน้าเฉินอี้หายไปทันที
“ขอรับ”
สายตาของเขาเลื่อนไปยังเสิ่นชิงหลัว
“แล้วคุณหนูท่านนี้คือ...”
“เสิ่นชิงหลัว”
เซียวฉางเยี่ยนตอบสั้น ๆ
เฉินอี้รอคำอธิบายต่อ แต่ไม่มี
เสิ่นชิงหลัวจึงประสานมือเล็กน้อย “ข้ามาช่วยตรวจม้าชั่วคราวสามวัน รบกวนท่านรอง”
นางหยุดก่อนหลุดคำว่า ‘รองแม่ทัพ’ ออกมา
ชุดของเฉินอี้ไม่มีตราตำแหน่งชัดเจน แต่จากท่าทีและตำแหน่งที่ยืน เขาย่อมไม่ใช่ทหารทั่วไป
“รบกวนท่านช่วยจัดพื้นที่ให้ด้วยเจ้าค่ะ”
เฉินอี้มองนางอย่างสนใจ ก่อนยิ้มรับ
“ไม่รบกวน คุณหนูเสิ่นช่วยงานกองทัพ ย่อมเป็นแขกสำคัญ”
เซียวฉางเยี่ยนหันไปทางเขา
“จัดกระโจมให้นาง”
“บริเวณเรือนพักแขกด้านตะวันตกยังว่างอยู่ขอรับ อยู่ห่างจากคอกม้าเล็กน้อยแต่เงียบและ...”
“ข้างกระโจมบัญชาการ”
เฉินอี้หยุดพูด
เสิ่นชิงหลัวเองก็มองเขา
กระโจมบัญชาการตั้งอยู่กลางค่าย รายล้อมด้วยทหารและนายกองที่เข้าออกตลอดเวลา ไม่ใช่สถานที่เหมาะสำหรับหญิงสาวเท่าใดนัก
“นายกองเซียว” นางกล่าว “ข้าพักด้านตะวันตกได้เจ้าค่ะ ไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กระโจมบัญชาการ”
“คอกม้าที่ต้องตรวจอยู่ด้านหลัง หากพักด้านตะวันตก เจ้าต้องเดินอ้อมทุกครั้ง”
“ข้าเดินได้”
“เสียเวลา”
คำตอบตัดบทอย่างชัดเจน
เสิ่นชิงหลัวจึงเข้าใจว่าเขาต้องการให้นางอยู่ในสายตา เพื่อป้องกันไม่ให้นางติดต่อกับคนในค่ายหรือยุ่งกับหลักฐานตามลำพัง
นับว่าเป็นเหตุผลเหมาะสมสำหรับผู้ที่ยังสงสัยในตัวนาง
“เช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านเจ้าค่ะ”
นางพาอาหลานเดินตามทหารผู้มารับสัมภาระไปทางคอกม้า โดยไม่เห็นสายตาของเฉินอี้ที่มองตามหลังอย่างประหลาดใจ
เมื่อคนทั้งสองเดินห่างไปแล้ว เขาจึงหันกลับมาหาผู้เป็นนาย
“ท่านแม่ทัพขอรับ”
เซียวฉางเยี่ยนมองเขา
“เมื่อครู่ยังเรียกข้าว่านายกอง”
“ตอนนี้ไม่มีคนนอกแล้ว” เฉินอี้ลดเสียง ก่อนเหลือบมองพื้นที่ว่างข้างกระโจมบัญชาการ “แต่เหตุใดต้องจัดกระโจมของคุณหนูเสิ่นไว้ใกล้เพียงนั้น เรือนพักแขกด้านตะวันตกปลอดภัยกว่า และมีสาวใช้หญิงดูแลพร้อม”
“เพื่อจับตาดู”
เซียวฉางเยี่ยนตอบโดยไม่ลังเล
เฉินอี้พยักหน้าช้า ๆ “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
เขาหันไปเรียกทหารให้เริ่มกางกระโจม แต่เสียงของคนด้านหลังดังขึ้นอีกครั้ง
“เดี๋ยว”
เฉินอี้หันกลับ
“มีสิ่งใดอีกขอรับ”
“ฟูกในกระโจมพักแข็งเกินไป”
เฉินอี้กะพริบตา “ฟูกทหารก็เป็นเช่นนั้นทุกหลัง”
“เปลี่ยนใหม่”
“เป็นชนิดใดขอรับ”
เซียวฉางเยี่ยนมองไปทางคอกม้า เห็นเสิ่นชิงหลัวกำลังก้มตรวจขาม้าตัวหนึ่ง ชุดของนางยังเป็นสีเรียบตามการไว้ทุกข์ ร่างกายดูบอบบางกว่าหญิงที่กล้าเข้าไปยืนต่อหน้าม้าคลุ้มคลั่งเมื่อเช้า
เขาละสายตากลับมา
“ชนิดนุ่มที่สุด”
เฉินอี้เงียบอยู่หลายอึดใจ
“ท่านแม่ทัพ”
“มีปัญหา?”
รองแม่ทัพหนุ่มรีบส่ายหน้า
“ไม่มีขอรับ ข้าจะจัดฟูกที่นุ่มที่สุดให้นาง เพื่อให้ท่านจับตาดูได้อย่างสบายใจ”
