บทที่ 3 ท่านแม่ทัพผู้ปลอมตัวไม่แนบเนียน (2)
เสิ่นชิงหลัวใช้นิ้วแตะขอบรอยอย่างเบามือ ขนบริเวณนั้นเพิ่งถูกโกนออก ผิวหนังมีร่องรอยจากการใช้ของร้อนจี้ให้เกิดตำหนิใหม่ เนื้อรอบข้างยังแดงอยู่เล็กน้อย
“แผลนี้ทำขึ้นภายหลัง”
หัวหน้าคอกก้มดูแล้วเบิกตากว้าง “แต่ตำหนิตรงตามทะเบียนทุกอย่าง”
“ตรงเพราะมีคนทำให้ตรง”
เสิ่นชิงหลัวเปิดริมฝีปากม้า ตรวจฟันหน้าแล้วกล่าวต่อ
“ทะเบียนระบุอายุห้าปี แต่ตัวนี้อย่างน้อยแปดปี ฟันสึกมากเกินไป อีกทั้งกีบหน้าซ้ายมีรอยแตกร้าวเรื้อรัง ต่อให้ไม่ถูกพิษก็ไม่เหมาะเป็นม้าศึกแนวหน้า”
นางพลิกไปยังหน้าถัดไป
“หมายเลขหก ขาวเทา มีแต้มดำข้างคอด้านขวา”
คนเลี้ยงม้านำม้าสีขาวเทาออกมา รอยแต้มดำมีอยู่จริง แต่เมื่อเสิ่นชิงหลัวใช้ผ้าชุบน้ำเช็ด สีดำกลับติดออกมาบนผ้า เผยให้เห็นขนสีเทาอ่อนด้านล่าง
รอบลานคอกเงียบสนิท
เซียวฉางเยี่ยนรับบัญชีไปจากมือเสิ่นชิงหลัว เขาเปิดดูรายการต่าง ๆ แล้วกวาดตามองม้าทั้งชุด
“ตรวจทุกตัว”
คำสั่งนั้นไม่ได้ดัง แต่คนของเขาซึ่งยืนปะปนอยู่กับขบวนส่งม้ากลับขานรับพร้อมกันทันที
“ขอรับ!”
คนกลุ่มนั้นกระจายกำลังอย่างเป็นระเบียบ บ้างตรวจฟัน บ้างวัดความสูง บ้างเช็ดตำหนิบนตัวม้า การเคลื่อนไหวฉับไวเกินกว่าทหารผู้ติดตามนายกองทั่วไป
เสิ่นชิงหลัวทำเป็นไม่เห็น
นางช่วยตรวจม้าทีละตัว โดยใช้บัญชีเทียบกับสภาพจริง นอกจากอายุและตำหนิแล้ว ยังพิจารณารูปร่าง กระดูกขา การสึกของกีบ และสภาพกล้ามเนื้อ
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ผลตรวจเบื้องต้นก็ออกมา
ม้าสิบแปดตัวในขบวน มีถึงหกตัวที่ไม่ตรงกับทะเบียน
สามตัวอายุมากกว่าที่ระบุ สองตัวมีตำหนิปลอม และอีกหนึ่งตัวรูปร่างคล้ายม้าศึกชั้นดี แต่ข้อเท้าหลังเคยบาดเจ็บจนไม่อาจวิ่งระยะไกล
หัวหน้าคอกหน้าซีด “หกตัว...มากถึงหกตัวเชียวหรือ”
เสิ่นเหวินจงกำมือแน่น “หากตรวจรับไปโดยไม่พบ ภายหลังม้าใช้งานไม่ได้ ความผิดทั้งหมดจะตกอยู่ที่ข้า”
“ไม่เพียงใช้งานไม่ได้” เสิ่นชิงหลัวกล่าว “ม้าชั้นดีตัวจริงหายไปหกตัว ย่อมต้องถูกนำไปขายต่อหรือส่งให้ผู้ใดผู้หนึ่ง ส่วนม้าคุณภาพต่ำเหล่านี้ถูกใช้แทนเพื่อให้บัญชีครบ”
เซียวฉางเยี่ยนมองม้าป่วยซึ่งแยกอยู่ตามคอก
“แล้วพิษเกี่ยวข้องอย่างไร”
“หากม้าตายเพราะโรคระบาดก่อนการตรวจรับอย่างละเอียด ทุกคนจะสนใจเพียงกำจัดซากและป้องกันโรค” นางตอบ “ความแตกต่างเรื่องอายุ ตำหนิ และอาการบาดเจ็บจะหายไปพร้อมซากม้า ต่อให้ภายหลังตรวจพบว่าม้าไม่ตรงทะเบียน คนร้ายก็สามารถกล่าวได้ว่าพวกเราจำผิดหรือสับสนระหว่างการเคลื่อนย้าย”
“ดังนั้นผู้วางยาจึงต้องการให้พวกเราฆ่าม้าทิ้งเอง” เสิ่นเหวินจงพึมพำ
“เจ้าค่ะ ยิ่งฆ่าเร็ว หลักฐานยิ่งหายเร็ว และการระบาดเป็นเหตุผลที่คนทั่วไปยอมรับได้ง่ายที่สุด”
เซียวฉางเยี่ยนปิดบัญชีลง
ดวงตาของเขาเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด
“จับคนดูแลขบวนทั้งหมดแยกสอบ ห้ามให้พูดคุยกัน ตรวจรถม้า สัมภาระ และจุดพักทุกแห่งย้อนหลัง อย่าให้ข่าวรั่วออกไป”
ชายผู้ติดตามเขามาตั้งแต่แรกประสานมือ
“ขอรับ ท่านนายกอง”
คำเรียกตำแหน่งช้ากว่าปกติเล็กน้อย ราวกับผู้พูดต้องเตือนตนเองว่าเจ้านายกำลังปิดบังฐานะ
เซียวฉางเยี่ยนหันกลับมา สีหน้าสงบนิ่งเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
“เรื่องวันนี้ เจ้าทำความดีแก่กองทัพ”
เสิ่นชิงหลัวประสานมือ “ข้าเพียงไม่ต้องการให้ม้าตายโดยไร้เหตุผลเจ้าค่ะ”
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ผลคือเจ้าช่วยรักษาม้าศึกไว้และพบการสับเปลี่ยนก่อนส่งมอบ” เขากล่าว “ต้องการรางวัลใด”
คำถามนั้นทำให้นางเงียบไปครู่หนึ่ง
ชาติที่แล้ว เมื่อจ้าวจิ่งหยวนถามว่านางต้องการรางวัลใด นางเคยตอบว่าขอเพียงได้ช่วยเขาต่อไปก็พอ
นางไม่เคยขอชื่อเสียง ไม่เคยขอทรัพย์สิน และไม่เคยขอให้เขาประกาศว่าแผนการเหล่านั้นเป็นของนาง
ครั้งนี้นางจะไม่ตอบเช่นเดิม
เสิ่นชิงหลัวหันไปมองบิดา
เสิ่นเหวินจงยืนอยู่ท่ามกลางม้าป่วย ชายเสื้อเปื้อนดิน สีหน้าหนักอึ้งกับความผิดที่อาจตกลงบนตระกูล แม้เรื่องทั้งหมดเกิดจากการจัดฉากของผู้อื่น แต่ผู้ลงนามรับผิดชอบเบื้องต้นยังเป็นเขา
นางหันกลับไปหาชายตรงหน้า
“ข้าขอเพียงอย่างเดียวเจ้าค่ะ”
“ว่ามา”
“ก่อนสืบพบผู้บงการตัวจริง ขอท่านอย่าเพิ่งลงโทษบิดาข้าในฐานะผู้รับผิดชอบการตรวจรับ”
เสิ่นเหวินจงรีบกล่าว “ชิงหลัว นี่เป็นหน้าที่ของพ่อ หากมีความผิด”
“ท่านพ่อยังไม่ได้ตรวจรับอย่างเป็นทางการ และเป็นผู้แจ้งความผิดปกติทันทีที่พบ” นางหันไปกล่าวกับเขา “ท่านไม่ควรถูกจับเพียงเพราะชื่ออยู่ในเอกสาร”
จากนั้นจึงหันกลับไปหาเซียวฉางเยี่ยน
“ข้าไม่ได้ขอให้ท่านรับรองว่าบิดาข้าบริสุทธิ์ เพียงขอให้ตรวจสอบหลักฐานก่อนตัดสิน หากท้ายที่สุดพบว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้อง ข้าจะไม่ขัดขวางการลงโทษ”
แววตาของชายหนุ่มหยุดอยู่บนใบหน้านาง
“ไม่ขอเงิน ไม่ขอตำแหน่ง และไม่ขอให้ละเว้นความผิดโดยไม่มีเงื่อนไข”
“สิ่งเหล่านั้นไม่สำคัญเท่าความยุติธรรมของบิดาข้าเจ้าค่ะ”
“ความยุติธรรมมักต้องใช้หลักฐาน”
“เช่นนั้นข้าจะช่วยหาหลักฐาน”
คำตอบออกจากปากนางอย่างหนักแน่น
เซียวฉางเยี่ยนมองนางอยู่นาน ก่อนกล่าวเพียงว่า
“ได้”
เสิ่นเหวินจงผ่อนลมหายใจ แต่เสิ่นชิงหลัวยังไม่วางใจทั้งหมด
คำรับรองของแม่ทัพช่วยชะลอการจับกุมได้จริง ทว่าเมื่อคดีเกี่ยวข้องกับม้าศึกจำนวนมาก ฝ่ายจัดหาย่อมไม่ยอมรับผิดง่าย ๆ คนร้ายอาจพยายามโยนความผิดมายังจวนเสิ่นเร็วกว่าชาติเดิม
เหตุการณ์เริ่มเปลี่ยนไปแล้ว
ชาติที่แล้ว นางไม่เคยพบม้าถูกวางยาในวันนี้ ไม่เคยตรวจพบการสับเปลี่ยน และไม่เคยพบเซียวฉางเยี่ยนที่จวน
ความทรงจำในอดีตจึงไม่อาจเป็นแผนที่ซึ่งเชื่อถือได้ทั้งหมดอีกต่อไป
“ม้าชุดนี้เป็นเพียงหนึ่งในขบวนที่ส่งไปชายแดน”
เสียงของเซียวฉางเยี่ยนดึงนางกลับจากความคิด
“ยังมีม้าอีกหลายสิบตัวอยู่ในค่ายพักนอกเมือง หากผู้ใดสับเปลี่ยนและวางยาที่ต้นทาง ม้าพวกนั้นอาจมีปัญหาเช่นเดียวกัน”
เสิ่นชิงหลัวเข้าใจความหมายทันที
“ท่านควรส่งคนไปตรวจโดยเร็วเจ้าค่ะ”
“ข้าจะส่งคนไป”
เขาหยุดเล็กน้อย
“และเจ้าจะไปด้วย”
นางเงยหน้า “ข้าหรือเจ้าคะ”
“เจ้าตรวจพิษและแยกม้าสับเปลี่ยนได้เร็วกว่าคนของข้า”
“แต่ข้าไม่ใช่คนในกองทัพ”
“เพราะไม่ใช่ จึงอาจเห็นสิ่งที่คนของข้ามองข้าม”
เสิ่นชิงหลัวขมวดคิ้ว
นางตั้งใจว่าชาตินี้จะไม่เข้าใกล้กองทัพ ไม่แตะต้องการจัดเสบียง และไม่ข้องเกี่ยวกับแผนการใดซึ่งอาจนำตนกลับสู่เส้นทางเดิม
เพียงวันแรกที่เกิดใหม่ นางกลับพบทั้งม้าศึกถูกวางยา การทุจริต และแม่ทัพผู้ไม่ควรปรากฏตัวในจวน
“ขออภัยเจ้าค่ะ” นางกล่าวอย่างสุภาพ “ข้าช่วยตรวจม้าที่นี่ได้ เพราะเป็นเรื่องของจวนเสิ่น แต่การเข้าไปในค่ายทหารไม่เหมาะสม อีกทั้งข้ายังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ไม่ต้องการออกไปพบผู้คนมากนัก”
เหตุผลของนางชัดเจนและสมควร
เซียวฉางเยี่ยนไม่ได้โต้แย้งทันที
“สามวัน”
“เจ้าคะ?”
“ไปช่วยตรวจม้าในค่ายชั่วคราวสามวัน เมื่อแยกม้าที่มีปัญหาและตรวจอาหารเสร็จ เจ้าก็กลับมาได้”
“คนเลี้ยงม้าของกองทัพมีมากมาย พวกเขาเรียนวิธีตรวจจากข้าแล้วทำต่อเองได้”
“พวกเขาเรียนรู้การดูอายุและตำหนิได้” เขากล่าว “แต่ไม่อาจเรียนสายตาของเจ้าภายในวันเดียว”
คำพูดนั้นฟังคล้ายยอมรับความสามารถ ทว่าน้ำเสียงยังเป็นเพียงการประเมินคนใช้งาน
เสิ่นชิงหลัวจึงไม่หวั่นไหว
“ข้ายังไม่สะดวกเจ้าค่ะ”
เซียวฉางเยี่ยนมองนางอย่างสงบ
“เช่นนั้นข้าจะรายงานตามความจริงว่า ม้าศึกถูกวางยาและสับเปลี่ยนขณะอยู่ในความรับผิดชอบของเสิ่นเหวินจง”
เสิ่นเหวินจงสีหน้าเปลี่ยนไป
เสิ่นชิงหลัวหรี่ตาเล็กน้อย “เมื่อครู่ท่านเพิ่งรับปากว่าจะตรวจสอบก่อนตัดสิน”
“ข้ารับปากว่าจะไม่ลงโทษเขาโดยไม่มีหลักฐาน แต่กฎหมายกำหนดให้ผู้รับผิดชอบต้องถูกควบคุมตัวระหว่างสอบสวน หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าความผิดเกิดก่อนม้าถึงจวน”
“ท่านกำลังข่มขู่ข้า”
“ข้ากำลังบอกผลที่จะเกิดขึ้น”
น้ำเสียงของเขาไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
เสิ่นชิงหลัวสบตาเขา ในแววตาคู่นั้นไม่มีความสะใจหรือจงใจรังแก มีเพียงความหนักแน่นของคนที่คุ้นเคยกับการเลือกทางซึ่งได้ผลเร็วที่สุด
เขาต้องการให้นางไปค่าย และรู้ว่าจุดอ่อนของนางคือบิดา
เป็นการข่มขู่โดยหน้าที่จริง ๆ
