บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 ม้าที่ไม่ควรตาย (4)

บทที่ 2 ม้าที่ไม่ควรตาย (4)

“ข้าจะเข้าไปเอง” เขากล่าว

เสิ่นชิงหลัวมองท่าทางของม้า “ตอนนี้มันตกใจจากเสียงดัง หากคุณชายเข้าไปทันที มันอาจเตะท่านเช่นกัน”

“มันไม่เคยเตะข้า”

“ก่อนหน้านี้มันก็ไม่เคยได้รับพิษ”

เขาหันมามองนาง

“เจ้ามีวิธีหรือ”

“ให้คนทั้งหมดถอยออกไป และอย่าส่งเสียง ข้าจะลองอีกครั้ง”

เสิ่นเหวินจงรีบกล่าว “ไม่ได้ เมื่อครู่เจ้าเกือบถูกเหยียบ”

“คราวนี้ข้าจะไม่ถือชามเข้าไปใกล้ และจะผูกชายเสื้อให้เรียบร้อยเจ้าค่ะ”

นางหันไปทางบุรุษสกุลเซียว

“แต่หากมันยอมรับท่านมากกว่า ข้าต้องให้ท่านช่วยอยู่ในคอกด้วย”

“เมื่อครู่เจ้าเพิ่งเตือนว่ามันอาจเตะข้า”

“อาจเตะ ไม่ได้แปลว่าจะเตะแน่นอนเจ้าค่ะ”

เขามองนางนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเปิดประตูคอก

“เข้าไป”

น้ำเสียงเหมือนคำสั่ง แต่เขากลับเป็นฝ่ายก้าวนำและยืนอยู่ด้านที่ม้าสามารถพุ่งเข้าหาได้ก่อน ปล่อยให้เสิ่นชิงหลัวอยู่ใกล้ประตูทางออก

นางสังเกตเห็นรายละเอียดนั้น แต่ไม่ได้กล่าวอะไร

ทั้งสองหยุดห่างจากอู๋เยี่ยหลายก้าว

บุรุษสกุลเซียวเรียกชื่อมันเพียงครั้งเดียว ม้าดำสะบัดหูและหันมามอง ทว่าเมื่อเขายื่นมือ มันกลับถอยหนีเพราะยังระแวง

เสิ่นชิงหลัวจึงย่อตัวลงเล็กน้อย หยิบหญ้าสะอาดจากจวนซึ่งผ่านการตรวจแล้วมาหนึ่งกำ นางไม่ยื่นให้ทันที เพียงถือไว้ในระดับที่ม้ามองเห็น

“อู๋เยี่ย”

นางเรียกตามชื่อที่ได้ยิน

ม้าดำหันมาหานาง

“ของเดิมขมใช่หรือไม่ เจ้ายังกล้ากินเข้าไปอีกหรือ”

บุรุษข้างกายนางเหลือบมอง “เจ้ากำลังตำหนิม้าของข้า?”

“ข้ากำลังเตือนมันไม่ให้เลือกอาหารจากกลิ่นเพียงอย่างเดียวเจ้าค่ะ”

“มันไม่เคยรับอาหารจากคนแปลกหน้า”

“เช่นนั้นคุณชายก็ถือไว้”

เสิ่นชิงหลัวส่งหญ้าให้เขา

ชายผู้นั้นรับไป แต่แทนที่จะยื่นให้ม้า เขากลับถือค้างไว้ตรงหน้านาง

“เจ้าบอกว่ามีวิธี”

นางมองมือเขา ก่อนเข้าใจว่าเขาต้องการให้นางเป็นผู้ทำต่อ

“คุณชายเพิ่งบอกว่ามันไม่รับอาหารจากคนแปลกหน้า”

“ลองดู”

เสิ่นชิงหลัวจึงจับปลายหญ้าอีกด้าน ทั้งสองถือหญ้ากำเดียวกันโดยมีระยะห่างเพียงช่วงแขน นางไม่ได้สนใจนิ้วมือของเขาที่อยู่ใกล้ เพราะสายตาจับอยู่ที่อาการของม้า

อู๋เยี่ยก้าวเข้ามาช้า ๆ

มันดมหญ้า แต่ไม่กิน จากนั้นจึงเลื่อนปลายจมูกมาใกล้หลังมือของเสิ่นชิงหลัว

นางไม่ขยับ

ลมหายใจอุ่นของม้ารดผิวมือ

ผ่านไปครู่หนึ่ง หูที่เคยลู่ไปด้านหลังค่อย ๆ ตั้งขึ้น ร่างกายซึ่งเกร็งแน่นผ่อนลงเล็กน้อย

เสิ่นชิงหลัววางหญ้าลง แล้วใช้มืออีกข้างลูบเบา ๆ ตรงสันจมูก

ม้าดำไม่ได้ถอย

มันกลับก้มศีรษะลงช้า ๆ ยอมให้ฝ่ามือของนางเลื่อนไปตามหน้าผากจนถึงโคนแผงคอ

ด้านนอกคอก หัวหน้าคอกเบิกตากว้าง

“ตั้งแต่มาถึง อู๋เยี่ยไม่ยอมให้ผู้ใดแตะเลยขอรับ”

เสิ่นชิงหลัวยังคงลูบมันด้วยจังหวะสม่ำเสมอ

“มันไม่ได้ดุ เพียงไม่ไว้ใจคนและกำลังไม่สบาย”

ม้าดำส่งเสียงเบาในลำคอ ก่อนโน้มศีรษะเข้าหานางอีกเล็กน้อย ราวกับยอมรับสัมผัสนั้นโดยสมบูรณ์

บุรุษสกุลเซียวยืนอยู่ข้างกัน มือยังค้างอยู่บนหญ้าที่ไม่มีผู้ใดสนใจแล้ว

เขามองอู๋เยี่ยซึ่งติดตามตนผ่านสนามรบมาหลายปี

จากนั้นจึงมองหญิงสาวในชุดไว้ทุกข์ผู้มีเศษฟางติดอยู่ตามชายเสื้อ ใบหน้ายังซีดจากอาการป่วย แต่ดวงตากลับสงบนิ่งยามอยู่ท่ามกลางม้าคลุ้มคลั่ง

คุณหนูในจวนขุนนางคนหนึ่งมองอาการพิษออกภายในเวลาไม่กี่อึดใจ แยกแยะความผิดปกติของอาหาร วางวิธีควบคุมคนในจวน และทำให้ม้าศึกซึ่งไม่ยอมรับคนแปลกหน้าก้มศีรษะให้อย่างง่ายดาย

ไม่ว่าจะมองอย่างไร นางก็ไม่ใช่เพียงบุตรสาวผู้รู้เรื่องม้าจากมารดาเล็กน้อย

เสิ่นชิงหลัวลูบแต้มสีขาวกลางหน้าผากอู๋เยี่ย แล้วกล่าวเบา ๆ

“เด็กดี เจ้าไม่ควรตายเพราะคนชั่วเพียงคนเดียว”

เซียวฉางเยี่ยนไม่ได้กล่าวสิ่งใด

เพียงมองภาพตรงหน้าอย่างครุ่นคิด โดยความสงสัยในดวงตาไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel