บท
ตั้งค่า

คนที่ควรพบในวังกลับมาถึงค่าย 3

คนที่ควรพบในวังกลับมาถึงค่าย 3

เสิ่นชิงหลัวเดินออกไปพร้อมสาวใช้ โดยรู้สึกว่าลมหายใจของตนค่อย ๆ กลับเป็นปกติเมื่อระยะห่างจากองค์ชายเพิ่มขึ้น

ก่อนถึงคอก นางได้ยินจ้าวจิ่งหยวนถามจากด้านหลัง

“เหตุใดท่านแม่ทัพจึงใช้งานคุณหนูตระกูลเสิ่นราวกับเป็นคนของตน”

ฝีเท้าของเสิ่นชิงหลัวชะลอลงเล็กน้อย

คำถามนี้อาจหมายถึงเซียวฉางเยี่ยนออกคำสั่งแก่นางโดยตรง ทั้งที่นางไม่ใช่คนในกองทัพ

นางเองก็นึกสงสัยเช่นกัน แต่เหตุผลคงเป็นเพราะคดีทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของเขา และนางเป็นทั้งผู้พบหลักฐานกับผู้ช่วยตรวจม้า

เสียงของเซียวฉางเยี่ยนดังขึ้นชัดเจน

“เพราะนางอยู่ในความรับผิดชอบของข้า”

เสิ่นชิงหลัวพยักหน้าในใจ เป็นดังที่คิด ตราบใดที่คดีม้าศึกยังไม่จบ ทั้งตัวนางและบิดาย่อมอยู่ภายใต้การตรวจสอบของแม่ทัพ เขาจึงต้องควบคุมการเข้าออกและการเปิดเผยข้อมูล

เป็นเหตุผลด้านงานโดยแท้

อาหลานซึ่งเดินอยู่ข้างกันกลับสะดุดเท้าตนเองจนเกือบล้ม

“ระวัง” เสิ่นชิงหลัวจับแขนสาวใช้ไว้ “พื้นยังลื่นจากฝนเมื่อคืน”

อาหลานหันกลับไปมองชายสองคนด้านหลัง ก่อนกระซิบเสียงเบา

“คุณหนูได้ยินหรือไม่เจ้าคะ”

“ได้ยิน”

“ท่านแม่ทัพกล่าวว่าท่านอยู่ในความรับผิดชอบของเขา”

“เพราะคดี”

“แต่เขากล่าวต่อหน้าองค์ชายสามนะเจ้าคะ”

“องค์ชายสามเป็นผู้ตรวจคดี เขายิ่งต้องอธิบายให้ชัดเจน”

อาหลานอ้าปากค้าง ก่อนถอนหายใจยาวแล้วเดินตามต่อไป

เสิ่นชิงหลัวไม่เข้าใจว่าสาวใช้กำลังผิดหวังเรื่องใด

ด้านหลัง จ้าวจิ่งหยวนมองหญิงสาวซึ่งเดินจากไป ก่อนหันกลับมาหาแม่ทัพ

“นางอยู่ในความรับผิดชอบของท่านแม่ทัพด้วยเหตุใด”

“นางเป็นพยานสำคัญของคดี”

“เพียงเท่านั้น?”

เซียวฉางเยี่ยนสบตาองค์ชายโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า

“เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เฉินอี้ยืนอยู่ระหว่างคนทั้งสอง รู้สึกว่าบรรยากาศยามเช้าเย็นลงกว่าหลังฝนตกเสียอีก

การตรวจสอบของผู้แทนราชสำนักดำเนินไปตลอดครึ่งวัน

จ้าวจิ่งหยวนเรียกดูบัญชีม้าศึก รายงานอาหาร และรายชื่อผู้ดูแลขบวนทั้งหมด ผู้ต้องสงสัยจากฝ่ายส่งม้าถูกนำมาแยกสอบ แต่ไม่มีผู้ใดยอมรับว่าเกี่ยวข้องกับการวางยา

ส่วนคนส่งสัญญาณซึ่งพบใกล้หุบเขาเมื่อคืนหลบหนีไปได้หนึ่งคน อีกคนกัดยาพิษที่ซ่อนไว้ในฟันและเสียชีวิตก่อนถูกนำกลับค่าย

หลักฐานจึงยังไม่อาจชี้ถึงผู้บงการ

เสิ่นชิงหลัวไม่ได้เข้าใกล้กระโจมบัญชาการอีก นางใช้เวลาตรวจปากกระสอบหญ้า เปรียบเทียบรอยเย็บ และทำเครื่องหมายม้าที่ไม่ตรงทะเบียนทั้งหมด คนเลี้ยงม้ารายงานว่าอาการของม้าป่วยดีขึ้นตามลำดับ เหลือเพียงสองตัวซึ่งยังไม่อาจยืนได้เอง

หลังยามเว่ย จ้าวจิ่งหยวนเสด็จออกจากค่ายไปยังเรือนพักของทางการในเมือง พร้อมรับเอกสารบางส่วนไปตรวจต่อ

เสิ่นชิงหลัวมองขบวนจากหลังรั้วคอก นางไม่รู้ว่าเขาหันกลับมามองหรือไม่ เพราะไม่ได้เงยหน้า เมื่อเสียงเกือกม้าห่างออกไป ความตึงในบ่าจึงค่อยคลายลง

“คุณหนูไม่ชอบองค์ชายสามหรือเจ้าคะ”

อาหลานถามขณะช่วยนางเก็บขวดยา

“เหตุใดจึงถาม”

“ทุกครั้งที่พระองค์ตรัสกับท่าน สีหน้าท่านเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าประตูคอกม้าดุร้าย”

มือของเสิ่นชิงหลัวหยุดชั่วครู่

“ราชวงศ์อยู่สูงเกินไป การอยู่ห่างย่อมปลอดภัยกว่า”

“แต่พระองค์ดูอ่อนโยนมากนะเจ้าคะ”

“คนอ่อนโยนไม่ได้แปลว่าจะไม่ทำร้ายผู้อื่น”

อาหลานได้ยินน้ำเสียงนั้นก็ไม่กล้าถามต่อ

เสิ่นชิงหลัวปิดกล่องยา นางไม่คิดเตือนอาหลานด้วยเรื่องซึ่งยังไม่เกิดขึ้นในชาตินี้ เพียงต้องระวังไม่ให้ผู้ใดในจวนถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับจ้าวจิ่งหยวนอีก

“พรุ่งนี้เราตรวจม้าชุดสุดท้ายเสร็จแล้วจะกลับจวน”

“แต่ท่านแม่ทัพยังไม่ได้บอกว่าให้กลับได้หรือไม่”

“เราตกลงกันไว้สามวัน”

“หากเขาบอกว่ายังมีเหตุจำเป็นเล่าเจ้าคะ”

เสิ่นชิงหลัวนิ่งไป

เซียวฉางเยี่ยนเน้นเงื่อนไขนั้นตั้งแต่แรกจริง ๆ

“เช่นนั้นค่อยดูว่าเหตุผลของเขาฟังขึ้นหรือไม่”

เสียงฝีเท้าดังมาจากทางเดินนอกคอก ทหารหนุ่มผู้หนึ่งในชุดองครักษ์ราชวงศ์เดินเข้ามา เขามองหาผู้ใดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตรงมายังเสิ่นชิงหลัว

“ขอถามว่าท่านคือคุณหนูเสิ่นหรือไม่”

นางวางกล่องยาแล้วประสานมือ

“ข้าเอง”

องครักษ์หยิบกล่องไม้เรียวยาวออกจากแขนเสื้อ

“องค์ชายสามทรงให้ข้านำสิ่งนี้มามอบแก่คุณหนู”

อาหลานมองกล่องไม้ด้วยความสนใจ

เสิ่นชิงหลัวกลับไม่ยื่นมือรับ

“เป็นสิ่งใด”

“ของเล็กน้อยเพื่อขอบคุณที่คุณหนูช่วยเหลือเรื่องม้าศึกขอรับ”

องครักษ์เปิดฝากล่อง

ด้านในเป็นปิ่นหยกสีขาวนวล แกะสลักเป็นรูปดอกกล้วยไม้ ปลายปิ่นห้อยเม็ดหยกเล็กสองเม็ด ฝีมือประณีตแต่ไม่หรูหราจนเกินไป

เสิ่นชิงหลัวจำมันได้ ชาติที่แล้ว หลังสนทนากันครั้งที่สาม จ้าวจิ่งหยวนเคยมอบปิ่นลักษณะคล้ายกันให้นาง บอกว่ากล้วยไม้เหมาะกับสตรีผู้สุขุมและมีความสามารถ

นางเคยเก็บมันไว้ในกล่องอย่างดีหลายปี กระทั่งคืนที่ถูกจับ ปิ่นนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

“องค์ชายยังฝากข้อความมาด้วย” องครักษ์กล่าว “พระองค์ทรงหวังว่าจะได้สนทนากับคุณหนูอีกในโอกาสหน้า”

เสิ่นชิงหลัวมองปิ่นในกล่อง สิ่งที่นางหลีกหนีเริ่มวนกลับมาเร็วเกินไป นางกำลังจะกล่าวปฏิเสธ เงาร่างหนึ่งก็ทอดลงบนกล่องไม้เสียก่อน องครักษ์เงยหน้า สีหน้าเปลี่ยนทันที

“ท่านแม่ทัพ”

เซียวฉางเยี่ยนยืนอยู่ตรงทางเข้าคอก ดวงตาของเขาไม่ได้มองผู้ถือกล่อง

สายตาคมหยุดอยู่บนปิ่นหยกสีขาวซึ่งยังไม่ทันถึงมือเสิ่นชิงหลัว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel