บท
ตั้งค่า

คนที่ควรพบในวังกลับมาถึงค่าย (2)

คนที่ควรพบในวังกลับมาถึงค่าย (2)

นางค่อย ๆ เงยหน้า เมื่อดวงตาทั้งสองคู่ประสานกัน จ้าวจิ่งหยวนชะงักไปเล็กน้อย อาจเป็นเพราะสีหน้าของนางแตกต่างจากหญิงสาวทั่วไปที่ได้พบองค์ชายเป็นครั้งแรก ไม่มีความตื่นเต้น ไม่มีความเขินอาย และไม่มีความพยายามทำให้ตนโดดเด่น มีเพียงความสุภาพซึ่งถูกเว้นระยะไว้อย่างชัดเจน

ส่วนเสิ่นชิงหลัวต้องใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อไม่ถอยหนี นางบอกตนเองว่าบุรุษตรงหน้ายังไม่ได้ทำสิ่งใด จ้าวจิ่งหยวนในวัยยี่สิบสี่ปีไม่ใช่รัชทายาทผู้ยืนหลังม่านในลานประหาร อย่างน้อยในเวลานี้ เขายังไม่ได้เลือกปล่อยนางตาย

แต่สิ่งที่เขาจะทำในอนาคตคือส่วนหนึ่งของตัวตนเขาเช่นกัน นางไม่จำเป็นต้องเกลียดเขาในวันนี้ เพียงต้องไม่เดินเข้าไปหาอีกก็พอ

“ได้ยินว่าเจ้าเป็นผู้พบเมล็ดพิษในหญ้าม้า” จ้าวจิ่งหยวนเริ่มสนทนา “หมอสัตว์ของราชสำนักหลายคนยังต้องใช้เวลาตรวจสอบ เหตุใดเจ้าจึงพบได้รวดเร็วนัก”

“ม้าป่วยเฉพาะกลุ่มที่กินอาหารชุดใหม่เพคะ หม่อมฉันจึงตรวจอาหารก่อน”

“แล้วรู้จักพืชพิษชนิดนั้นได้อย่างไร”

“มารดาของหม่อมฉันมาจากตระกูลเพาะพันธุ์ม้า เคยสอนให้รู้จักพืชซึ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์เพคะ”

จ้าวจิ่งหยวนพยักหน้า แต่ยังมองนางด้วยความสนใจ

“ข้ายังได้รับรายงานว่าเจ้าพบม้าซึ่งไม่ตรงทะเบียนถึงสิบตัว”

“เป็นเพราะตำหนิ อายุ และลักษณะกีบไม่ตรงกับเอกสาร ไม่ใช่เรื่องยากหากตรวจอย่างละเอียดเพคะ”

“คนในกองทัพตรวจม้ามาหลายปี แต่กลับไม่มีผู้ใดพบก่อนเจ้า”

ถ้อยคำนี้ฟังคล้ายคำชม ชาติที่แล้ว เสิ่นชิงหลัวคงดีใจที่เขามองเห็นความสามารถ วันนี้นางกลับรู้สึกเพียงว่าต้องระวังมากขึ้น

“พวกเขาเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยและกำลังกังวลเรื่องโรคระบาด จึงอาจมองข้ามรายละเอียดบางอย่าง หม่อมฉันเพียงอยู่ถูกที่ถูกเวลาเพคะ”

คำตอบลดความสำคัญของตนอย่างชัดเจน

จ้าวจิ่งหยวนมองนางนิ่ง เหมือนพยายามค้นหาว่าเหตุใดหญิงสาวผู้มีความสามารถจึงไม่ต้องการให้ผู้ใดกล่าวถึง

“เมื่อคืนยังมีเรื่องขบวนเสบียง” เขากล่าวต่อ “มีผู้รายงานว่าเจ้าเป็นคนเตือนเรื่องดินถล่มและเสนอให้ใช้ขบวนลวง”

เสิ่นชิงหลัวเหลือบมองเซียวฉางเยี่ยน นางไม่รู้ว่ารายงานส่งถึงราชสำนักรวดเร็วถึงเพียงนี้ หรือจ้าวจิ่งหยวนได้รับข่าวจากสายของตนระหว่างเดินทาง

“หม่อมฉันเพียงเห็นความผิดปกติบนแผนที่เพคะ ผู้ตัดสินใจและรับผิดชอบแผนทั้งหมดคือท่านแม่ทัพ”

“แต่ผู้มองเห็นก่อนคือเจ้า”

จ้าวจิ่งหยวนยิ้มบาง ๆ

“คุณหนูเสิ่น เจ้าช่างไม่เหมือนหญิงสาวทั่วไป”

ประโยคเดียวกัน

ถ้อยคำแทบไม่ต่างจากชาติเดิม

วันนั้นริมสระบัว เขาเคยกล่าวว่านางไม่เหมือนคุณหนูในห้องหอทั่วไป เพราะรู้ทั้งเรื่องม้าและการคำนวณเสบียง

คำพูดนั้นเคยทำให้นางมีความสุขอยู่หลายวัน

บัดนี้กลับทำให้ความเย็นแล่นขึ้นตามกระดูกสันหลัง

เสิ่นชิงหลัวก้มหน้าลงเล็กน้อย เพื่อซ่อนสีหน้าซึ่งซีดลง

“หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรสาวขุนนางผู้หนึ่ง ไม่กล้ารับคำชมเพคะ”

จ้าวจิ่งหยวนสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้

“เจ้าไม่สบายหรือ”

“หม่อมฉันพักผ่อนน้อยเพคะ”

“หรือไม่คุ้นกับการสนทนากับราชวงศ์”

นางเม้มริมฝีปากเพียงชั่วครู่

เขายังคงอ่านสีหน้าคนเก่งเช่นเดิม หากนางแสดงความหวาดกลัวมากเกินไป เขาย่อมสงสัยว่าทั้งสองเคยมีเรื่องใดต่อกัน ทั้งที่ตามเหตุการณ์ในชาตินี้ยังไม่เคยพบกัน

เสิ่นชิงหลัวจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

“หม่อมฉันอยู่ในช่วงไว้ทุกข์และไม่ค่อยออกจากจวน จึงอาจเสียมารยาทโดยไม่ตั้งใจ ขอองค์ชายโปรดอภัยเพคะ”

น้ำเสียงสุภาพ ไม่มีข้อผิดพลาด แต่เย็นห่างจนจ้าวจิ่งหยวนขมวดคิ้วบาง ๆ

เขาคุ้นเคยกับสายตาของผู้คน

บางคนประจบ บางคนหวาดกลัว บางคนหวังพึ่งอำนาจ และบางคนพยายามซ่อนความทะเยอทะยาน

ทว่าสตรีตรงหน้ามองเขาราวกับกำลังมองเส้นทางอันตรายซึ่งต้องหลีกเลี่ยง

ทั้งที่นี่ควรเป็นครั้งแรกซึ่งทั้งสองพบกัน

“เราเคยพบกันมาก่อนหรือไม่” เขาถาม

คำถามนั้นทำให้เสิ่นชิงหลัวนิ่งไป

ภาพลานประหารกลับมาอีกครั้ง

นางคุกเข่ากลางหิมะ ร้องขอให้เขาช่วยบิดา

แต่เขาไม่ตอบ

“ไม่เคยเพคะ”

นางตอบโดยไม่หลบตา

จ้าวจิ่งหยวนยังไม่ละสายตา

“แปลกนัก ข้ากลับรู้สึกว่าเจ้าไม่ต้องการพบข้า”

บริเวณรอบข้างเงียบลง อาหลานยืนอยู่ห่างออกไปไม่มาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ส่วนเฉินอี้มองสลับระหว่างองค์ชายกับเสิ่นชิงหลัวอย่างระมัดระวัง

นางไม่อาจตอบตามจริงได้ว่าเคยตายเพราะเขามาแล้วครั้งหนึ่ง

“องค์ชายทรงคิดมากไปเพคะ” นางกล่าว “หม่อมฉันเพียงมีงานตรวจม้าค้างอยู่ ไม่กล้าปล่อยให้พระองค์เสียเวลากับคนซึ่งไม่มีข้อมูลสำคัญกว่านี้”

“ผู้พบพิษและม้าสับเปลี่ยนจะไม่มีข้อมูลสำคัญได้อย่างไร”

จ้าวจิ่งหยวนก้าวเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อย

“ข้าต้องตรวจรายงานทั้งหมด หากเจ้าสะดวก หลังเสร็จการตรวจค่าย ข้าอยากฟังเรื่องที่เจ้าพบจากปากเจ้าโดยตรง”

ทุกอย่างกำลังเดินเข้าสู่เส้นทางเดิมอีกครั้ง

เริ่มจากความสนใจในความสามารถ

จากนั้นจะเป็นคำเชิญให้สนทนาเป็นการส่วนตัว

ต่อไปคือหนังสือ ตำรา และคำขอคำปรึกษาเล็กน้อย

ก่อนจะกลายเป็นแผนศึกซึ่งไม่มีชื่อของนาง

เสิ่นชิงหลัวกำลังจะหาทางปฏิเสธ เสียงเย็นเรียบก็ดังแทรกขึ้น

“คุณหนูเสิ่น”

เซียวฉางเยี่ยนซึ่งยืนเงียบมาตลอดเดินเข้ามาหยุดข้างนาง ร่างสูงบดบังสายตาของจ้าวจิ่งหยวนบางส่วนโดยไม่ดูจงใจเกินไป

“ไปตรวจอู๋เยี่ย”

เสิ่นชิงหลัวชะงัก

เมื่อเช้านางเพิ่งตรวจอู๋เยี่ยอย่างละเอียด มันกินอาหารได้ อุณหภูมิปกติ รูม่านตากลับสู่สภาพเดิม และแทบไม่มีอาการพิษเหลืออยู่

“อู๋เยี่ยแข็งแรงดีแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ”

“มันไม่ยอมกินอาหาร”

นางเหลือบมองไปทางคอก อู๋เยี่ยกำลังเคี้ยวหญ้าอย่างสงบ เศษหญ้ายังติดอยู่ตรงมุมปาก

เซียวฉางเยี่ยนมองตาม แล้วกล่าวโดยสีหน้าไม่เปลี่ยน

“มันกินน้อยกว่าปกติ”

ข้ออ้างนี้ฝืนอยู่บ้าง แต่ม้าหลังได้รับพิษกินอาหารลดลงก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ

เสิ่นชิงหลัวเข้าใจว่าเขาคงต้องการให้นางออกไป เพื่อไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องกับคดีสนทนากับผู้แทนราชสำนักโดยไม่มีการเตรียมตัว หรืออาจไม่ต้องการให้นางกล่าวรายละเอียดซึ่งยังอยู่ระหว่างสอบสวน

นับว่าเป็นการป้องกันข้อมูลรั่วไหลอย่างเหมาะสม

“เจ้าค่ะ”

นางคำนับจ้าวจิ่งหยวน

“หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ”

จ้าวจิ่งหยวนยังไม่ทันตอบ เซียวฉางเยี่ยนก็กล่าวกับอาหลาน

“ตามนางไป”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ”

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel