ตอนที่ 4 จางลู่ลู่..ยิ่งดิ้นยิ่งพ่ายแพ้
ข่าวการปรากฏตัวของจางซูอี้กับหลี่เฟยหยางที่โรงแรมหรูแพร่กระจายไปทั่วแวดวงสังคมชั้นสูงภายในเวลาไม่ถึงข้ามคืน ภาพที่หลี่เฟยหยาง มาเฟียหนุ่มผู้ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนกำลังขยับเนคไทให้จางซูอี้อย่างแผ่วเบาในภาพถ่ายปาปารัสซี่ กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุด
ภายในคฤหาสน์ตระกูลจาง บรรยากาศเงียบเชียบจนน่าอึดอัด จางลู่ลู่ขว้างสมาร์ทโฟนลงบนพรมหนานุ่มจนหน้าจอแตกละเอียด เธอสั่นไปทั้งตัวด้วยความโกรธแค้นและความหวาดกลัวที่ปะปนกัน
“มันเป็นไปไม่ได้! ยัยซูอี้มันโง่จะตายไป มันจะไปรู้จักกับหลี่เฟยหยางได้ยังไง!” ลู่ลู่ตะโกนลั่นห้อง
“คุณหนูรอง ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณหนู” แม่บ้านขี้ประจบรีบวิ่งเข้ามาปลอบ “บางทีคุณหนูใหญ่อาจจะแค่... ไปขอความช่วยเหลือเรื่องเงินตามประสาคนถังแตกก็ได้ ใครจะไปคิดว่าหลี่เฟยหยางจะสนใจผู้หญิงอย่างคุณหนูใหญ่ซูอี้จริงๆ”
“ถ้าซูอี้ได้หลี่เฟยหยางหนุนหลัง ตระกูลจางจะทำยังไง? แล้วกู้เฉิงรุ่ยอีกล่ะ!” ลู่ลู่เริ่มน้ำตารื้น แผนการของเธอคือการบีบซูอี้ให้กลายเป็นคนเสียสติจนไม่มีใครยอมรับ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าซูอี้กำลังเดินเกมหมากที่เหนือกว่าเธอไปไกล
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานของหลี่เฟยหยาง จางซูอี้นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังนุ่ม เธอไม่ได้ดูตื่นเต้นกับความหรูหราตรงหน้า เธอกำลังตรวจสอบเอกสารตัวเลขการเงินของตระกูลจางที่เธอแอบดึงข้อมูลมาจากแล็ปท็อปของบิดาในคืนก่อนที่จะย้ายออกมา
“คุณดูตั้งใจเกินไปนะ” เสียงทุ้มของเฟยหยางดังขึ้น เขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกาแฟดำหนึ่งแก้ว “ถ้าคุณแค่ต้องการแก้แค้นครอบครัว การให้ผมจัดการให้ก็จบแล้ว ไม่เห็นต้องลงมือเองเลย”
ซูอี้เงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของเธอมันช่างดูร้ายกาจแต่ทว่าน่าหลงใหล “ถ้าคุณจัดการให้ เกมมันก็จบเร็วเกินไปน่ะสิคะคุณหลี่ การแก้แค้นที่สนุกที่สุด คือการปล่อยให้ศัตรูค่อยๆ เห็นภาพลักษณ์ของตัวเองที่สร้างมาพังทลายลงด้วยน้ำมือของพวกเขาเอง”
เฟยหยางเลิกคิ้วขึ้น เขารู้สึกทึ่งในความเด็ดขาดของหญิงสาวตรงหน้า ยิ่งเขาได้ใกล้ชิดกับเธอ เขาก็ยิ่งค้นพบว่าจางซูอี้คนนี้มีเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง
“แล้วแผนต่อไปของคุณคืออะไร?” เขาถามพลางพิงขอบโต๊ะ
“ทำให้ลู่ลู่เผยธาตุแท้ออกมาต่อหน้าทุกคนค่ะ” ซูอี้ตอบ “ลู่ลู่ชอบเล่นบทนางเอกผู้แสนดีใช่ไหม? งั้นฉันก็จะให้เธอได้รับบทนั้นจนอ้วกออกมาเลย”
แผนการของซูอี้เริ่มต้นขึ้นในวันถัดมา เธอใช้สื่อโซเชียลที่เคยเป็นอาวุธร้ายของลู่ลู่ย้อนกลับมาใช้เอง เธอโพสต์ภาพตัวเองในร้านกาแฟธรรมดาๆ พร้อมแคปชั่นที่ดูอ่อนน้อมถ่อมตน: “เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยสองมือของตัวเอง อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็มีความสุขที่ได้ยืนด้วยขาของตัวเองค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ยังเป็นกำลังใจให้”
ยอดไลก์และคอมเมนต์ชื่นชมถล่มทลาย คนเริ่มหันมาเปรียบเทียบระหว่าง ‘คุณหนูตกอับผู้เข้มแข็ง’ กับ ‘น้องสาวบุญธรรมที่ดูเหมือนจะสุขสบายบนกองเงินกองทองของพี่สาวที่เป็นลูกสาวแท้ๆ’
ลู่ลู่เห็นโพสต์นั้นแล้วแทบคลั่ง เธอรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโพสต์ตอบโต้ทันทีด้วยข้อความที่ดูเหมือนจะหวังดี แต่แฝงไปด้วยการจิกกัด: “พี่ซูอี้คะ ลู่ลู่เป็นห่วงพี่นะคะ อย่าทำตัวประชดครอบครัวแบบนี้เลย ถ้าพี่กลับมาขอโทษคุณพ่อคุณแม่ ทุกอย่างจะเหมือนเดิมนะคะ ลู่ลู่เสียสละได้ทุกอย่างเพื่อให้พี่มีความสุขค่ะ”
ลู่ลู่หวังจะให้คนมองว่าซูอี้ก้าวร้าวและเอาแต่ใจ แต่ผลลัพธ์กลับตาลปัตร ชาวเน็ตเริ่มจับผิดคำพูดของลู่ลู่ว่า ‘เสแสร้ง’ และ ‘พยายามจะข่มพี่สาวตัวเอง’
ความพยายามของลู่ลู่ที่ต้องการทำให้ซูอี้เป็นนางร้าย กลับกลายเป็นว่าเธอกำลัง ‘ขุดหลุมฝังตัวเอง’
ซูอี้ไม่ได้ตอบโต้ลู่ลู่โดยตรง เธอเลือกที่จะเงียบ แต่ในความเงียบนั้น เธอส่งข้อมูลที่ ‘ลู่ลู่แอบยักยอกเงินกองทุนการกุศลของตระกูลจางไปใช้ส่วนตัว’ ให้กับนักข่าวสายธุรกิจรายหนึ่ง
.
วันต่อมา
ข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งเล่นงานตระกูลจางอย่างหนัก “ทายาทบุญธรรมตระกูลจางยักยอกเงินการกุศล? สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใส!”
เมื่อคุณจางเห็นข่าวนี้ เขาเรียกทุกคนเข้าห้องประชุมทันที ใบหน้าของบิดาที่เคยเอ็นดูลู่ลู่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “ลู่ลู่! นี่มันหมายความว่ายังไง! เงินกองทุนนี่มันมีชื่อแกเซ็นเบิก!”
ลู่ลู่หน้าซีดเผือด “คุณพ่อคะ! ไม่ใช่ลู่นะคะ! ลู่ไม่เคยทำ! ต้องเป็นพี่ซูอี้! ยัยนั่นต้องเป็นคนปล่อยข่าวเพื่อใส่ร้ายลู่ลู่!”
โม่เฉินที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ มาตลอดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ซูอี้ไม่ได้อยู่ที่บ้านเรามาหลายวันแล้วลู่ลู่ เธอจะรู้รหัสผ่านบัญชีของบริษัทได้ยังไง? แล้วหลักฐานพวกนี้... มันระบุชัดเจนว่ามาจากคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานของเธอ”
ลู่ลู่ตัวสั่นงันงก เธอเผลอแสดงท่าทางกรีดร้องเหมือนคนเสียสติออกมาต่อหน้าคนรับใช้และพี่ชายคนโต ภาพลักษณ์นางฟ้าแสนดีที่เธอพยายามสร้างมาตลอด 5 ปี พังทลายลงในพริบตา
จางซูอี้ที่ยืนมองดูสถานการณ์ผ่านหน้าจอแท็บเล็ตในรถหรูของหลี่เฟยหยาง เธอแค่ยิ้มเบาๆ
“ยิ่งดิ้น... ก็ยิ่งเผยรอยร้าว” ซูอี้พึมพำกับตัวเอง “นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นนะลู่ลู่... ความสนุกที่แท้จริงน่ะ มันยังมาไม่ถึงเลย”
หลี่เฟยหยางที่ขับรถอยู่ข้างๆ เหลือบมองเธอพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก “คุณร้ายกาจกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะ ซูอี้”
“ร้ายกาจหรือฉลาดคะคุณหลี่?” ซูอี้หันไปสบตาเขา แววตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ “ในโลกนี้... ถ้าไม่ร้ายก็อยู่ยาก ไม่ใช่เหรอคะ?”
รถสปอร์ตคันหรูแล่นออกไปทิ้งไว้เพียงความวุ่นวายที่กำลังจะทำลายตระกูลจางให้แตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแผนการของคนที่เคยถูกเรียกว่า ‘นางร้าย’ มาตลอดชีวิตคนนี้เอง
