บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ท่านมิใช่บุรุษ

ครึ่งชั่วยามผ่านไป อาหารที่ย่างไว้ก็เริ่มเย็นชืดแต่มังกรจอมบ่นยังไม่กลับมา ชายหนุ่มนั่งมองไปทางทิศที่มังกรอย่างลอยจากไปอย่างรอคอย จนฟ้ามืดลงเขาก็เห็นงูขาวที่คุ้นตาค่อยๆเลื้อยเข้ามาอย่างช้าๆ

“อาหารเย็นชืดหมดแล้ว ข้าจะอุ่นให้ใหม่”

“ไม่ต้อง ข้ากินได้ เจ้าพักผ่อนเถอะ”

“เสี่ยวอี้ เจ้าติดตามข้ามานาน ตอนนี้เจ้าก็โตเป็นหนุ่มแล้วสมควรจะแยกจากข้าไปเริ่มชีวิตของตนได้แล้ว ข้าเองก็ถึงเวลาต้องเลิกท่องเที่ยวเสียที”

“ท่านจะกลับไปจำศีลแล้วหรือขอรับ”

“ข้าเองก็ทิ้งภาระหน้าที่มายาวนาน ข้าได้พบกับมังกรตนอื่นๆที่สืบเชื้อสายเดียวกันกับข้า พวกเขาอาศัยอยู่ในสถานที่ห่างไกลที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าไปอาศัยอยู่ได้ ในเวลานี้มีเหตุการณ์ที่ยากลำบากต่อพวกเขา จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากข้า ดังนั้นข้าสมควรที่จะกลับไปรับผิดชอบหน้าที่ของตนเองเสียที เจ้าเองก็ได้รับการถ่ายทอดหลายสิ่งหลายอย่างจากข้าแล้ว คิดว่าเจ้าก็สมควรกลับไปอยู่ร่วมกับพวกมนุษย์เสียที ดังนั้นพวกเราก็สมควรลาจากกันเสียที”

“แต่ข้า ไม่มีครอบครัวไม่มีจุดหมาย ไม่รู้ว่าจะไปที่ใด”

สิ้นเสียงของชายหนุ่มทั้งสองก็เงียบลง พวกเขาอยู่ด้วยกันมานานมังกรเห็นเด็กน้อยเติบโตจนเป็นชายหนุ่มก็มีความรู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก สำหรับช่วงเวลาของชีวิตที่ยาวนานของมัน ชีวิตมนุษย์แสนสั้นเท่าฝุ่นปลิวผ่านตาเท่านั้น หากแยกจากกันครานี้ทั้งสองอาจไม่มีโอกาสได้พบกันอีกเลยก็ได้

“ข้า แซ่ฟ่าน ชื่อหงอี้ ฟ่านหงอี้ ท่านจดจำข้าให้ได้ ข้ากลัวว่าจากกันครั้งนี้คงไม่ได้พบกับท่านอีกแล้ว ท่านต้องจำข้า เสี่ยวอี้ให้ได้นะขอรับ”

“เสี่ยวอี้ ข้าคือ หนิงหลง ไม่ใช่ชื่อที่เจ้าเรียกข้าตามอำเภอใจว่าท่านไป๋”

“ก็ท่านไม่เคยบอกชื่อกับข้านี่ขอรับ”

เสี่ยวอี้รู้สึกน้อยใจตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมาเขาไม่รู้ว่ามังกรขาวมีชื่อว่าอย่างไร จะเรียกว่ามังกรขาวตลอดก็ไม่สะดวกใจจึงเรียกตามสีของร่างกายอีกฝ่าย

“เอาหล่ะๆ อย่าทำหน้าแบบนั้น นี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะอยู่ด้วยกันข้าจะให้เจ้าได้เห็นร่างที่แท้จริงของข้าในภาพร่างมนุษย์ ข้าเองดีใจที่ได้รู้ว่าสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์มีจิตใจที่ดีงามอยู่เช่นเจ้า”

ร่างมังกรขนาดยักษ์ค่อยๆย่อขนาดลงกลายร่างเป็นมนุษย์สตรีในชุดแต่งกายสีขาว รวบผมสีดำขลับอย่างง่ายๆปักด้วยปิ่นหยกสีขาวมีตุ้งติ้งขนาดเล็กห้อยลงมาดูงดงาม ยืนหันหลังห่างออกไปเพียงสองก้าวก่อนที่จะค่อยๆ หันร่างกลับมาใบหน้างดงามดวงตากลมโตคิ้วเรียวงามริมฝีปากเชิดรั้น มองดูมั่นใจในตนเองทั้งยังดูเหยียดยามทุกสิ่งในสายตาราวกับว่าโลกทั้งโลกไม่มีสิ่งใดสำคัญ

“ท่าน.. เป็นสตรีหรือ ข้าคิดมาตลอดว่าท่านเป็นบุรุษมาตลอด ข้า ข้าหยาบคายใส่ท่านหลายครั้งเหตุใดท่านไม่บอกข้าว่าเป็นสตรี ข้าๆ”

“ข้าๆๆ อะไร ทำไมมังกรมีแต่เพศผู้หรือไง ข้าเป็นสตรีแล้วไม่ใช่มังกรหรือไง บุรุษสตรีแยกแยะเพื่อสิ่งใด”

“ท่านอายุเท่าไหร่กันแน่ เหตุในร่างมนุษย์จึงดูงดงามเช่นนี้”

“เจ้าเด็กบ้า ข้าใช้ร่างมนุษย์ในรูปลักษณ์นี้มาตลอด ข้าอายุเท่าใดจำเป็นต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์มนุษย์ให้เพิ่มตามด้วยหรืออย่างไร เจ้าเคยเห็นสตรีที่อายุแสนกว่าปีหรือไม่”

“ขอโทษขอรับ ข้าแค่ถามเพราะอยากรู้ไม่ได้อยากเห็นตอนท่านน่าเกลียดสักหน่อย”

“ฮึ แน่นอนข้างดงามตลอด ไม่เคยน่าเกลียดแม้เจ้าอยากเห็นก็คงหมดโอกาส”

ฟ่านหงอี้รู้สึกไม่อยากห่างจากหนิงหลงมังกรขาวที่สั่งสอนเขามากมายในช่วงสองปีที่ผ่านมา ให้เขากลับไปหามนุษย์จะต้องทำตัวอย่างไรเขายังนึกไม่ออกแต่ถ้าให้อยู่กับนางคงจะดีกว่า

“พวกเราต้องแยกจากกันจริงๆ หรือ”

“เจ้าคิดว่ามนุษย์อย่างเจ้าสามารถอยู่ในแดนมังกรได้หรือ ถ้าเจ้าทำได้ก็ไปอยู่กับข้าได้”

“ท่านพูดจริงนะ จากนี้ไปให้ข้าเรียกท่านว่าหนิงหลงได้หรือไม่”

“ได้”

“เจ้าวางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อไป”

“ข้าจะท่องเที่ยวไปทั่วดินแดนมนุษย์ ข้าจะเสาะแสวงหาวิธีการให้สามารถไปอยู่กับท่านให้ได้ หนิงหลง”

“ข้าหวังว่าได้พบเจ้าอีกครั้งเช่นกัน ข้าจะรอเจ้า”

ทั้งสองคนนั่งคุยรำลึกความหลังกันตลอดทั้งคืนจนเช้า ก็บอกลากันก่อนที่จะแยกจากมังกรหนิงหลงได้มอบจี้บางๆให้กับชายหนุ่มเก็บไว้เป็นที่ระลึก

“สิ่งของที่อยู่ในที่พักแห่งนั้น ยามต้องการใช้ให้เจ้านึกถึงมันแล้วใช้เวทย์ที่ข้าสอนเรียกมันออกมาทั้งหมดที่เจ้าเคยเห็นล้วนให้เจ้า หรืออยากกลับไปที่นั่นเจ้าก็ได้รับสิทธิ์ในการเข้าไปได้สำหรับนี่ข้าให้เจ้าเก็บไว้เป็นที่ระลึกหากเจ้าได้รับอันตรายก็ให้เอาเลือดหยดลงบนมัน ข้าจะไปช่วยเจ้าเอง”

“ข้าจะเก็บไว้อย่างดี หนิงหลงท่านรอข้าสักวันหนึ่งข้าจะต้องไปหาท่านให้พบ”

ชายหนุ่มเรียกสร้อยคอจากในถ้ามาหนึ่งเส้นลวดลายไม่ดึงดูดสายตานักร้อยจี้ใส่คล้องคอเอาไว้ เขาไม่รู้ว่าจี้ที่ได้มาคือเกล็ดมังกรของหนิงหลง

“หึ หากเจ้าทำได้จริงข้าจะรอ ยังไงเสียข้าก็มีอายุมายาวนานคงไม่ตายก่อนเจ้าแน่นอน”

“ท่าน พูดไม่เป็นมงคลเลย หนิงหลงท่านเรียกชื่อข้าแทนเสี่ยวอี้ได้หรือไม่ ข้าโตแล้วมิใช่เด็กๆ”

“ฮ่าฮ่า เจ้าโตเป็นหนุ่มแล้ว รู้จักอายเสียด้วย ได้ได้ หงอี้ หงอี้ พอใจหรือยัง”

ชายหนุ่มยืนยิ้มให้กับเงาร่างของสตรีที่ค่อยๆ จางหายกลายเป็นมังกรตัวใหญ่ลอยอยู่กลางอากาศส่งเสียงคำรามดังสนั่นก่อนที่จะหายลับไปต่อหน้า

ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะเริ่มเก็บสิ่งของต่างๆ (เขาจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก) ไม่รู้ว่าความผูกพันนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร เขามีเพียงมังกรยักษ์อยู่เคียงข้างในคราบงูขาวมานานหลายปี ยามนี้อยู่ตัวคนเดียวรู้สึกเหงาเหลือเกินเขาอยากติดตามอยู่ข้างกายไม่ว่าจะเป็นมังกรยักษ์ งูขาว หรือสาวงาม

ไม่ว่าจะต้องลำบากเท่าใดเขาจะต้องหาทางไปยังดินแดนมังกรให้ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องเสาะหาคนที่มีข้อมูล หนิงหลงสิ่งที่ท่านให้ข้ามาทุกอย่างข้าจะใช้มันเพื่อเสาะแสวงหาดินแดนมังกร

เมื่อวานเขาได้เข้าไปในที่พักของหนิงหลงค้นหาอยู่นานในที่สุดเขาก็ได้ในสิ่งที่คิดว่ามีประโยชน์เป็นตำราการรักษา ตำราเวทย์มนต์และตำราการใช้อาวุธที่เดิมทีฝึกแค่ให้สะดวกในการใช้จับสัตว์มาเป็นอาหาร แต่ตอนนี้เขามีเป้าหมายจำเป็นต้องฝึกทุกศาสตร์ที่มีอยู่ให้มากที่สุด เขาต้องฝึกมันทุกวันจึงเลือกที่จำเป็นบางส่วนย่อขนาดแล้วนำติดตัวไปด้วย โชคดีที่หนิงหลงสอนเขาเอาไว้

เขากระโดดขึ้นไปบนยอดไม้ มองไปทุกทิศต้องไปยังหมู่บ้านเพื่อหาข้อมูล ใช้เวลาเดินลงเขาห้าวันจึงได้เห็นหมู่บ้าน ชายหนุ่มมองเห็นคนเดินสวนทางมา จึงเดินเข้าไปทักเพื่อสอบถามรายละเอียด

“ท่านลุง ไม่ทราบว่าที่นี่คือเมืองใดหรือขอรับ”

ชายชรามองดูชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวที่ แต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีดูไม่เหมือนชาวบ้านแถวนี้ จึงยิ้มให้แล้วตอบอย่างใจดี

“ที่นี่หมู่บ้านเสวียนเฉิน เมืองลู่อี้ พ่อหนุ่มเดินทางมาจากที่ใดกันรึ”

“ข้าท่องเที่ยวไปทั่ว แค่เพียงผ่านทางมาไม่ทราบว่าจากนี้ไปจะมีที่พักค้างคืนได้บ้างขอรับ”

“ข้าก็ไม่แน่ใจนะ ในหมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ไม่มีโรงเตี๊ยมให้พักหรอกพ่อหนุ่ม ห่างออกไปสักยี่สิบลี้มีหมู่บ้านซ่างเหวินที่มีขนาดใหญ่กว่าหมู่บ้านเราพอมีโรงเตี๊ยมให้พัก แต่ถ้าเจ้าไม่เรื่องมากนักห่างไปสักสี่ห้าลี้จะมีอารามเล็กๆอยู่ที่นั่นก็คงขอพักค้างได้สักคืนนะ”

“ขอบคุณมากขอรับท่านลุง”

“ไม่เป็นไรๆ”

ฟ่านหงอี้ กล่าวขอบคุณอีกฝ่ายก็ผงกศีรษะรับรู้ต่างคนต่างก็เดินจากไป เขาตัดสินใจพักค้างที่อาราม เพราะไม่คุ้นเคยกับการอยู่ใกล้ชิดผู้คน ผู้คนเริ่มเดินสวนมาเขาสัมผัสได้ถึงการถูกแอบมองน่าจะเป็นเพราะเขาเป็นคนแปลกหน้าจึงทำเหมือนไม่รู้สึกเดินต่อไปจนถึงอาราม

เขาเดินผ่านเดินผ่านประตูตรงเข้าไปถึงโถงด้านในจุดธูปปักลงในกระถางธูป เมื่อเดินออกได้พบนักพรตชราที่เดินออกมาจากด้านหลังกำลังจะกวาดใบไม้ด้านข้างจึงตรงเข้าไปสอบถาม

“นักพรตขอรับ ข้าน้อยเดินทางผ่านมาหาที่พักไม่ได้ ท่านลุงที่ข้าพบแนะนำให้มาที่นี่ ข้าอยากขอพักค้างคืนสักคืน ไม่ทราบว่าท่านนักพรตจะกรุณาช่วยข้าได้หรือไม่”

“ฮ่าฮ่าๆ ได้ๆ ที่อารามนี้มีข้าอยู่เพียงลำพัง เจ้าพักค้างที่นี่ได้ แต่อาหารเจ้าต้องทำเอาเอง ห้องครัวอยู่ด้านหลังออกประตูไป ส่วนห้องพักตามข้ามาสิ”

“ขอบพระคุณขอรับ”

“เจ้าพักค้างคืนที่นี่ได้ตามสะดวก แต่ข้าวของเครื่องใช้อาจไม่สะดวกนัก หากต้องการอาบน้ำด้านหลังมีบ่อน้ำเจ้าสามารถตักได้จากที่นั่น เจ้าตามสบายนะ ข้าต้องไปทำความสะอาดด้านหน้าก่อน”

หลังจากมองสำรวจห้องพักแล้วก็ทำความสะอาดให้พอพักอาศัยได้ ดูจากสภาพภายในห้องแล้วคงไม่มีคนพักอาศัยมาเป็นเวลานาน หน้าต่างมีรูลมผ่านเข้ามาได้ชายหนุ่มร่ายมนต์ซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดภายในห้อง ก่อนที่จะปิดประตูแล้วเดินออกไปช่วยนักพรตท่านนั้นกวาดลานด้านหน้าที่หันมามองด้วยความแปลกใจก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความยินดี (ปกติคนเดินทางที่ผ่านมาส่วนใหญ่มักอยู่แต่ในห้องแล้วก็จากไป) ชายหนุ่มคนนี้ลักษณะดีงามทั้งยังมีมารยาท ออกมาช่วยทำงานเล็กๆน้อยเช่นนี้ นี่นับเป็นคนแรกที่นักพรตได้พบจึงรู้สึกดีด้วยเป็นอย่างมาก

“ท่านนักพรตอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือขอรับ”

“ใช่ นานนับสิบๆปีแล้ว เดิมที่ข้าก็ไม่ใช่คนในหมู่บ้านแห่งนี้ข้าเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วถือได้ว่าเป็นนักแสวงหาโชคก็ว่าได้ เคยมีครอบครัวแต่ก็ตายจากไปหมดจากภัยธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้นก็อยากอยู่อย่างสงบจึงหาไปเรื่อยจนมาพบอารามแห่งนี้เข้า เมื่อก่อนก็มีนักพรตคนอื่นอยู่แต่เพราะหลายปีก่อนเกิดภัยแล้งขึ้นจึงค่อยๆเหลือข้าเพียงคนเดียว”

นักพรตพูดเล่าเรื่องราวให้เขาฟังเสมือนพูดกับตัวเอง จนจบก็หันมามองหน้าชายหนุ่ม

“เจ้าหล่ะเป็นคนที่ไหน”

“ข้าเดิมเป็นคนหมู่บ้านเซ่อจี้ เมืองอวิ๋น คนที่บ้านไม่มีแล้วจึงเดินทางไปทั่วอยากเสาะแสวงหาโอกาสให้กับชีวิต”

“ยังหนุ่มอยู่ชีวิตเพิ่งเริ่มต้นก็ควรเป็นเช่นนั้น เจ้าอยากทำอาชีพอะไรหล่ะ”

“ข้าแค่อยากตามหาสัตว์เวทย์ สัตว์วิเศษ หรือสัตว์เทพ ท่านว่ามันเป็นไปได้หรือไม่”

“สัตว์ในตำนานหรือ เมื่อนานมาแล้วข้าก็เคยได้ยินนักเดินทางพูดถึงนะ นักฝึกสัตว์วิเศษกับนักล่าสัตว์วิเศษ ทว่าทั้งสองอาชีพนี้มีอันตรายอย่างมาก รายได้ดีมีคนนับหน้าถือตาต้องฝึกฝนจนมีความเก่งกล้า แต่ถ้าเจ้าสนใจก็ลองไปที่เมืองจงหลางดูสิ ที่นั่นใกล้กับป่าเจ้าอสูรย์ ได้ยินว่ามีสำนักฝึกฝนทั้งสองอาชีพนี้ตั้งอยู่”

“ขอบคุณที่กรุณาบอกขอรับ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel