ตอนที่ 5 โชคดีได้ติดตามเทพมังกร
หูทั้งสองข้างของเสี่ยวอี้ต้องแย่แน่ๆ หลังจากกำจัดชายร่างใหญ่ทั้งสองไปได้ ท่านมังกรก็เอาแต่บ่นเขามาตลอดทาง
“เจ้ามันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”
“ท่านไป๋ ข้าเป็นเด็ก ร่างกายไม่แข็งแรงอย่าว่าแต่สู้เลย ลำพังให้ข้าวิ่งหนีพวกเขายังไม่รอดเลย ท่านทำร้ายพวกเขา แต่พวกเขากลับกล่าวหาว่าข้าเป็นปีศาจทั้งที่ข้าอยู่เฉยๆ”
“เจ้าเด็กนี่ปากดีนัก เดี๋ยวตบปากอย่างเจ้าพวกนั้นซะหรอก”
“ไม่ๆ ข้าไม่กล้าว่าท่านอีกแล้ว”
“ข้าหิวแล้ว”
“อะไรนะ! ท่านกินไปเมื่อหนึ่งชั่วยามที่แล้ว ข้าหาของมาให้ท่านกินไม่ไหวแล้ว ถ้าอยากกินท่านไปหาของสดมาแล้วข้าย่างให้ท่านกิน”
“เรื่องมากจริงเชียวแค่จับสัตว์เล็กๆ น้อยๆ พวกนั้นจะใช้แรงอะไร ของแค่นี้ข้าจัดการเอง”
เด็กหนุ่มนั่งรออยู่บนก้อนหิน บริเวณนี้ห่างจากริมน้ำไม่มากนักระหว่างนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มเดินเก็บกิ่งไม้มากองไว้จำนวนมากคาดว่าจะพอสำหรับปิ้งย่างสัตว์ที่มังกรยักษ์นำกลับมา เพียงเค่อเดียวหลังจากมังกรในร่างงูขาวหายไปก็เลื้อยกลับมาช้าๆ เด็กหนุ่มมองเลยไปเบื้องหลังถึงกับตาโตอ้าปากค้าง สิ่งที่ลอยมาล้วนเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ทั้งหมูป่า กวาง งูเหลือม วัวป่า นี่ๆ กะจะกินให้หมดป่าเลยหรือไร
“ท่านไป๋ ท่านจับมามากเกินไปแล้ว ท่านกินมากเช่นนี้ข้าจะย่างอีกนานเท่าใดจึงจะสุกทั้งหมดแล้วท่านล่ามามากขนาดนี้หมดป่าแล้วหรือยัง ระวังมื้อหลังจากนี้ท่านจะไม่มีอาหารกินนะ”
“ขี้บ่นจริงเชียวเจ้าเป็นเด็กนะคิดมากทำไม สัตว์แค่นี้ไม่มากจนเกินไปนักหรอก ข้าจับเฉพาะสัตว์ที่อยู่แถวๆนี้ ไม่ได้หาออกไปไกล ป่านี้อุดมสมบูรณ์มากไม่ต้องกลัวพวกมันสูญพันธุ์ รีบๆไปจัดการซะข้าหิว”
“ท่านหิวสะสมมาหรือไง หลับไปหนึ่งตื่นพอตื่นขึ้นมาก็กินกับกิน ข้าไม่เห็นท่านจะทำอย่างอื่นเลย”
เด็กหนุ่มก็บ่นไปตามประสาเพราะตั้งแต่ติดตามมังกรยักษ์มา อีกฝ่ายก็ไม่ได้โหดร้ายกับเขานัก เวลาลำบากหรือต้องการความช่วยเหลือก็มอบสิ่งที่สามารถทำให้เขาสะดวกได้ทันที เช่นเขาชำแหละเนื้อด้วยมีดขนาดเล็กก็เสกมีดขนาดพอดีมือที่มีความคมกริบมาให้ใช้ ความจริงมันอาจจะทำให้อีกฝ่ายได้กินอาหารไวก็เท่านั้น แต่เขาขอคิดเข้าข้างตนเองเสียหน่อย
“ถ้ามีเกลือสักหน่อย รสชาติต้องดีแน่เชียว”
สะดวกจริง เกลือสีขาวสะอาดกองอยู่บนใบไม้ แค่พูดออกไปเท่านั้นสิ่งที่ต้องการก็มาวางให้เห็น เสี่ยวอี้ยิ้มก่อนจะนำเนื้อสัตว์ที่ล้างทำความสะอาดแล้วทาเกลือจนทั่วทิ้งไว้
เขามองงูขาวที่เอียงคอไปมามองดูเขาย่างเนื้อหมูป่าบนกองไฟ เสียงน้ำมันหยดลงต่อเนื่องกลิ่นหอมที่โชยมาเข้าจมูก เขาดูว่ามันสุกกำลังดีก็ยกลงวางบนใบถาดขนาดใหญ่(ที่ไม่รู้โผล่มาตอนไหน) ก่อนจะหันไปย่างกวางตัวไม่ย่อมที่ผ่าท้องล้างทำความสะอาดรออยู่แล้วขึ้นย่างไฟ มือหมุนไม้ที่เสียบเนื้อกวางหมุนไปหมุนมาเพื่อให้สุกทั่วทุกจุด
“ท่านไป๋ ข้าสงสัยนักท่านเป็นมังกรเหตุใดไม่กินเนื้อดิบเช่นที่ข้าเคยได้ยินมา”
“นั่นมันเป็นมังกรทั่วไป ข้าเป็นมังกรชั้นสูงมีอารยธรรมย่อมต้องกินของที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น วางมาๆ นั่นแหละกลิ่นนี้แหละหอมกำลังดี เจ้าอย่าย่างจนแห้งเกินไปสุกกำลังดีเนื้อหวานฉ่ำ”
เด็กหนุ่มคุ้นชินกับนิสัยการกินที่ค่อนข้างจะเรื่องมากเหล่านี้แล้ว หากมีครั้งใดที่ไม่บ่นถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติก็ว่าได้ ไม่คาว ไม่สุก หรือไม่ก็ไหม้จนขม อะไรประมาณนั้น เขาย่างจนถึงชิ้นสุดท้ายในที่สุดก็ได้พักเสียที
“เจ้าก็กินด้วย เดี๋ยวไม่มีแรงย่างให้ข้ากินมื้อต่อไป”
“ไม่ละท่านไป๋ ข้ายังอิ่มอยู่ขอรับ ข้าเหนียวตัวขอไปล้างตัวก่อนขอรับ”
งูขาวชูคอมองตามร่างเด็กหนุ่มที่อยู่ด้วยกันมาหลายเดือน แม้จะดูมีเลือดฝาดมากขึ้นกว่าครั้งแรกที่เจอกันแต่ก็ยังนับว่าผอมยิ่งนักเทียบกับสัตว์ที่จับมาเป็นอาหารยังไม่ได้เลย ดูท่าต้องขุนให้มากกว่านี้จึงจะมีเรี่ยวแรงมากขึ้น
เด็กหนุ่มเวลานอนก็คุ้ดคู้เหมือนกระรอกหรือแมวขดตัวนอนหนาวยามค่ำคืนเพราะเสื้อผ้าที่ดูบางและเก่าขัดตาเป็นอย่างมาก เจ้าหนุ่มนี่ไม่เคยเปลี่ยนชุด มันเองก็พึ่งจะคิดได้
“ไม่มีเสื้อผ้าก็ไม่บอก”
ผ้าห่มหนาและอุ่นจู่ๆก็ตกลงจากอากาศคลุมร่างของเสี่ยวอี้พอดี บนก้อนหินก็มีเสื้อผ้าชุดใหม่วางไว้ด้านข้างชุดสีฟ้าขลิบน้ำเงินผ้าหนาเนื้อละเอียดเหมาะกับอากาศในป่าเขานี่ยิ่งนัก
“เสื้อผ้า ของข้าหรือขอรับ”
“อืม เสื้อผ้าเจ้าเก่าเกินไปแล้ว สกปรก น่ารังเกียจ”
เด็กหนุ่มอุทานเมื่อตกใจตื่นขึ้นมาเพราะถูกผ้าทับจนหายใจไม่ออก นอกจากมีผ้าห่มแล้ว ยังมีเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ดูดีกว่าชุดของตนรู้ทันทีว่าท่านมังกรยักษ์น่าจะไม่ถูกใจชุดที่เขาใส่จนต้องเสกของใหม่มาให้แน่นอน จึงรีบหยิบมาสวมใส่แล้วเดินขึ้นมาบริเวณที่มังกรนอนขดอยู่
“ขอบคุณท่านไป๋ สำหรับชุดใหม่”
“จากนี้ไปเสื้อผ้าของเจ้าต้องไม่ยาจกจนเกินไป ไม่เหมาะกับการเป็นผู้ติดตามข้า เสื้อผ้าเจ้าต้องดูดีขึ้นผู้อื่นจะว่าได้ว่าข้าใจดำ ตัวเจ้าเองก็ผอมจนเกินไปจากนี้ก็ต้องกินให้มากๆ”
“ข้าจะพยายามขอรับ ตั้งแต่เล็กที่บ้านยากจนอาหารก็กินได้ไม่มากเพราะข้าสงสารท่านแม่ จากนี้ไปข้าจะตั้งใจกินให้มากขึ้นขอรับ”
“ดี แล้วก็ร่างกายของเจ้าไม่ค่อยแข็งแรงนัก ทำให้เวลาเจอคนไม่ดีต้องถึงมือข้า ดังนั้นจากนี้ไปเจ้าต้องฝึกฝนร่างกายทุกวัน เอานี่รับไป"
ปุ๊ ตำราเล่มหนึ่งตกลงมาเบื้องหน้าเด็กหนุ่มเขาคว้าไม่ทันมันจึงหล่นอยู่ที่พื้น เขาสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของอีกฝ่ายที่แผ่ออกมา
“ท่านอย่าพึ่งโกรธ ไม่ใช่ข้าไม่อยากรับ แต่รับไม่ทันมือไม้ข้าไม่คล่องแคล่วเท่าใดนักท่านก็เห็น”
“งั้นจากนี้ไปเจ้าก็ฝึกฝนให้มาก ทุกวันต้องฝึกข้าจะค่อยดู”
“ได้ ได้ขอรับ”
ให้เขาติดตามเขาก็มา ให้เขากินเขาก็ต้องกิน ให้เขาฝึกฝนก็ต้องฝึกฝน เดิมที่คิดเพียงว่าเพื่อเอาตัวรอดไม่ต้องถูกอีกฝ่ายกินเข้าไปเท่านั้น
แต่พอนานวันเข้ากลับรู้สึกได้ว่านี่เป็นความโชคดีที่ฟ้าส่งมาชดเชยให้เขาที่ถูกทิ้งไม่รู้จักแม้แต่บิดามารดาที่แท้จริงของตนเอง การฝึกตามคำสั่งในทุกวันคือสิ่งที่เป็นตัวตนของเขา ตื่นแต่เช้าขึ้นมาวิ่ง กระโดด ย่อ วาดมือวาดขาตามท่าที่วาดอยู่ในตำรา เขาคิดว่าการออกกำลังกายแบบนี้ทำให้ร่างกายแข็งแรงจึงตั้งใจทำอย่างเต็มที่ แต่สิ่งที่ทำอยู่คือการฝึกวรยุทธ์อีกสิ่งที่เขาไม่รู้คือวิชาที่เขาฝึกล้ำค่า ตำราเล่มนี้ถ้าปรากฏขึ้นผู้คนอาจจะแย่งชิงกันจนทำให้เขาตกใจทีเดียว
“เจ้าทำผิด”
“โอ๊ย ขอรับผิดขอรับ ข้าจะทำใหม่หยุดตีเถอะขอรับ เจ็บๆ โอ๊ย”
หากทำผิดก็จะมีไม้เรียวไล่ตีเขาไปมาจนเนื้อตัวลายพร้อยหรือจนกว่าเขาจะขอโทษจนเป็นที่พอใจ ระยะเวลาผ่านไปเพียงสองสามเดือนรูปร่างของเขาดูจะแข็งแรงขึ้นมากดูมีเนื้อมีหนังและความสูงก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เขาดีใจยิ่งนัก
เขาโชคดีที่ได้ติดตามเทพมังกรตนนี้ที่ทั้งหยิ่งยะโสทั้งโอหัง ถือดีว่าเป็นมังกรมีฤทธิ์มีเดชมากมาย ไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น ต้องการเก็บชีวิตของเขาไว้เป็นผู้ติดตามยามออกมาท่องเที่ยว อีกฝ่ายบอกว่าเบื่อเมื่อใดก็จะกลับไปจำศีล เมื่อนั้นเขาก็จะเป็นอิสระทันที นี่คือคำสัญญาของมังกร มันจะไม่กิน ไม่ฆ่าเขาแน่นอน
“เหม่อ! เหม่ออะไร ยังไม่รีบฝึกอีก ไม่ได้เรื่องได้ราวเลยจริงๆหลายปีหลายเดือนแล้ว ดูเจ้าทำเข้าท่าทางยังอัปลักษณ์เช่นนี้อีก แขนน่ะเหยียดให้สุดต้องตรง ข้าบอกให้ตรงไง เจ้ามองภาพในตำรามากี่ครั้งแล้วฮะ ยังอีก”
“โอ๊ย ข้าทำๆ ท่านอย่าตี ข้าจำได้แล้วแค่ยังไม่สวยเท่านั้น อย่าตีอีก ข้าทำใหม่ๆ เหยียดสุด แขนตรงแบบนี้ แบบนี้ถูกต้องไหม”
“เอาใหม่ ฝึกอีก”
“แน่จริงก็เอาหางอ้วนๆ ของท่านจับไม้เรียวตีข้าสิ อย่าใช้เวทย์มนต์แบบนี้ มันขี้โกง”
“เจ้าเด็กบ้า เจ้าว่าใครขี้โกงกันฮะ ดูสิวันนี้ข้าจะตีเจ้าจนลายเป็นม้าลายเลยค่อยดู”
“อย่าๆ ข้าล้อเล่น ข้าฝึกต่อแล้ว”
ตาเขามองไม้เรียวที่ลอยไปลอยมาฉวัดเฉวียนฟาดตามตัวเขาแม้จะเอี้ยวตัวหลบไปทางใดมันยังคงลอยตามมาตีจนเขาแสบตามเนื้อตัวไปหมด
นี่คือช่วงเวลาในแต่ละวันของข้าที่ผ่านมา เป็นอยู่และก็คงเป็นเช่นนี้ในอนาคต สองปีมานี้เขาและท่านไป๋ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ เวลานี้เนื้อตัวเขาดูดีกว่าก่อนมากนักไม่ได้ผอมกระหร่องแต่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดส่วนสูงก็เพิ่มมากขึ้นใบหน้าเขาคิดว่าตัวเองดูดีถึงไม่มีกระจกให้ส่องแต่เขามองภาพสะท้อนจากน้ำเอาน่ะ
มีความสุขมากแม้จะมิได้เจอมนุษย์อีกเลย หลังจากพบนายพรานสองคนนั้น
วันเวลาผ่านไปอย่างสงบสุขจนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆงูขาวก็ขยายร่างกลับมาเป็นมังกรยักษ์ตัวเท่าเดิม เงยหน้ามองไปทางทิศตะวันออกก่อนจะพึมพำเป็นภาษาบางอย่างที่เขาฟังไม่เข้าใจ จนกระทั่งเสียงนั้นสิ้นสุดลง มังกรก็ก้มลงมามองเด็กหนุ่มที่ยามนี้เติบโตขึ้นมากจนกลายเป็นชายหนุ่มที่หล่อเหลา
“ข้ามีเรื่องบางเรื่องต้องไปทำ เจ้ารอข้าอยู่ที่นี่”
มือที่กำลังหมุนไม้ย่างหยุดลง เงยหน้ามองตามเงาร่างมังกรที่ลอยขึ้นฟ้าจนลับตาไป ตั้งแต่เขากลายเป็นผู้ติดตามนี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายไปไกลโดยไม่ได้นำเขาให้ติดตามไปด้วย แต่เมื่อสั่งให้อยู่รอเขาก็ต้องรอมังกรขาว(ท่านไป๋)
ยามนี้กลายเป็นผู้ปกครองของเขากลายๆ ไม่ว่าจะทำสิ่งใดเขามักยึดหลักต้องซักถามความเห็นของอีกฝ่ายก่อนเสมอ การกินอยู่และการฝึกฝนร่างกายจนเดี๋ยวนี้ระดับฝีมือเขาท่านไป๋เพียงพยักหน้าว่าพอใช้ได้ ยังต้องฝึกอีกมากขาดความเฉียบขาด ความว่องไว และการตัดสินใจที่ชักช้าจะนำพาภัยมาให้ตนเองได้ ชายหนุ่มคิดไปเรื่อยเปื่อยระหว่างที่เตรียมอาหารสำหรับมื้อนี้
