ตอนที่ 4 ออกสู่โลกภายนอกอีกครั้่ง
มังกรยักษ์เพ่งมองไปที่เด็กหนุ่ม
“เจ้าไม่มีคาถา เวทย์มนต์ แล้วเจ้ามีสิ่งใดจึงหลุดเข้ามาได้ ไหนข้าดูหน่อยซิ”
“ ได้โปรดเชื่อข้า ข้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ข้าบังเอิญหล่นลงมาเท่านั้นเอง”
“เจ้าเด็กน้อย ในที่แห่งนี้เจ้าคิดจะลักขโมยของๆข้าออกไปใช่หรือไม่”
“เปล่า ข้ามิได้จะขโมยสิ่งใดเลย (ท่านมิดูหรือไรในที่แห่งนี้ของท่านมิมีสิ่งมีค่าอันใดให้ขโมยจะต้องกลัวคนคิดมิดีมิร้ายด้วยหรือ ข้าละงง)”
“เจ้าแน่ใจ หือ"
อืม เป็นเด็กหนุ่มที่มีจิตใจบริสุทธิ์ ไม่มีจิตคิดมุ่งร้ายคนอื่น ไม่คิดอยากได้ของคนอื่น มีเมตตาและเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นคนที่ไม่มีพิษมีภัยมิน่าเล่าถึงผ่านม่านอาคมป้องกันอันตรายหล่นปุลงมาทับศรีษะตนได้ แต่ว่าจะให้ส่งออกไปง่ายๆก็รู้สึกเสียเชิงเป็นถึงมังกรตัวใหญ่ต้องเชื่อฟังมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยมันก็ต้องมีมาดกันหน่อย
พรืดดดด ลมถูกเป่าออกมาเบาๆจากปากมังกรยักษ์ผ่านตัวเด็กหนุ่มไปมันเพียงพอจะทำให้ร่างกายเขาเซถอยไปสองสามก้าวจะสะดุดก้อนหินข้างหลังล้มลงไป มือคว้าก้อนหินใกล้ๆขึ้นมา พร้อมกับยื่นไปข้างหน้า
“ท่านดู มีแค่ก้อนหินดำๆ ท่านยังจะไม่พอใจอะไร หินพวกนี้ใครจะต้องการมันข้าควรจะนำมันออกไปหรือ เอามันออกไปให้หนักทำไม ท่านคิดได้ยังไงกัน”
เด็กหนุ่มมองก้อนหินขนาดเท่าไข่ไก่ที่ยกขึ้นมาอยากจะเขวี้ยงใส่หน้ามังกรยักษ์ที่เป่าลมออกมาทำให้เข้าล้มลงเจ็บยิ่งนัก แต่ก็ต้องตกตะลึงตาค้างกับก้อนหินที่อยู่ในมือ ยามนี้มันมีสีแดงสดมีประกายแวววาว นี่มันไฉ่เซ่อเป่าสือ(หินสี)ที่เขาเคยได้ยินหรือไม่
“ตกตะลึงเลยหรือไง เจ้าเด็กน้อย”
“นี่มันไฉ่เซ่อเป่าสือหรือขอรับ”
“ไฉ่เซ่ออะไร ในมือเจ้ามันหงเป่าสือ(ทับทิม) ทำไมพึ่งเคยเห็นหรือไง”
“ใช่ ขอรับข้าไม่เคยเห็นของแบบนี้มาก่อนที่บ้านข้าฐานะยากจน มันสวยมากจริงๆ”
เด็กหนุ่มค่อยๆวางลงอย่างระมัดระวัง เขากลัวมันจะเกิดริ้วรอยจะทำให้สูญเสียความสวยงามไป แต่ก็ตกตะลึงมากกว่าเดิมเมื่อเท้าทั้งสองข้างเหยียบอยู่บนสีต่างๆหลายสี เขาตกใจล้มลงไปนั่งค่อยๆ หยิบก้อนที่อยู่ใกล้เท้าขึ้นมาดูมันมีสีม่วงสดใสขนาดเล็กกว่าก้อนที่ผ่านมาเล็กน้อย
“ในมือเจ้านั่นจื่อสุยจิง(แอเมทีสต์) เห็นสีขาวก้อนกลมๆ นั่นไหม นั่นคือเจินจู(ไข่มุก)”
เด็กหนุ่มมองตามเล็บมังกรที่ชี้ผ่านหน้าเขาไปด้านข้าง ไข่ขนาดยักษ์สีขาวมันใหญ่มาก ไข่มุกขนาดเท่านี้คนในหมู่บ้านที่เขาอยู่คงไม่เคยมีใครเห็นแน่ เขาช่างโชคดียิ่งนักที่ได้มีวาสนาเห็นทรัพย์สมบัติเหล่านี้
“ท่านมังกร พวกมันสวยงามมากจริงๆ”
“แน่นอน มังกรเช่นข้า มีพวกมันมากมายนับไม่ถ้วน ทำไมเจ้าเปลี่ยนใจอยากได้พวกมันแล้วหรือ”
“ไม่ ไม่ใช่ขอรับ ข้าชื่นชอบความสวยงามของมัน โชคดีที่ได้เห็นแต่ข้าไม่ได้ต้องการนำมันกลับไปขอรับ"
“จริงหรือ เจ้าพูดว่าที่บ้านยากจนมิใช่หรือ แล้วถ้าข้าให้เจ้านำกลับไปได้หล่ะ”
“ไม่ต้องหรอกขอรับ ของของท่านข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาของพวกนี้ไม่จำเป็นสำหรับข้า หากข้าอยากได้คงเป็นอาหารและเงินทองให้พอเลี้ยงชีพได้ก็พอ ยามนี้ข้าเหลือตัวคนเดียวของเหล่านี้ไม่จำเป็นสำหรับชีวิตข้า”
“เจ้าเด็กน้อยเจ้าไม่อยากได้จริงๆหรือ”
“ขอรับ”
“ดี จิตใจบริสุทธิ์เช่นนี้ดียิ่ง ข้าเบื่อที่นี่แล้ว ขี้เกียจนอน (นอนจนเกินพอแล้ว) ข้าอยากออกไปข้างนอกเจ้ายินดีติดตามข้าหรือไม่ แต่เจ้าต้องทำตามคำสั่งข้าทุกอย่าง ไม่เช่นนั้นเจ้าก็ติดอยู่ที่นี่จนตายไม่ต้องออกไป”
“ไหนเมื่อสักครู่ท่านบอกให้ข้าออกไปหล่ะขอรับ ตอนนี้ๆ”
“ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ทำไม เจ้ามีปัญหาอะไร”
“ไม่ ไม่มีขอรับ”
“มานี่ พวกเราออกไปกันเถอะ”
“เดี๋ยวๆๆ ท่านมังกรท่านจะออกไปด้วยร่างกายขนาดใหญ่เท่านี้เชียวหรือขอรับ หากออกไปข้าเกรงว่าชาวบ้านจะตื่นตกใจ ท่านจะไปที่ใดก็จะไม่สะดวกนะขอรับ”
หากท่านออกไปด้วยร่างกายแบบนี้ ข้ารับรองได้ผู้คนต้องหวาดกลัวท่านอย่างถึงที่สุด แล้วท่านเองก็นิสัยไม่ดียิ่ง เปลี่ยนแปลงอารมณ์ไปมาแบบนี้ต้องเป็นอันตรายกับผู้คนด้านนอกเป็นแน่ ตัวเขาเองถ้าต้องเดินตามมังกรตัวโตตลอดเวลาก็กลัวมากเช่นกัน
“นั่นสินะ มนุษย์อ่อนแอตัวเล็ก อืม ข้าลดขนาดลงก็เพียงพอสินะ”
เป็นอีกครั้งที่เขาต้องตกตะลึง มังกรยักษ์ค่อยๆ ย่อขนาดลงมาต่อหน้าต่อตาเขาจากขนาดเท่าภูเขาลูกย่อมๆ เหลือขนาดยาวเพียงหนึ่งเชียะกว่าๆ ทั้งยังกลมป้อมมากในสายตาเขา กลายเป็นงูหน้าตาประหลาดสักหน่อยมีเขาโผล่ขึ้นมาหนึ่งชุน มีปุ่มบนหัวตะปุมตะป่ำ ลำตัวยังคงสีขาวขาทั้งหมดหายไป ขดตัวลอยอยู่เบื้องหน้า
“เจ้า กำลังหัวเราะเยาะข้าหรือไง”
“ไม่ ไม่ได้หัวเราะ ข้ากำลังคิดว่าตัวท่านขนาดนี้น่ารักมากขอรับ รับรองว่าได้เมื่อออกไปภายนอก ชาวบ้านจะต้องไม่หวาดกลัวท่านอย่างแน่นอน”
“ชิ ให้มันจริงอย่างเจ้าว่าเถอะ”
“พวกเราออกไปกันเถอะขอรับ”
“เจ้าแน่ใจว่าไม่ต้องการของเหล่านี้ แน่หรือ”
“ไม่ขอรับ”
“ช่างเถอะ คนโง่มีโชคของคนโง่”
“ไปกันเถอะ”
เพราะเด็กหนุ่มเลือกที่จะไม่นำสิ่งของมีค่าออกไปจึงได้รับโอกาสติดตามเทพมังกรโดยไม่รู้ตัว (มังกรที่เขาคิดว่ากินจุ อารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมากำลังจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเขา)
ริมน้ำ เสี่ยวอี้กำลังเดินลัดเลาะไปตามทางเดินบนไหล่มีงูขาวตัวอ้วนพันหลับสบายอยู่ เขาเดินเรื่อยๆ ตั้งแต่ออกจากที่อยู่ของท่านไป๋(มังกรในร่างงูขาว) สองวันนี้พาเขาเหาะลงจากยอดภูเขาสูงที่ไหนสักแห่งท่านไป๋บอกว่าการออกมาเที่ยวก็ต้องเป็นที่ที่เราไม่รู้จักไม่เคยไปไม่เคยพบจึงจะพบสิ่งที่แปลกใหม่ แล้วก็ปล่อยให้เขาเดินคนเดียวส่วนตัวเองนอนสบายตั้งแต่เขาเริ่มเดิน
“ไปทางไหนดี พาข้ามาบอกว่าจะออกมาเที่ยวแต่ท่านก็นอนหลับตลอด จะได้เห็นทิวทัศน์เหมือนข้าได้อย่างไร ท่านไป๋ไม่ตื่นมามองสักหน่อยหรือขอรับ ที่นี่อากาศดีและสวยงามนะขอรับ”
“เดินไปเรื่อยๆ อากาศดีข้ารู้”
ตอบรับแต่ไม่ลืมตาขึ้นมายังคงหลับอยู่เหมือนเดิม
รอบตัวที่มองเห็นมีเพียงยอดต้นไม้ที่สูงลิบ เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์มากตลอดทางไม่ขาดแคลนผลไม้และสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่ถูกจับมาเป็นอาหารในทุกครั้งที่อีกฝ่ายบอกว่าหิว ยามนี้เหมือนการเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ ไม่มีความเร่งรีบใดๆทั้งสิ้น เขาไม่มีห่วงกังวลไม่มีครอบครัวไม่มีจุดหมายปลายทาง ชีวิตตอนนี้ก็จัดว่าดีไม่มีคนค่อยบ่นว่า มีอาหารกิน กลางคืนนอนหลับไม่ต้องกลัวอันตรายเพียงทำตามคำสั่งอีกฝ่ายเท่านั้น
“หยุด อยู่ตรงนั้นเจ้าเด็กน้อย”
“ท่านต้องการอะไร”
“ฮ่าฮ่าๆเอางูประหลาดตัวนั้นมาให้ข้า”
เสียงตวาดดังลั่นสั่งให้เขาหยุด สายตาของเสี่ยวอี้ปรากฏชายฉกรรจ์โผล่ออกมาตรงหน้า คนทั้งสองคนแต่งตัวเหมือนคนหาของป่าทั่วไปสะพายธนูและย่าม เด็กหนุ่มงงมาก กลางป่ากลางเขายังมีคนให้เขาเห็นด้วย
“พี่ชาย ท่านทั้งสองต้องการ เอ่อ งูบนไหล่ข้าหรือขอรับ”
“ใช่ ส่งมันมาให้ข้า ดูท่าเอามันไปขายได้หลายเงิน”
สายตาของชายทั้งสองคนมีแววละโมบออกมาอย่างชัดเจน เขาสองคนเห็นเด็กหนุ่มโดยบังเอิญและแอบติดตามมาสักระยะหนึ่งจนแน่ใจว่ามาคนเดียวจึงออกมาขวางทาง พวกเขามีอาชีพจับสัตว์ไปขายในเมืองหลายวันนี้ขึ้นเขามาไกลหวังจะได้สัตว์เข้าไปขายไม่คิดว่าจะมีสัตว์งูสีขาวสวยแปลกตาน่าจะขายได้ราคาสูงจึงหวังจะแย่งจากเด็กหนุ่มเบื้องหน้าที่มีรูปร่างผอมแกรน ท่าทางขี้ขลาดไม่สู้คน น่าจะได้มันมาไม่ยากนัก
“ส่งมาให้พวกข้าเดี๋ยวนี้ แล้วรีบไปซะ”
“แต่ว่า”
“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ส่งมา”
เสี่ยวอี้แค่อยากเตือนทั้งสองเท่านั้นว่ามังกรไม่ใช่งู พวกท่านเรียกหลายครั้งจะทำให้มันโกรธเอาได้นะ
มังกรขาวรู้สึกหงุดหงิด เสียงดังทำให้มันรำคาญ กลิ่นของชายสองคนเหม็นสาบเกินไปจะกินก็นรู้สึกรังเกียจ ชิ คิดอยากได้ตัวข้า เช่นนั้นก็ลองลิ้มรสดูว่ามังกรเช่นข้า เจ้าคู่ควรหรือไม่
เมื่อหนึ่งคนก้าวเข้ามาประชิดตัวเด็กหนุ่มก่อนที่มือจะสัมผัสถูกงูขาว มีลมวูบหนึ่งพัดจนสองคนถูกพัดปลิวลอยประทะต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไปหลายฉื่อ
“พวกเจ้ากล้าดีอย่างไร เอามือสกปรกจะมาสัมผัสตัวข้า อยากได้ตัวข้ารึ ไม่เจียมตัวจริงๆ”
“อ๊ากกก พลั๊ก โอ๊ย”
"เจ้าเด็กบ้า เจ้าทำอันใด จู่ๆ ทำไมมีลมพัดมากระแทกพวกข้า”
มังกรอย่างข้าแม้จะย่อตัวจนรูปลักษณ์เป็นเพียงงูขาวแต่อิทธิฤทธิ์ก็ไม่ลดลง แค่เป่าลมเบาๆพวกเจ้าก็ปลิวไปเหมือนเศษผงแล้ว หึ
“พวกท่านก็เห็น ข้ายืนอยู่เฉยๆ ยังไม่ได้ขยับตัวสักนิด”
“เจ้าโกหก ชกมันเลยพี่ใหญ่”
“ย๊ากกก”
คนที่ดูมีอายุมากกว่าชูหมัดวิ่งเข้าใส่เด็กหนุ่ม กะอีแค่เด็กยังไม่โตคนเดียวมันจะแค่ไหนเชียว รูปร่างเขาก็ใหญ่กว่าแข็งแรงกว่า แต่ก็เป็นอีกครั้งที่ร่างถูกลมพัดลอยขึ้นไปคาอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่
“ข้าว่าพวกท่านอย่าได้สนใจงูขาวบนไหล่ข้าเลย พวกท่านสองคนแข็งแรงท่าทางเก่งกาจมิสู้ไปหาจับสัตว์ที่มีขนาดใหญ่หายาก น่าจะดีกว่านะขอรับ”
ข้าช่วยพวกท่านได้เพียงเท่านี้ หากยังดื้อดึงจนท่านไป๋บนไหล่ข้าอารมณ์เปลี่ยนแปลงคงมิได้เพียงถูกลมพัดไปพัดมาเช่นนี้แน่ พวกท่านรีบๆ ไปจากตรงนี้เถอะขอร้อง
“ถ้าแค่งูขาวตัวเดียวพวกข้ายังนำมันมาจากเจ้าไม่ได้แล้วจะไปจับสัตว์ใหญ่ตัวอื่นๆ ได้อย่างไร เอามาให้ข้า”
“เพี๊ยะๆๆ”
ชายร่างใหญ่คล้ายถูกตบหน้าด้วยมือขนาดใหญ่เพียงครู่เดียวใบหน้าก็บวมแดง ริมปากมีเลือดไหลออกมา ยืนแทบไม่ไหวเขาเองก็ยังงงเบื้องหน้าไม่มีใครเข้าใกล้ตนแท้ๆ กลับรู้สึกราวโดนตบอย่างแรงติดต่อกันจนมึนศรีษะไปหมด
“พี่ใหญ่ ท่าน ท่านเป็นอย่างไรบ้าง”
“ซี๊ดดด เจ้าก็เห็นข้าอยู่ดีๆ ก็เป็นเช่นนี้”
“มันๆ มันเป็นปีศาจแน่ๆ พี่ใหญ่พวกเรารีบหนีเถอะ”
อ้าว กล่าวหาข้าว่าเป็นปีศาจเฉยเลย เมื่อครู่อุตส่าห์คิดหาวิธีช่วยเหลือน่าจะปล่อยให้โดนมากกว่านี้ เด็กหนุ่มองชายฉกรรรจ์สองคนล้มลุกคลุกคลานถอยหนีกันไป
