ตอนที่ 3 มังกรเลี้ยงยากนัก
ชะตาชีวิตกำลังเล่นตลกกับเขาหรือเปล่า หรือสวรรค์ลิขิตให้เขาต้องมาจบชีวิตแล้วกันแน่
ก่อนหน้านี้ เขากำลังปลอดปล่อยความรู้สึกที่อยู่ลึกภายในจิตใจออกมา กำลังส่งเสียงกู่ร้องอย่างมีความสุขจากหน้าผาบนยอดเขา จู่ๆ มีความรู้สึกว่าบางอย่างกระแทกเข้าที่ไหล่เขาจนเซตกลงมา ช่วงที่ตกลงมาก็ตกใส่กลุ่มเมฆที่เขายืนมองในตอนแรกทะลุผ่านลงมาจนปะทะกับพุ่มไม้หนาทึบก่อนจะตกลงบนพื้นแต่มันยุบลงไปตามน้ำหนักตัวของเขา รู้สึกเหมือนกำลังไหลลงไปตามช่องที่ลึกมาก หัวและแขนขากระแทกกับบางอย่างจนเจ็บไปหมดแล้ว
ตอนนี้เขานอนแผ่หลาอยู่บนกองหินกองใหญ่ มึนงงยังไม่เข้าใจกับสภาพตัวเองรอบด้านแปลกตาเหมือนตกลงมาในถ้ำ
"ต้องเป็นเจ้านกอ้วนนั่นแน่ กลับขึ้นไปได้จะจับย่างซะเลย"
เขารู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่สุด
“ข้ายังไม่ตายหรือนี่”
มือจับไปที่หินก้อนหนึ่งที่ยื่นออกมาทันใดก้อนนั้นมันขยับตัวด้วยความตกใจมือที่จับอยู่ก็ลื่นหลุดจากหินก้อนนั้น ร่างของเสี่ยวอี้ตกลงมากองอยู่กับพื้น
เบื้องหน้าของเขามองเห็นรูขนาดใหญ่ขนาดกว้างพอที่จะมุดเข้าไปได้ ถัดไปเป็นดวงตาสีมรกตสองดวงขนาดใหญ่มากเขาอาจจะต้องกางแขนสองข้างออกสุดเลยที่เดียวจึงจะได้ขนาดของดวงตาหนึ่งดวง ด้านบนถัดขึ้นไปมีหงอนที่มีขนาดใหญ่และยาว ดวงตาขนาดใหญ่คู่นั้นค่อยๆ กระพริบขึ้นลงคล้ายคนพึ่งตื่นนอนก่อนจะจ้องมองมาที่ตัวเขา
“พรืด”
ไอเย็นพัดผ่านตัวเขาไปมีกลิ่นหอมสดชื่นคล้ายต้นไม้ดอกไม้บางอย่าง ลมหายใจของมังกรตัวยักษ์เบื้องหน้าเขาไม่รู้ว่ามันหายใจ ถอนหายใจ หรือกำลังทำอะไรแต่ลมที่พัดผ่านไปมันแรงมากพอที่จะทำให้เขาที่ยืนอยู่เซไปข้างหลังได้
พริบตาหัวมังกรขนาดใหญ่เบื้องหน้าก็เคลื่อนไหว ลอยขึ้นสูงเขาเงยหน้ามองตามด้วยความตกใจอยากร้องแต่ร้องไม่ออกจริงๆ
“เจ้าเป็นใคร กล้าดีอย่างไรถึงมาปลุกข้าเจ้ามนุษย์ตัวน้อย เจ้ารู้ตัวไหมว่าเจ้ารบกวนการนอนที่แสนสุขของข้า”
“ข้า ไม่ได้ตั้งใจปลุกท่าน ข้าตกลงมาจากข้างบน”
นี่เขาตกลงมากี่ชั้นกันเขาเองก็ชักไม่แน่ใจ มือเขายกมือนิ้วชี้ชี้ขึ้นไปเหนือศรีษะแต่ตายังคงมองไปที่มังกรยักษ์
ตอนนี้เนื้อตัวชุดที่สวมใส่ขาดวิ่นจนแทบจะไม่มีดี แขนขาที่โผล่พ้นชายผ้าออกมามีร่องรอยขีดข่วนบางแห่งมีเลือดไหลซึม
“เจ้าเด็กน้อยเจ้าโกหก เจ้าผ่านม่านอาคมที่ข้ากางไว้เข้ามาได้อย่างไร แม้แต่เทพยังผ่านมันไม่ได้เลย เจ้าเข้ามาได้อย่างไร”
“ข้า ข้าไม่รู้ อย่าเอาหัว เอ่อ ศรีษะของท่านยื่นเข้ามาใกล้ข้า ข้ากลัว”
“ชิ ข้าย่อมต้องน่ากลัวอยู่แล้ว ในสามโลกนี้ีมีใครไม่กลัวข้าบ้าง"
มังกรขยับตัวก้อนหินบนผนังที่ถูกตัวมันก็หลุดออกหล่นตกลงมาก้อนใหญ่ๆทั้งสิ้น เด็กหนุ่มวิ่งวนหลบไปมาตลอดเวลาจนเหนื่อย ผ่านไปสักครู่มันก็หยุดเคลื่อนตัว
"ข้านอนมานานเท่าไหร่แล้วนี่”
“ท่านทำอะไร โอ๊ย..”
“เจ้าอยู่นิ่งๆ ข้าเมื่อย ขดตัวมานานมากจนจำไม่ได้แล้ว ต้องบิดตัวสักหน่อย ให้ข้าทบทวนดูสิกี่ปีแล้วนี่”
เขานั่งลงกับพื้นพิงก้อนหินที่พึ่งร่วงลงมาไม่นานอย่างเชื่อฟัง
นี่เขาจะเป็นอย่างไรต่อไปจู่ๆก็มาอยู่กับมังกรยักษ์ มองดูไปรอบๆ ห้องนี้ขนาดใหญ่เกินกว่าที่คิดผนังทุกด้านดูเปล่งประกายระยิบระยับ มีแสงส่องลงมาจากด้านบนที่สูงลิบจนคาดเดาไม่ได้ว่าสูงสักเท่าใด เขาน่าจะตกผ่านเจ้าช่องนั้น
หันไปอีกด้านเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ใสมาก มีเสียงจ๋อมแจ๋มคิดว่าน่าจะมีปลาบ้างอย่างน้อยก็คงไม่ไม่อดตาย ในนี้ไม่มีต้นไม้สักต้นบนพื้นมีเพียงก้อนหินสีดำสนิทก้อนเล็กก้อนใหญ่มากมาย
"ข้าหิว"
เสี่ยวอี้ยังนั่งงง
“เจ้าเป็นคนปลุกข้าขึ้นมา ทำให้ข้ารู้สึกหิวเจ้าต้องรับผิดชอบทำให้ข้าอิ่ม หรือไม่ข้าก็กินเจ้าเข้าไป เลือกเอาสักอย่าง หรือเจ้าจะให้ข้าเลือก ตัวขนาดเจ้าก็พอใช้ได้คงอิ่มได้สักมื้อ”
“ข้าเลือก ข้าเลือกเอง ท่านได้โปรดรอก่อนให้เวลาข้าสักครู่ในบ่อน่าจะมีปลาข้าจับพวกมันมาให้ท่านกิน”
เขาหันหลังรีบวิ่งดูไปบริเวณรอบๆ หาดูว่ามีสิ่งใดบ้างพอที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการจับปลาได้ ตัวใหญ่ขนาดนั้นข้าต้องจับมากเท่าใดถึงจะพอกันนะหมดบึงจะพอกินสักมื้อหรือไม่นะ ในใจเขาคิดไปเรื่อยเปื่อย
“เจ้ามนุษย์ตัวน้อยเจ้าเลิกบ่นว่าข้าสักทีข้ารำคาญ”
“ท่านรำคาญก็ปิดหูไว้สิ เอ๊ะ เดี๋ยวท่านรู้ได้ยังไงข้าไม่ได้พูดสักนิด ท่าน ท่านรู้ว่าในใจข้าคิดอย่างไร แสดงว่าท่านแอบดูแอบฟังความคิดของข้า”
“ข้าไม่ได้แอบฟัง ความคิดเจ้ามันดังขนาดนั้นต่อให้ข้าเอามืออุดหูไว้ก็ยังได้ยิน”
“ชิ เอามืออุดหู เจ้ามีมือหรือไง”
“นี่ไง”
มังกรยักษ์ค่อยๆเอามือ(เท้าคู่หน้าของมัน)ยกขึ้นปิดที่หัวด้านข้าง อ่า พอมองภาพเป็นเอามือปิดหูได้บ้าง แต่ว่ามันผิดปกติไหมเนี่ย หรือเขาจะโดนมังกรกวนเข้าให้แล้ว
มังกรยักษ์รู้สึกสนใจเจ้าตัวเล็กด้านหน้ามันเอียงหน้าไปมามองตามการเคลื่อนไหวของเด็กหนุ่ม เห็นอยู่ว่าไม่มีเครื่องมือในการจับปลาแต่ก็พยายามที่จะจับปลาอย่างตั้งใจ ใช้สองมือของตนไล่ตามคว้าปลาที่ว่ายไปมาในน้ำ
“เจ้าอยากได้อะไรมาช่วยในการจับพวกมันไหม”
“ข้าอยากได้ไม้แหลมสักอันแต่จนใจในที่นี้ข้าเดินหาจนทั่วแล้วนอกจากก้อนหินพวกนั้นข้าไม่เห็นอย่างอื่นพอที่จะมาใช้จับปลาได้เลย”
“ให้เจ้า”
“แคร๊ง”
เด็กหนุ่มมองสิ่งที่จู่ๆก็ปรากฏออกมาในอากาศแล้วร่วงลงมาในน้ำตรงหน้า เขายื่นมือลงไปงมมันขึ้นมาเป็นฉมวกหัวเป็นโลหะชนิดหนึ่ง(ที่เขาไม่เคยเห็น) และด้ามเป็นไม้เนื้อแข็งแต่เบามาก เขาลองยกไปมาจนคล่องมือแล้วก็เริ่มจับปลานึกในใจมีก็ไม่ให้ตั้งแต่แรกปล่อยให้เขาใช้มือไล่จับปลาเหมือนคนบ้าอยู่ตั้งนาน
ริมบึงห่างออกไปห้าเชียะ มีปลาดิ้นไปมาอยู่บนพื้นเจ้าเด็กน้อยนั่นใช้เวลาเพียงสองเค่อ เด็กหนุ่มหยุดจับปลาแล้วเพราะในน้ำเย็นจนเขาทนต่อไปไม่ไหวแล้ว
“ปลาที่จับได้ข้ายกให้ท่านกินทั้งหมดเลย”
“ข้าไม่กินของดิบ”
“ท่านเป็นมังกร ทำไมไม่กินของดิบ ต้องย่างก่อนหรือไง”
“ดูเหมือนจะใช่”
เด็กหนุ่มยกมือสองข้างขึ้นทึ้งไปบนผมของตัวเอง ทำไมไม่เคยมีคนบอกว่ามังกรมันเลี้ยงยากอย่างนี้
“เพราะยังไม่มีคนมีโอกาสได้เลี้ยงมังกรเช่นเจ้ายังไงหล่ะ”
“ท่านเลิกฟังเสียงในใจข้าได้แล้ว”
สุดท้ายความกลัวก็ชนะทุกอย่างแค่ย่างปลาเองไม่ใช่หรือ เขาทำได้
“ข้าไม่มีไฟ ไม่มีฟืนจะย่างพวกมันได้อย่างไร”
มังกรยกปากด้านข้างขึ้นข้างหนึ่งมองเห็นเขี้ยวขาววาววับให้รู้สึกเสียวไส้ยิ่งนัก มันคงยิ้มเยาะเย้ยเขาเป็นแน่ เพราะมันทำให้ท่อนไม้และกิ่งไม้แห้งจำนวนไม่น้อยปรากฏออกมาแล้วร่วงลงบนศรีษะและลำตัวของเขา
“เดี๋ยวๆๆ ไฟอย่างพึ่งมานะขอข้าเตรียมตัวก่อน”
เด็กหนุ่มรีบเอาไม้มาสุ่มเป็นกองอีกส่วนกองแยกไว้แล้ววิ่งออกไปยื่นห่างๆ จากประสบการณ์สองครั้งเขาบอกว่าไฟมันจะมาแบบไม่ทันตั้งตัวแน่นอน
“ฟุบ”
ดวงไฟเล็กๆ เหนือกองไม้ลุกขึ้นจนติดกองไม้ทั้งกอง
“ยังดีที่ไม่ใหญ่มาก ไม่งั้นข้าต้องเกรียมแน่”
เขารีบจัดการใช้กิ่งไม้เสียบปลาที่จับมาเริ่มย่างปลา เสียงน้ำหยดลงกองไฟดังฉ่าๆ กลิ่นเริ่มโชยออกมา ปลาที่สุกเขาวางพิงไว้กับท่อนไม้แล้วหันกลับมาย่างต่อพอสุกก็หันกลับไปวางปลาย่างที่ว่างอยู่ก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ย่างต่อไป”
“ย่างอีกตัว”
“อีกตัว”
ครึ่งชั่วยามผ่านไปกับการย่างปลา เขาสาบานได้ว่าตอนนี้จมูกเขามีแต่กลิ่นปลาย่างเพียงอย่างเดียวแขนและมือก็รู้สึกร้อนไปหมด เขาเอนตัวลงนอนราบกับพื้นเขารู้สึกเมื่อยหลังเมื่อยไหล่ไปหมดเพราะนั่งก้มหน้าย่างจนรู้สึกหน้าเขาคงสุกไปแล้วเหมือนกัน
“ข้ายังไม่อิ่ม”
“ปลาหมดแล้ว”
เด็กหนุ่มตอบอย่างหมดแรงเขาเองไม่ได้กินสักตัว แต่มังกรยังไม่อิ่ม
ความจริงมันไม่จำเป็นต้องกินต้องดื่มแต่มังกรแค่อยากแกล้งเด็กหนุ่มตรงหน้า
“เอิ๊กกก…..เจ้าย่างปลาแห้งไปสักหน่อยนะ คราหน้าขอแบบฉ่ำน้ำกว่านี้สักนิด”
“เดี๋ยว ท่านมังกรยักษ์บอกว่ายังไม่อิ่มไง.
เหตุใดเรอออกมาเสียงดังสนั่นจนก้อนหินสั่นสะเทือนได้กันเล่าเขาเอียงคอมองเหมือนมันจะรู้ว่าเด็กหนุ่มคิดอย่างไร มังกรมีคิ้วไหมเด็กหนุ่มไม่รู้แต่เขากลับรู้สึกว่ามันกำลังยักคิ้วข้างหนึ่ง (เจ้ามีปัญหาอะไรไหม) หรือเขาจะตาฝาดไปเอง
วันนี้เขาเหนื่อยล้าจนไม่แรงจะคิดมากแล้ว นั่งพิงก้อนหินใหญ่มองมังกรที่อยู่ตรงข้ามดวงตาปรือจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
“ข้าอยู่มานับแสนปี เกิดตั้งแต่แผ่นดินนี้มีแต่เหล่าเทพ มนุษย์ยังไม่ถือกำเนิดขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ ข้าหลับไปตื่นมาอีกทีกลิ่นอายของพวกเทพเซียนเหล่านั้นก็จางหายไปจนหมด เกิดอะไรขึ้น”
มังกรยักษ์ค่อยๆปิดเปลือกตาลงระลึกความหลังและใช้อิทธิฤทธิ์แผ่กระจายออกไปซึมซับเรื่องราวที่ผ่านมาผ่านสรรพสิ่งต่างๆ นานราวครึ่งชั่วยาม เสี่ยวอี้ได้แต่กลั้นหายใจรอคอย ก่อนที่มังกรยักษ์จะค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
“ข้ารู้แล้วเพราะมนุษย์เห็นแก่ตัวเกินไป ทำให้เหล่าเทพเซียนค่อยๆ ตัดสินใจถอยห่างออกไปละทิ้งดินแดนแห่งนี้ ให้พวกมนุษย์วุ่นวายเข่นฆ่าแย่งชิง ใส่ร้ายป้ายสีกันตลอดเวลา เจ้าก็เช่นกันสินะ”
“พวกมนุษย์อายุสั้นเพียงนั้นแต่ยังไม่รู้จักรักษาตนให้อยู่ในศีลธรรมความดี เจ้าเด็กน้อยเจ้าเองก็กลับออกไปจากที่นี่ซะ ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้าหรอก”
“ท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่ ข้าก็อยากกลับออกไปเช่นกันแต่ข้ากลับออกไปไม่ได้ ท่าน ท่านกรุณาส่งข้าออกไปได้หรือไม่ขอรับ”
