5 สระบัวเป็นเหตุ
ทางด้านกวางน้อยเนื้ออ่อนที่ไม่รู้ตัวว่าจะถูกเหยี่ยวทะเลทรายจอมวายร้ายจับกิน ยังคงง่วนอยู่กับการเก็บฝักบัวอย่างสนุกสนาน
“คุณหนูขึ้นมาเถิด ระวังจะตกเรือนะเจ้าคะ”
“ไม่ได้หรอกเชียนเอ๋อร์ ข้าต้องเก็บฝักบัวให้หลิวเอ๋อร์ก่อน” ฟางถิงถิงเอ่ยพลันเงยหน้าขึ้นมองสาวใช้วัยใกล้เคียงกันกับนางร้องเสียงหลงห้าม
“โธ่! ให้เด็กๆ เก็บให้แทนเถิดนะเจ้าคะ”
“ไม่ได้หรอก หากเก็บไม่ถูกใจ มีหวังพวกเจ้าถูกหลิวเอ๋อร์ดุเอา เห็นทีไม่ดีแน่” ดรุณีน้อยว่าพลางก้มหน้าก้มตามองหาฝักบัวขนาดพอเหมาะ
ทั่วทั้งสระเต็มไปด้วยบัวสีขาวบานสะพรั่งไม่ต่างจากฝักบัวอวบงามที่ชูช่อรออยู่ นางค่อยๆ เลือกอย่างพิถีพิถันจนเจอที่หมายตา แต่ทว่ามันช่างไกลสุดมือเอื้อม
“อีกนิดเดียว โธ่! เชียนเอ๋อร์ เจ้าจับเรือให้ข้าที ข้าจะเอื้อมไปเด็ดฝักบัวดอกนั้น”
“แต่มันไกลมากนะเจ้าคะคุณหนู!”
“เถอะน่า เจ้าก็รอบนศาลาแล้วผูกเชือกกับเรือให้ข้า ข้าอยากเอามันไปให้หลิวเอ๋อร์ ถ้านางเห็นต้องดีใจมากแน่ๆ”
นางว่าพลางค้อมตัวไปข้างหน้า มือหนึ่งเกาะกาบเรือแน่น อีกมือเอื้อมสุดปลายมือแต่คว้าได้แต่ลม
“โอ๊ย! ไกลไป ข้าเอื้อมไม่ถึง เจ้าปล่อยเชือกอีกนิดสิเชียนเอ๋อร์”
“สุดเชือกแล้วเจ้าค่ะคุณหนู พอเถอะนะเจ้าคะ”
“อีกนิดเดียวเอง” ฟางถิงถิงเสียงอ่อย
อีกแค่คืบเดียวนางก็จะเอื้อมถึงแล้ง แต่ครั้นเอื้อมมือไปคว้าครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่สำเร็จ นางเกิดความขุ่นเคืองเงื้อสุดปลายมืออีกครั้งพลันเกิดลมแรงพัดมาหอบใหญ่ เรือจึงโคลงเคลงไม่นานก็เอียงเสียการทรงตัว
“ว้าย!!”
ไม่ทันขาดคำร่างของฟางถิงถิงก็ลอยละลิ่วลงสู่ท้องน้ำจนแตกกระจายเป็นวงกว้างท่ามกลางความตกตะลึงของสาวใช้ที่ผุดลุกขึ้นคว้าเชือกเรือแต่ก็ไม่ทันเรือจมลงไปต่อหน้าไม่ทันช่วยนายของตนเสียแล้ว...
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ใครอยู่ตรงนั้นช่วยคุณหนูที”
หลี่ชงเหอได้ยินดังนั้นถึงกับกระโจนออกมาจากเรือนเห็นวงน้ำกระจายเป็นวงกว้างก็ใจหายวาบรีบกระโดดลงไปทันที
ใต้น้ำเย็นเยียบเต็มไปด้วยกอไม้น้ำใหญ่น้อยหยั่งรากแผ่ทึบเต็มพื้นน้ำ เหล่าปลาเล็กปลาน้อยแหวกว่ายฝ่ากระแสธารอย่างแตกตื่นเพราะร่างที่กำลังดำผุดดำว่ายหมายเอาตัวรอดนั่น
ช่วยด้วย!
ดรุณีน้อยร่ำร้องในใจ นางว่ายน้ำเป็นมิใช่คนอ่อนปวกเปียกก็จริง แต่ยามนี้ที่ถูกฟาดด้วยอะไรบางอย่างเหนือหัวคิ้วทำให้นางกลับรู้สึกเหมือนจะตายคล้ายขาดอากาศหายใจ จู่ๆ ขาก็แข็งค้างเกิดอาการเหน็บชาปวดเกร็งแล่นเข้าสู่ราวน่องจนไร้เรี่ยวแรงเหมือนจะจมดิ่ง อีกทั้งเหมือนถูกดึงรั้งไว้ด้วยบางสิ่งที่มิอาจหลุดพ้นพันธนาการ
ช่วยด้วย!
นางยังไม่อยากตาย!
ฟางถิงถิงร่ำร้องในใจ ดิ้นรนเฮือกสุดท้ายขณะลมหายใจใกล้ขาดห้วงแต่จู่ๆ ก็กลับมีบางอย่างจู่โจมรัดรึงรอบเอวนางแน่น
ใคร!
ใครกัน!
เขาเป็นใคร...
ดวงหน้าบุรุษคมคายเผยให้เห็นในระยะประชิด นางผงะผลักอกคนผู้นั้นให้ถอยห่างแต่กลับไม่สามารถต้านทานแรงจึงถูกรัดเข้าหาอ้อมอกแกร่งแน่เข้าด้วยฝ่ามือเดียว ในขณะที่อีกมือของเขามีบางสิ่งส่องประกายวาววับสะท้อนแสงที่ส่องลงมาจนเห็นได้ชัด
ไม่นะ!
อย่า!
ฟางถิงถิงดิ้นรนเฮือกสุดท้ายผลักอกบุรุษนิรนามผู้นั้น แต่ทว่าคมกระบี่ที่ตวัดสวนลงมาทำให้นางตัวแข็งค้างแล้วสติก็ดับวูบลงทันใด...
หลี่ชงเหอฟาดกระบี่ไปยังกอไม้น้ำที่พันเกี่ยวข้อเท้าเล็กๆ ของลูกกวางน้อยเนื้อนิ่มเอาไว้จนหลุดพ้นจากพันธนาการ เขาเหลือบมองร่างที่ทิ้งดิ่งในอ้อมแขนพลันบังเกิดความตกใจ
หรือว่านางจะขาดอากาศหายใจ!
ไม่นะ!
นางจะตายมิได้!
หลี่ชงเหอไม่พูดพล่ามทำเพลงก็ประกบริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากบางซีดเซียวทันใด ราวกับโลกทั้งโลกจะหยุดหมุน หลี่ชงเหอแทบลืมหายใจเมื่อได้สัมผัสริมฝีปากนิ่มราวกุหลาบแรกแย้มของนาง เขาต้องช่วยนางให้ได้!
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! คุณหนูตกน้ำ ช่วยด้วย!”
เสียงโหวกเหวกโวยวายของจูลี่เชียน สาวใช้คู่ใจของฟางถิงถิงป่าวร้องอยู่บนศาลากลางสระดังไปทั่วบ้านตระกูลฟาง บรรดาสาวใช้ดาหน้ากันเข้ามา ต่างหน้าซีดคอหดด้วยความตกใจเพราะแค่คำว่าคุณหนูตกน้ำก็พาให้พวกนางขวัญผวา หนึ่งในสาวใช้ที่สูงอายุที่สุดพุ่งตรงไปยังต้นเสียงทันที
“คุณหนูตกน้ำหรือ อาเชียน” นางเอ่ยถามได้รับคำตอบคือใบหน้าพยักเพยิดของสาวใช้ที่หน้าซีดคอหดรีรออยู่ นางละล้าละลังกวักมือเรียกบ่าวร่างกำยำให้เข้ามา “เร็วๆ เข้าพวกเจ้า ใครก็ได้โดดลงไปช่วยคุณหนูใหญ่ที”
บ่าวรับใช้ทั้งหญิงชายมองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ไม่มีผู้ใดหาญกล้าลงไปตามคำสั่งผู้อาวุโสกว่า นางถึงกับตีอกชกตัวด้วยกลัวความผิดที่ไม่ดูแลคุณหนูฟางหลี่หลิวให้ดี
พ่อบ้านจูหรือ จูชิง ชายชราร่างผอมเกร็งผิวขาวอมเหลืองวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาไม่คิดชีวิตร้องถามเสียงหลง “เกิดเหตุอันใดขึ้นรึอาเชียน”
“คุณหนู! คุณหนูตกน้ำ”
“ไอ๊หยา! คุณหนูตกน้ำ!” พ่อบ้านจูทวนคำหน้าซีด “ตกอย่างไร ตกที่ใด”
“คุณหนูรองดื้อรั้นจะเก็บฝักบัวให้คุณหนูใหญ่ ก็เลย ก็เลยตกลงไป เป็นข้าเองเจ้าค่ะ ที่มิได้ดูแลคุณหนูให้ดี...” เชียนเอ๋อร์หรือจูลี่เชียนลูกสาวคนเดียวของจูชิงเอ่ยเพียงนั้นก็ยกแขนเสื้อปิดหน้าร่ำไห้ “หากคุณหนูเป็นอะไรไปข้าจะทำยังไง”
“ใจเย็นๆ” ผู้บิดาปลอบ
“อ้าว! ที่แท้เป็นคุณหนูรองหรอกรึ” สาวใช้อาวุโสถามหน้าง้ำ
“ใช่แล้ว ก็ต้องเป็นคุณหนูรองของข้า หรือจะเป็นคุณหนูใหญ่ไปได้เล่า”
“โธ่เอ๊ย เช่นนั้นก็ช่างเถอะ นางโลดโผนออกปานนั้น ข้าว่าไม่นานคงขึ้นมาจากน้ำได้เอง”
“เอ๊ะ! ป้า!”
จูลี่เชียนรู้ดีว่านางไม่ถูกชะตาฟางถิงถิงเป็นทุนเดิมเพราะบังอาจตีเสมอคุณหนูใหญ่ผู้เป็นที่รักของนาง แต่ก็มิกล้าแสดงออกมากนักเพราะเกรงใจพ่อบ้านใหญ่ที่ให้ความเอ็นดูคุณหนูกำพร้าอยู่เสมอ
“นี่มิใช่เวลามากความ ข้าว่ามัวแต่ทะเลาะเบาะแว้งมิทันการคุณหนูจมน้ำกันพอดี”
จูลี่เชียนได้ฟังก็ยู่หน้าพลันชี้มือไปกลางสระที่มีร่องรอยกระเพื่อมของน้ำเป็นวงกว้างก่อนละล่ำละลักต่อ “แต่... แต่ว่ามี... มี มีคน... คน ชะ... ช่วย...”
“ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูดเถอะลูกพ่อ ระวังโรคลมชักของเจ้ากำเริบ” พ่อบ้านว่าพลางตบบ่าลูกสาวอย่างร้อนใจก่อนหันไปตวาดบ่าวชายร่างบึกบึนที่ยืนละล้าละลังอยู่สองสามคน “พวกเจ้าเร็วเข้า รีบไปช่วยคุณหนูขึ้นมา”
“ขอรับๆ”
“ไม่ได้นะ!” จูลี่เชียนร้องลั่น “ห้ามมิให้พวกนี้แตะเนื้อต้องตัวคุณหนูนะท่านพ่อ”
“ไอ๊หยา! นั่นก็ไม่ดี นี่ก็มิได้ แล้วเกิดคุณหนูจมน้ำตายจะให้ข้าทำอย่างไรเล่า”
“ข้า... อันที่จริงคือจะบอกว่า...”
“เชอะ มัวแต่พูดกันได้ตายกันพอดีแน่” บ่าวชราค่อนแคะไม่พอสะบัดหน้าเดินหนีไป
สองพ่อลูกมองตามร่างอวบกลมเดินลงส้นไป ไม่ทันที่จูลี่เชี่ยนจะเอื้อนเอ่ยเรื่องที่มีคนกระโดดลงไปช่วยก่อนหน้า ก็ได้ยินบิดาคร่ำครวญ
“ถ้าหากคุณหนูจมน้ำตายทั้งเจ้ากับข้าพ่อลูกมีหวังหัวมิอาจตั้งบนบ่าได้อีกต่อไป”
“โธ่ ท่านพ่อ ที่ข้าจะบอกท่านพ่อก็คือ... มีคนกระโดดลงไปช่วยแล้ว”
