4 ลูกกวางน้อยตกน้ำ
ต้นยามอู่...
เรือนรับรองเหลียนฮวา คฤหาสน์ตระกูลฟาง...
หลี่ชงเหอก้าวเข้ามาภายในอาณาเขตตระกูลฟางหลังจากได้รับการเชื้อเชิญจากฟางจงซวิ่นเศรษฐีเฒ่าเจ้าของโรงทอตรอกสามทำให้เขาได้มาพำนักชั่วคราวในค่ำคืนนี้ และเป็นครั้งที่เขาจะลืมไม่ลง
คราแรกหลี่ชงเหอคิดปฏิเสธ แต่คิดอีกทีก็เป็นโอกาสดีที่จะได้เจรจากับเศรษฐีเฒ่าเรื่องบุตรสาวตัวแสบที่แอบปล่อยลูกเหยี่ยวทะเลทรายของกำนัลที่จะนำไปฝากพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่ตำหนักเหมันต์ แต่ก็ต้องพับแผนไปเพราะนาง
หึ...
เห็นทีได้เจอกันแน่!
หลี่ชงเหอแค่นยิ้มหยันขณะเดินตามเศรษฐีฟางเข้ามาด้านใน
คฤหาสน์ตระกูลฟางใหญ่โตโอ่โถงสมฐานะเศรษฐีใหญ่ฟางจงซวิ่นผายมือเชื้อเชิญเขาอีกทั้งพินอบพิเทาเป็นอย่างมาก
“ไม่ทราบว่าบ้านข้าคับแคบเช่นนี้ นายท่านจะพักได้หรือไม่” เศรษฐีฟางถูมือถูไม้ผายมือให้ “เรือนนี้เหมาะที่สุดแล้วสำหรับแขกระดับนายท่านที่อุตส่าห์ตอบรับคำเชิญ”
หลี่ชงเหอหันกลับมากระตุกยิ้มเย็นชาก่อนเอ่ย “ที่นี่ดีเกินกว่าที่ข้าคิดไว้มาก มิทราบว่าเป็นการรบกวนท่านมากไปหรือไม่ หากว่ารบกวน ข้าก็...”
“หามิได้ๆ แค่นายท่านยอมมาพักที่คฤหาสน์ของข้า ก็นับว่าเป็นเกียรติมากแล้ว”
“ข้าเองก็เป็นแค่พ่อค้าวานิช จะมีศักดิ์มีศรีใดเทียบเท่าคนใหญ่คนโตได้เล่า”
“แต่นายท่านมีบุญคุณช่วยชีวิตข้าไว้จากพวกโจรป่า ข้าน้อยต้องตอบแทน”
“ก็แค่ข่วยเหลือกันยามมีภัย มิใช่เรื่องสลักสำคัญอันใดต้องต้อนรับขับสู้ถึงเพียงนี้”
“แต่ข้าน้อยไม่ลืม นายท่านก็เป็นผู้มีเกียรติที่ข้าน้อยนับถือและอยากทำการค้าร่วมด้วยไปอีกนานๆ หากเป็นไปได้ก็อยากทวงถามสัญญาที่เคยฝากฝังบุตรีกับนายท่านด้วย”
“ข้าไม่ลืมหรอก”
“เช่นนั้นนายท่านตกลงปลงใจแล้วหรือไม่ขอรับ”
“ตกลงปลงใจอย่างไร”
หลี่ชงเหอแม้รู้แต่แกล้งไขสือ เขาไม่นึกแปลกใจนักเพราะเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยจนกลายเป็นความเคยชิน แต่ไม่มีสตรีนางใดที่เขาต้องใจนอกจากนึกใส่ใจบ้าง
แต่แล้วอย่างไร...
คนอย่างอ๋องเหยี่ยวทะเลทรายอย่างเขาหาได้ขาดแคลนหญิงงาม ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ใดชักพา ขนาดพี่ชายที่เป็นถึงฮ่องเต้ต้าหลี่ผู้ยิ่งใหญ่ยังมิอาจเป็นธุระจัดหาสตรีงามเหมือนที่เสาะหาให้น้องชายของเขาไม่
“ข้าได้ข่าวว่านายท่านยังไม่มีคู่ประตูเหมาะเรือนสม อีกทั้งบุตรีของข้าก็ยังไม่มีคนที่พอจะมาเป็นคู่นาง”
“ท่านหมายความว่า...”
“ข้าน้อยรู้ว่านายท่านรู้ว่าฝากฝังอย่างไร” เศรษฐีฟางว่าพลางหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะพินอบพิเทาอีก “แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสุดแท้แต่นายท่านจะพิจารณาว่าบุตรีของข้าจะเหมาะสมกับเป็นฮูหยินคหบดีใหญ่เช่นนายท่านบ้างหรือไม่”
หึ...
หลี่ชงเหอกระตุกยิ้มรู้ทันจึงกลบเกลื่อนด้วยการยกจอกสุราที่อีกฝ่ายรินให้เอาใจจนหมดจอกก่อนเอ่ย “เอาเถอะ เรื่องนั้นค่อยว่ากัน”
“แต่หากช้านานไป ข้าเกรงว่าบุตรสาวข้าจะแก่ตายคาเรือนเสียก่อนได้เจอคนดีๆ”
หลี่ชงเหอเลิกคิ้วนึกขบขันคำพูดเศรษฐีเฒ่าที่ตรงเป็นไม้กระดาน สีหน้าฟางจงซวิ่นบ่งบอกความเกรงใจก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเหมือนอยากเอ่ยต่อสิ่งที่หมายใจ หลี่ชงเหอจึงแสร้งยิ้มแต่มิได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดๆ ทำให้เศรษฐีเฒ่าเก้อไป
“แต่ข้าก็หวังว่านายท่านจะลองเก็บไปคิดดู”
“ข้าจะลองคิดดู”
เพียงแค่ได้ยินคำตอบ สีหน้าเศรษฐีเฒ่าก็กระจ่างขึ้นโดยพลัน เขารีบกุลีกุจอเดินนำมาถึงหน้าเรือนเหลียนฮวาที่สุดแสนจะร่มรื่น “เชิญพักผ่อนก่อนเถิด เดินทางมาเหน็ดเหนื่อยเมื่อล้าเต็มที”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจ” หลี่ชงเหอเพียงรับคำสั้นๆ
เศรษฐีฟางจึงได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่องตอบ “ขอเพียงนายท่านพอใจ ให้ข้าหาอะไรให้ก็ย่อมได้”
หลี่ชงเหอฟังแล้วกระตุกยิ้มเดินนำผ่านโถงกว้างไปยังระเบียงไม้ที่ยื่นลงไปในสระบัวบานสะพรั่ง ร่มรื่น น่าภิรมย์จนเขาเผลอมองเพลินนึกถึงลูกกวางน้อยเนื้อนุ่มนิ่มที่สัมผัสเมื่อ
แม้ลูกกวางจะพยศอยู่บ้าง แต่ดวงหน้ายามตระหนกของนางอีกทั้งดวงตากวางยามจนตรอกนั้นตรึงใจนัก
“เจ้าจะต้องตกใจที่ได้เจอข้าที่นี่แน่ๆ”
อ๋องสามผู้เย็นชากระตุกยิ้มมองผ่านม่านหมอกไปที่กลางบึง เห็นเงาความเคลื่อนไหวลางๆ ของคนสองคนที่มองอย่างไรก็มีสรีระและส่วนสูงที่แตกต่าง
“ใครกันที่อยู่ตรงนั้น” เขาว่าพลางพยักเพยิด
เศรษฐีเฒ่าก้าวเดินมายืนเคียงข้างลูบเคราพลางเพ่งมองถึงกับผงะ “โอ้ยโหยว! นั่นคือบุตรีของข้าเอง”
“คนนี้รึ”
“เอ่อ... คือว่านางเป็นบุตรีอีกคนหนึ่งของข้าและยังเด็กเล็กนัก” เศรษฐีเฒ่าอ้อมแอ้มตอบ
“คือคนนี้รึที่ท่านหมายฝากฝัง”
“เอ่อ... คนนี้มิใช่ขอรับ”
หลี่ชงเหอพยักหน้ารับรู้ ไม่ทันได้ถามต่อก็เห็นท่าทีของฟางจงซวิ่นที่ดูอึดอัด
“เชิญท่านเศรษฐีตามสบายเถิด ข้าอยากพักผ่อนแล้วไม่รบกวนท่าน”
“ขอรับๆ ข้าเห็นทีต้องขอตัวไปจัดการธุระก่อน เชิญนายท่านพักผ่อนตามสบาย อีกครึ่งชั่วยามจะให้สาวใช้จัดหาอาหารท้องถิ่นหายากมาให้นายท่าน”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจล่ะนะ”
“ขอรับๆ อย่าได้เกรงใจ”
เศรษฐีฟางว่าจบก็หันกลับเดินตัวปลิวออกไปอย่างรีบร้อน หลี่ชงเหอจ้องมองแผ่นหลังหนาสั่นเทิ้มราวกับโกรธขึ้งสิ่งใดอยู่จึงเอ่ยเรียก
“ช้าก่อน ท่าน...”
“มีเรื่องอันใดให้รับใช้อีกหรือนายท่าน” เศรษฐีเฒ่าหันกลับมาถามสีหน้ายุ่งยากเล็กน้อย
“ไม่มีอะไรแล้ว” หลี่ชงเหอว่าจบโบกมือ “เรื่องของข้าไว้ก่อนก็ได้ เชิญท่านไปทำธุระก่อนเถิด”
หลังจากเศรษฐีฟางลับตา หลี่ชงเหอจึงเดินไปที่ระเบียงไม้ดัดอีกคราด้วยข้องใจว่าเงาสตรีที่เห็นเลือนรางเป็นแม่กวางน้อยตัวป่วนที่ติดค้างหนี้เขาเมื่อคืนแน่แท้หรือไม่ ครั้นเพ่งมองอีกคราจึงได้เห็นดวงหน้างดงามนั้น
อา...
เป็นนางจริงๆ...
รอยยิ้มของนางช่างงดงาม หากเปรียบนางกับสตรีงามที่เขาเคยพบพานคงเป็นรองเพียงแค่กระต่ายน้อยของอ๋องสี่หลี่หลานหมิงเท่านั้น
