บท
ตั้งค่า

2 ลูกเลี้ยง

ฟางถิงถิงพยักหน้ารับคำด้วยความตั้งใจ นางเข้าใจดีถึงความห่วงใยของเศรษฐีฟางและหมายใจว่าจะตอบแทนด้วยการดูแลบุตรสาวคนเดียวของท่านให้ดีที่สุด นับแต่นั้นนางจึงได้ใช้สกุลฟางตามไปด้วย...

แต่เพียงสิบปีล่วงผ่าน...

สิ่งที่คิดหวังดูเหมือนกลับทำให้ฟางถิงถิงอ่อนล้าลงทุกที เพราะนอกจากฮูหยินฟางที่รับนางเป็นบุตรบุญธรรมอย่างเสียไม่ได้คอยพูดจาให้เจ็บช้ำน้ำใจแล้ว ยังมีฟางลี่หลิวที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวที่คอยให้นางเป็นหนังหน้าไฟในทุกๆ เรื่อง

“ข้าเหนื่อยเหลือเกิน ข้าอยากไปให้พ้นจากสภาพนี้แล้ว...ท่านพ่อ” นางเอ่ยอย่างระอาแต่ก็ตัดความคิดอึดอัดไปได้ ”ช่างเถอะนะถิงถิง เจ้าต้องอดทนแค่เลี่ยงตอบคำถามท่านแม่ได้ก็คงพอ”

นางคิดย้ำกับตัวเองก่อนจะครุ่นคิดครู่ใหญ่ กลางลานกว้างที่ผู้คนขวักไขว่ไปมาก่อนจะเดินแกมวิ่งตามดรุณีงามในชุดชมพูอ่อนพลิ้วไปแต่ก็หาเจอไม่แล้ว...

ไม่ไกลกันหลี่ชงเหอสะบัดแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมของเถ้าแก่เนี้ยเหลาบุปผาทันทีที่มองตามดรุณีงามทั้งสองค่อยๆ ไกลห่างออกไป เขาคิดจะลงไปด้านล่างแต่ติดที่เจ้าของมือขาวเรียวเล็บยาวสีกำมะหยี่รั้งไว้

“ข้าเห็นนายท่านจ้องแม่นางทั้งสองไม่วางตาอยู่นานสองนานแล้ว มีเรื่องใดให้กังวลใจหรือไม่...”

“ไม่นี่”

“แต่ข้าเห็นนายท่านสนใจพวกนาง”

“ดรุณีงามเช่นนั้น ผู้ใดไม่สนใจก็ไม่รู้ว่ายังเป็นชายหรือไม่” เขาว่าพลางยกยิ้มก่อนเอ่ย “เจ้ารู้หรือไม่ว่านางเป็นลูกเต้าเหล่าใคร”

“คนไหนรึเจ้าคะ”

“ข้ามองคนไหนก็คนนั้น” บุรุษหนุ่มเอ่ยเล่นลิ้นแต่น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับไม่ยินดียินร้าย

โฉมสะคราญแห่งเหลาบุปผายกยิ้มริมฝีปากสีชาดอย่างเย้ายวนก่อนจะปรายตามองแผ่นหลังดรุณีน้อยในหมู่ภมรด้านล่างแล้วกรีดนิ้วไปที่ทั้งสองที่เริ่มเดินห่างออกไป

“คนซ้ายสวมชุดชมพูนั่นคือคุณหนูฟางลี่หลิว เป็นบุตรีเศรษฐีฟางเจ้าของโรงทอตรอกสาม ส่วนคนขวาชื่อฟางถิงถิงเป็นบุตรบุญธรรม เรียกง่ายๆ ก็เป็นคนรับใช้ส่วนตัวของคุณหนูลี่หลิวเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นรึ นอกจากนี้แล้วบ้านนั้นยังมีคุณหนูอีกกี่คน”

“คุณหนูใหญ่มีคนเดียวนั่นล่ะเจ้าค่ะ ส่วนทายาทคนโตชื่อคุณชายฟางอี้ถูกส่งไปเรียนในเมืองหลวงนานแล้วยังไม่กลับมา”

“เช่นนั้นรึ”

“นายท่านถามทำไมหรือเจ้าคะ”

“ก็ไม่มีอะไร”

หลี่ชงเหอกระตุกยิ้มราวกับแค่รู้แล้วก็ผ่านไปมิได้สนใจใยดี แต่ทว่าแม่เสือจมูกไวอย่างอวี๋แหลียนมีหรือจะดูไม่ออก

“หรือนายท่านสนใจแม่นางคนใด ให้ข้าไปดูลาดเลาให้ดีหรือไม่ หากถูกอกถูกใจได้เป็นเขยเศรษฐีตระกูลฟางก็นับว่ามีวาสนาไม่เลว”

“มีวาสนาได้เป็นเขยเศรษฐีเช่นนั้นรึ”

“เจ้าค่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าในเมืองนี้ ไม่มีผู้ใหญ่ร่ำรวยไปกว่าท่านเศรษฐีฟางจงซวิ่นไปได้” อวี๋เหลียนเอ่ยอย่างมีจริต “แต่ว่าหมายดอมดมดอกฟ้า นายท่านอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยเพราะคุณหนูใหญ่ตระกูลฟางผู้นั้นนิสัยเอาแต่ใจยิ่งนัก”

“สตรีงามมักเอาแต่ใจสินะ”

“จะว่าเช่นนั้นก็ย่อมได้เจ้าค่ะ หากนายท่านชอบจะให้แม่สื่อไปทาบทาม...”

“ไม่ต้อง” บุรุษหนุ่มเพียงแต่ปรายตามองนางแล้วยิ้มหยันก่อนเอ่ย “ข้าไม่ใส่ใจพวกลูกสาวเศรษฐีหรอก”

“เช่นนั้นหรือว่านายท่านมีคนที่หมายใจไว้อยู่แล้ว”

“ถามทำไม” หลี่ชงเหอเหลือบมองส่งสายตาดุใส่

อวี๋เหลียนนิ่วหน้าก่อนจะฉีกยิ้มยวนใจตอบ “ข้าก็แค่อยากสนองความต้องการของนายท่าน แต่หากนายท่านไม่ชอบให้ข้าวุ่นวายข้าก็...”

“เหตุใดเจ้าถึงมากความเช่นนี้”

อวี๋เหลียนแห่งเหลาบุปผาถึงกับงันไป ไม่นานก็แปรเปลี่ยนสีหน้าสดชื่นดังเดิม “ข้าก็เพียงแต่อยากให้นายท่านได้รับความสุขสบายหากได้ดิบได้ดีแล้วอย่าลืมอวี๋เหลียนคนนี้ก็เพียงพอแล้ว”

“ข้าเกลียดความรู้สึกเช่นนี้” เขาเอ่ยเพียงนั้นก็ปลิดมือนางที่โอบไหล่เขาออกแล้วดึงร่างนางที่ยืนซ้อนหลังให้หันมาเผชิญหน้า “ข้าเกลียดสตรีเช่นนี้ และไม่เคยคิดเลยว่าอวี๋เหลียนแห่งเหลาบุปผาผู้หยิ่งทนงและน่ายกย่องจะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้”

“คุณชาย! เหตุใดจึงว่ากล่าวข้าเช่นนี้กัน”

เพียงสบตาบุรุษหนุ่ม เถ้าแก่เนี้ยเหลาบุปผาก็กลืนน้ำลายฝืดเฝือ ดวงตาสีดำสนิทภายใต้ดวงหน้าเคร่งขรึมเย็นชาอยู่เป็นนิจทำให้นางรู้ว่าไม่ควรเอ่ยถามซอกแซกไปให้มากกว่านี้ถึงแม้จะอยากรู้ก็ตาม

“หรือเจ้าไม่พอใจคำพูดข้า”

“เอ่อ... หามิได้เจ้าค่ะ อย่าใส่ใจคำพูดของข้าเลยนะเจ้าคะ” นางว่าเพียงนั้นก็สอดมือเข้ากับฝ่ามือหยาบกร้านของอีกฝ่าย กระตุกเชิญชวน “เราไปหาความสำราญกันดีกว่า ข้าจะคัดสาวงามบรรณาการถึงห้องเลย หรือหากอยากให้ข้ารับใช้ ข้าก็ไม่ขัดนะเจ้าคะ” นางว่าเพียงนั้นก็แนบหน้ากับไหล่ของเขาอย่างย่ามใจก่อนสอดมือนุ่มนิ่มเข้ามาในสาบเสื้อลูบไล้แผงอกนอกเสื้อชั้นในแต่ครานี้กลับถูกฝ่ามือแข็งแรงรั้งไว้

“คืนนี้เห็นทีมิได้ ข้ามีงานต้องทำ”

“แต่ว่า...”

“ข้าบอกว่าไม่ชอบคนเซ้าซี้”

“แต่ว่าคืนนี้เทศกาลโคมไฟ เป็นเวลาหาความสำราญ อย่าเพิ่งไปเลยนะเจ้าคะ นายท่าน”

“เจ้าคิดห้ามข้ารึ”

“หามิได้ นานๆ นายท่านจะแวะมาเมืองหลวง ข้าเพียงแต่คิดว่าคืนนี้ดวงจันทร์กระจ่างตา จึงอยากเชิญชวนนายท่านให้อยู่ชมโคมไฟบุปผาอยู่ที่นี่กับข้าจะดีกว่าออกเดินทางยามค่ำคืน”

นางยิ้มยวนยั่วอย่างมีจริตแต่ทว่าบุรุษหนุ่มกระตุกยิ้มหยันก่อนปลิดมืออีกฝ่ายออกแล้วเอ่ยขัด “ข้าเริ่มเมาแล้ว เห็นทีต้องกลับโรงเตี๊ยม”

“หรือค้างที่นี่ดีกว่าหรือไม่”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel