บท
ตั้งค่า

1 แรกพบตกหลุมรัก

หลายวันผ่านไป งานเทศกาลโคมไฟเมืองต้าฮั่น…

“เร็วๆ เข้าสิ หลิวเอ๋อร์ มาดูนี่เร็ว”

ดรุณีวัยแรกแย้มกวักมือเรียกดรุณีน้อยอีกนางวัยใกล้เคียงกันที่กำลังแทะเล็มขนมน้ำตาลรูปกระต่ายอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ไม่ไกล กว่าจะเยื้องกรายเข้าหาก็ทำให้ดวงหน้างามของคนรององ้ำ

“มาแล้วๆ เจ้านี่ส่งเสียงดังโวยวายไม่เลิก”

“ก็เจ้าชักช้านัก” ฟางถิงถิงว่าพลางค้อนขวับ แต่ฉับพลันก็ปรากฏรอยยิ้มเมื่อฟางลี่หลิวส่งขนมน้ำตาลรูปกระต่ายให้

“อ่ะ ข้าให้เจ้า”

“ขอบใจนะ เจ้าน่ารักที่สุด” ฟางถิงถิงร้องตอบเสียงสูงแล้วรับมาสีหน้าสดใสขึ้นทันตา “ว่าแต่เจ้าเถอะหลิวเอ๋อร์ เหตุใดชวนแต่ข้าออกมาแล้วไม่ชวนเสิ่นเฉินมาด้วย”

คนถูกถามพอได้ยินชื่อบุคคลที่สามก็ถึงกับหน้าง้ำด้วยความไม่พอใจเสมองไปอีกทางไม่ตอบ กระทั่งถูกอีกฝ่ายสะกิดเท่านั้นจึงหันมาหน้างอใส่

“แล้วเหตุใดข้าต้องชวนเขามา เขาสำคัญอะไรกับข้ากันเล่า”

“ที่พูดนี่คืองอน”

“ใครงอน ข้ากับเขาไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ฟางลี่หลิวกระเง้ากระงอดถือดี สีหน้าหงิกงอขัดกับใบหน้างดงามยิ่งนัก

“แต่ทุกทีพวกเจ้าตัวติดกันยิ่งกว่าตังเม อะไรก็ เสิ่นเฉิน ๆ ๆ เสิ่นเฉินของข้า”

“เอ๊ะ! เจ้านี่อย่ามาล้อข้า” ฟางลี่หลิวได้ทีตีเพียะที่หัวไหล่อีกฝ่ายหลายทีด้วยความขัดเขิน แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อฟางถิงถิงหัวเราะคิกคักใส่ “เจ้าล้อข้าแล้วยังหัวเราะอีก”

“ข้าเปล่าๆ ข้าก็แค่สงสัยเท่านั้นเอง”

“มีเรื่องอันใดให้สงสัยกัน”

“ก็พวกเจ้าสองคน...”

“ช่างเถอะน่า คืนนี้ข้าโกรธเขาไม่อยากพูดถึง” ฟางลี่หลิวหน้างอขณะและเล็มขนมน้ำตาลด้วยสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นพึงพอใจ “อร่อยดีนี่ รู้งี้ข้าซื้อมาอีกเยอะๆ ก็ดี”

“ถ้าเจ้าชอบก็เอาของข้าไปกินสิ”

ฟางลี่หลิวชะงัก ดวงตาสดใสหม่นลงเล็กน้อย จ้องหน้าอีกฝ่ายก่อนเอ่ย “เจ้าให้ของเหลือของเจ้ากับข้าหรือ”

“เปล่านะ ข้ามิได้!” ฟางถิงถิงรีบปฏิเสธ นึกรู้ว่าคำพูดของนางจี้ใจดำอีกฝ่ายเข้าแล้ว “ขอโทษนะหลิวเอ๋อร์”

“เหตุใดต้องขอโทษข้า”

“ก็เรื่องของเหลือนั่น ข้ามิได้หมายความเช่นนั้น” ฟางถิงถิงเสียงอ่อยลง

ฟางลี่หลิวเห็นดังนั้นมุมปากได้รูปกระจับก็กระตุกขึ้นเล็กน้อยก่อนเอ่ย “ข้าไม่เอาของเจ้าเพราะข้ามีอีกไม้ต่างหาก”

ฟางถิงถิงถึงกับถอนใจสีหน้าดีขึ้นทันตา “เช่นนั้นหากของเจ้าหมดก็เอาของข้าไปกินอีกได้”

“ข้าชอบมันมากก็จริงแต่มิได้หมายความว่าจะเอาของของเจ้านี่นา ไม่ต้องมาเสียสละอะไรให้ข้า”

ฟางถิงถิงฟังแล้วยิ้มดวงตาเป็นประกายตอบ “เช่นนั้นข้าจะกินละนะ ไม่ให้เจ้าแล้วนะ”

ฟางลี่หลิวพยักหน้าพลันจ้องฟางถิงถิงและเล็มขนมน้ำตาลอย่างเอร็ดอร่อยก็ยิ่งชอบใจกัดกินขนมที่เหลือของตัวเองจนหมดไม้ทันที “เจ้านี่แสนดีจริงนะถิงเอ๋อร์ อะไรๆ ก็ยกให้ข้า นี่ถ้าเป็นคนรักเจ้าจะยกให้ข้าอีกหรือไม่”

“จะ... เจ้าอย่าทำเป็นเล่นน่ะ”

“ข้าพูดจริง”

ฟางถิงถิงจ้องดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายพลันก็เกิดนิ่งอั้นตันคอ นางได้แต่อึกอักเสมองไปที่โคมไฟแล้วเปลี่ยนเรื่อง “คืนนี้งานเทศกาลโคมไฟ เจ้าไม่คิดว่ามาเที่ยวชมโคมไฟกับคนรักจะดีกว่ามากับน้องสาวอย่างข้าหรือ”

“ฮึ! เจ้าก็มิใช่น้องสาวแท้ๆ ของข้าสักหน่อย” ฟางลี่หลิวเอ่ยอย่างดื้อรั้นแต่พอเห็นหน้าเศร้าหมองของคนฟัง นางก็ตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ “ข้าขอโทษ... ข้ามิได้หมายความตามนั้นหรอกถิงเอ๋อร์”

“ข้ารู้ว่าข้ามิใช่น้องสาวแท้ๆ ของเจ้า” นางเอ่ยอย่างจนใจสีหน้าสลดและลดฝีเท้าลงจนหยุดยืนนิ่งกลางลานที่ผู้คนขวักไขว่ไปมา

ฟางลี่หลิวเห็นดังนั้นจึงคว้าคออีกฝ่ายอย่างถือสนิทเข้าหาแล้วป้อนขนมน้าตาลที่อยู่ในมือฟางถิงถิงให้ “มาๆ กินๆ กินของหวานให้หมด เจ้าจะได้อารมณ์ดีหายน้อยใจ”

“ไม่เอา! ขนมเจ้ากินแล้ว เรื่องอะไรให้ข้ากินของเหลือของเจ้าด้วย” ครานี้ฟางถิงถิงร้องลั่น ดิ้นรนออกจากอ้อมแขนอีกฝ่ายแทบไม่ทัน

ฟางลี่หลิวกลับหัวเราะชอบใจแล้วเล็มเลียขนมของตัวเองจนพอใจแล้วแกล้งเย้า “โธ่ ข้าแค่พูดเล่นมิได้อยากให้เจ้ากินของเหลือข้าสักหน่อย”

“แน่นะ”

“แน่สิ เจ้าก็รู้นิสัยข้า ของของข้า ข้าไม่ให้ใคร ของที่เจ้าให้ข้าแล้ว ข้าก็ไม่คืน นอกจากสิ่งนั้นเป็นของที่ข้าไม่ต้องการแล้ว ข้าถึงจะยกให้เจ้า”

ฟางถิงถิงฟังจบก็ถึงกับหน้าเจื่อน รู้สึกถึงความนัยแปลกๆ กับคำพูดอีกฝ่ายแต่ก็ไม่อยากใส่ใจจึงรีบเดินนำ ฟางลี่หลิวจึงได้ทีวิ่งตาม

“อะ นี่ข้าให้เจ้า”

“นี่คือ...” ฟางถิงถิงรับมาหน้าฉงน แต่ฟางลี่หลิวยิ้มกว้าง

“เซาปิ่งหน้ายิ้มของโปรดเจ้าไง ข้าตั้งใจซื้อให้เจ้าเชียวนะ ไม่ต้องเสียใจกับคำพูดของข้านะ” ฟางลี่หลิวแสร้งเย้าไม่พอยังยื่นนิ้วชี้เรียวยาวไปที่มุมปากของฟางถิงถิงดันขึ้นให้ริมฝีปากจิ้มลิ้มยกขึ้น “นี่ๆ เจ้ายิ้มแล้ว”

“เจ้าทำถึงขนาดนี้ ข้าก็ต้องยิ้มสิ” ฟางถิงถิงว่าพลางสีหน้าหดหู่พลันดีขึ้นเมื่อก้มมองขนมเซาปิ่งโรยงาที่วาดเทียนรูปโค้งสีแดงเหมือนรอยยิ้มอยู่ "ข้ากินละนะ”

“อืม เดินไปกินไปดูโคมไฟทางโน้นกันดีกว่า”

“ก็ได้ๆ เห็นแก่เจ้า”

“ลองไม่เห็นแก่ข้าสิ ข้าจะโกรธเจ้าให้ดู”

ฟางถิงถิงฟังคำพูดเอาแต่ใจของพี่สาวที่แก่กว่านางไม่กี่มากน้อยก็ได้แต่ลอบถอนใจเพราะทำอย่างไรก็ไม่สามารถขัดใจบุตรสาวแท้ๆ ของบิดาไปได้ ไม่มีสิ่งใดที่จะสั่นคลอนความดื้อดึงของอีกฝ่ายจึงได้แต่เอ่ยเสียงเบาหวิว “ข้าไม่กล้าแล้วๆ”

“ดีแล้ว ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว เจ้ารึจะกล้าขัดใจข้า”ดรุณีงามเอ่ยอย่างลิงโลด “ไปเถอะ ข้าอารมณ์ดีแล้ว เราไปหาเสิ่นเฉินกันเถอะ”

“เจ้าจะไปหาเขา แล้วให้ข้าไปด้วยจะดีหรือ ข้าว่าอย่าดีกว่า” ฟางถิงถิงอิดออด

“เหตุใดไม่ดี”

“ก็ข้าไม่อยากเป็นก้างขวางคอพวกเจ้า” นางเอ่ยพลันต้องหลบตาจับผิดของอีกฝ่ายวูบหนึ่ง

“มิใช่ว่าเจ้ายังมีเยื่อใยกับเขาหรอกนะถิงถิง”

“ไม่นะ! ข้ามิได้!”

“โธ่! ข้าแค่ล้อเล่น เจ้าเคยชอบเขาที่ไหนกัน ใช่หรือไม่” ฟางลี่หลิวเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างมีจริตแต่ฉับพลันหยุดชะงักคลายมือที่จับดรุณีน้อยออก “เช่นนั้นข้าไปหาเสิ่นเฉินดีกว่า เจ้าก็อย่าฟ้องท่านแม่ว่าข้าไปหาเขานะ”

“ก็ได้ แต่...”

“ไม่มีแต่ หากท่านแม่ถามบอกว่าข้าไปค้างบ้านหลิ่งฟาง”

“จะดีหรือ หลิวเอ๋อร์ เจ้ากับเขายังมิได้ตบแต่งกัน...”

“เรื่องส่วนตัวของข้า เจ้าห้ามยุ่ง!” ฟางลี่หลิวตัดบทแล้ววิ่งหายไปในความมืด

“เฮ้อ ดื้อรั้นจริงๆ” นางบ่นพลางมองตามแล้วแววตาพลันสลดก่อนเอ่ยอย่างว้าวุ่นใจ “แล้วจะให้ข้าบอกท่านแม่ว่าอย่างไรดีเล่า”

ฟางถิงถิงนึกย้อนไปถึงวันที่ก้าวเข้ามาในตระกูลฟางในฐานะบุตรสาวบุญธรรมของฟางจงซวิ่น ครานั้นนางเพิ่งอายุห้าขวบ เนื้อตัวสกปรกมอมแมมเพราะไร้ซึ่งบิดามารดา เศรษฐีฟางผู้แสนใจดีหยิบยื่นเซาปิ่งกรุ่นร้อนให้ นางก็กัดกินอย่างเอร็ดอร่อยทั้งน้ำตา บุญคุณเศรษฐีฟางท่วมหัวชดใช้เท่าใดคงไม่เพียงพอ นางนึกถึงคำมั่นที่ให้สัญญาไว้ก็ได้แต่ถอนใจ

“ข้ามีบุตรแค่สองคน คนโตเป็นชายข้าส่งไปเรียนหนังสือในเมืองหลวง สักวันเขากลับมาเจ้าก็จะได้เจอ ส่วนอีกคนเป็นหญิง แก่กว่าเจ้าไม่ถึงขวบปี นางเป็นเด็กเอาแต่ใจเพราะฮูหยินข้าตามใจ ข้าอยากให้เจ้าอยู่กับนางเป็นเพื่อนเล่นคอยดูแลลูกข้าได้หรือไม่... แม่หนูน้อย”

“ได้เจ้าค่ะ ข้าจะดูแลคุณหนูอย่างดี” นางตอบแข็งขัน

“ขอบใจๆ ขอบใจเจ้ามากนะถิงถิง”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel