บทที่1 เกมกำลังเริ่ม (4)
เมื่อน้ำหวานเข้ามาในห้อง เธอยืนดูห้องอย่างทึ่งๆ ข้าวของทุกอย่างจัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เก้าอี้นวมเป็นผ้ากำมะหยี่เนื้อนุ่มชวนสบายวางอยู่ข้างห้อง ถัดมาเป็นโต๊ะหนังสือขนาดเล็ก แล้วมีตู้โชว์ที่มีตุ๊กตาเจียระนัยสวยๆ วางเรียงรายกันอยู่หลายตัว พร้อมหนังสืออีกหลายเล่มที่เรียงกันอย่างเรียบร้อยอยู่บนชั้นใหญ่ที่อยู่ติดกำแผงห้องที่ดูคล้ายประตูมากกว่า และนาฬิกายี่ห้อดังแขวนไว้ข้างผนังห้อง สายตาหวานหันมามองสบตากับเจ้าของห้องอย่างตกใจ
เมื่อสายตาคมเฉียบนั้นยืนมองเธออยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าที่หล่อเหลานั้นทำให้น้ำหวานมองอย่างตะลึง เธอไม่เคยเห็นใครที่หล่อเท่านี้มาก่อนเลย นอกเสียจากพวกดารา ดวงตาคมกริบ ขนตายาว คิ้วสีดำเข้มยาวจรดหางตา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากสวยได้รูป และแดงระเรื่อตามธรรมชาติจนเธอคิดอิจฉา เมื่อสำรวจบนใบหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอจึงลากสายตามามองรูปร่างซึ่งสูงจนเธอต้องเงยหน้ามอง เขาสวมสูทสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตตัวในสีขาวสะอาด ผูกไทไหมไทยสีเดียวกับเสื้อสูท กางเกงสีเดียวกัน รองเท้าของเขาขัดขึ้นจนเงาระยับแทบจะใช้ส่องดูตัวเองได้
“นั่งลงก่อนสิ”
ชายหนุ่มเจ้าของห้องกล่าวออกมาคำแรก หลังจากเห็นสองคนพี่น้องยังพากันยืนอยู่ โดยเฉพาะน้องสาวของเพื่อนรักที่ยืนสำรวจห้องเขาอย่างสนใจ และสายตาที่มองมาที่เขามันเริ่มทำให้เขารู้สึกเขิน
หลังจากจบคำพูดของอนุกูล น้ำไนล์จึงดึงเก้าอี้มาให้น้ำหวานนั่งลงตามคำเชิญเจ้าของห้อง ส่วนตัวเองยังคงยืนอยู่ข้างน้ำหวานผู้เป็นน้องสาว เขาคงอยู่นานไม่ได้เพราะยังมีงานสำคัญรออยู่
เมื่ออนุกูลเห็นหญิงสาวนั่งลงแล้วชายหนุ่มจึงนั่งลงตามบ้าง แต่ลักษณะท่าทางยังคงวางตัวเหมือนท่านประธาน มากกว่าการรู้จักกันธรรมดาเสียอีก
“ฉันจะแนะนำให้นายรู้จักน้ำหวานในฐานะน้องสาวฉันก่อนนะ นี่น้ำหวาน พิบูลไพศาล น้องสาวคนเดียวของฉัน ส่วนนี่ ‘อนุกูล วิริยะไพบูล’ หรือเรียกสั้นๆ ว่า ‘อิฐ’ เป็นเพื่อนพี่ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่เมืองนอก”
น้ำไนล์แนะนำให้ทั้งสองรู้จักกันในฐานะน้องสาวและเพื่อนพี่ชาย น้ำหวานยกมือไหว้ผู้เป็นเพื่อนพี่ชายอย่างนอบน้อมพร้อมยิ้มหวานไปให้ แต่อนุกูลเพียงแค่ยกมือไหว้ตอบเท่านั้น แล้วไม่ได้พูดอะไรต่อ และนั่นทำให้เธอหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ
“เอาล่ะ...ทีนี้หมดเวลาของฉันแล้ว ฉันยกหน้าที่ให้นายต่อแล้วกันฉันต้องกลับบริษัทแล้วล่ะ มีนัดกับลูกค้าคนสำคัญไว้ ฝากดูแลด้วยล่ะ พี่กลับก่อนนะอย่าดื้อล่ะ”
น้ำไนล์บอกกล่าวกับเพื่อนรัก และหันมาบอกน้องสาวก่อนจะเดินออกจากห้องไป เมื่อเพื่อนออกจากห้องแล้ว อนุกูลจึงหันมามองหญิงสาวตรงหน้า พร้อมหยิบเอกสารที่น้ำไนล์เอามาให้เมื่อเย็นวานนี้มาพลิกดู
“คุณชื่ออะไร”
คำถามสั้นๆ ที่ออกจากปากอนุกูลทำให้น้ำหวานหน้าตึงขึ้นกว่าเดิม และจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าเขม็งด้วยความไม่พอใจ พี่ชายของเธอเพิ่งจะแนะนำไปเมื่อครู่
แต่อนุกูลยังจับจ้องมองเธออยู่เช่นกัน เพื่อยืนยันว่าเขาต้องการคำตอบจริงๆ
“พี่น้ำไนล์ก็บอกคุณไปแล้วนี่คะ ในเอกสารที่คุณถืออยู่ก็มีชื่อและประวัติฉันเรียบร้อยแล้วไม่ใช่หรือคะ” น้ำหวานตอบกลับเสียงแข็งเหมือนจะระงับอารมณ์ขุ่นมัวไม่อยู่
อนุกูลหรี่ตามอง เขาก็พอจะรู้นิสัยของเธอจากน้ำไนล์มาบ้างแล้วว่าเป็นอย่างไร แต่ผู้หญิงตรงหน้ากลับทำให้คิดว่าตัวเองได้ข้อมูลไม่ครบ หรือผิดพลาดประการใด เพราะสิ่งที่เห็นตอนนี้เธอแต่งตัวเปรี้ยวจนไม่รู้ว่าจะไปล่อเสือล่อจระเข้ที่ไหน แต่ถ้ามาล่อตัวเขาเองบอกได้เลยว่าคนอย่างเขาไม่มีวันตกหลุมพรางเป็นอันขาด และคำพูดที่เธอตอบกลับมานั้นมันไม่ค่อยเหมาะกับผู้หญิงบุคลิกแบบเธอเลย
“ผมต้องการได้ยินจากปากของคุณ” อนุกูลตอบเสียงเข้ม และมองหญิงสาวตรงหน้าพลางคิดว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป
“ดิฉันชื่อน้ำหวาน พิบูลไพศาล ค่ะคุณอนุกูล หวังว่าคุณอนุกูลจะจำชื่อฉันได้จนขึ้นใจนะคะ” น้ำหวานตอบกลับเสียงและยิ้มหวานให้ชายหนุ่มเต็มที่ แต่อนุกูลเพียงแค่หรี่ตามองเธอเท่านั้น
“คุณจบอะไรมา”
