บท
ตั้งค่า

บทที่1 เกมกำลังเริ่ม (2)

“หวานมีเรื่องให้พี่น้ำไนล์ช่วย” น้ำหวานกล่าวออกมาช้าๆ และมองน้ำไนล์ว่าเธอพูดเรื่องจริง

“อย่างเรานี้นะจะมีเรื่องให้พี่ช่วย”

น้ำไนล์พูดออกมาอย่างไม่เชื่อเรื่องที่น้ำหวานพูดสักเท่าไร แล้วมองหน้าน้องสาวอย่างไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่เขาฟังผิดไปหรือเปล่า เช่นเดียวกับน้ำเหนือที่หันไปมองน้ำหวานด้วยความสงสัย เพราะว่าปกติน้องสาวคนเก่งไม่ค่อยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากใคร แต่มาคราวนี้มันกลับทำให้เขายิ่งสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวคนเดียวของเขากันแน่

“หวานอยากให้พี่ช่วยฝากงานที่บริษัทเซนซ์ไลเตอร์น่ะค่ะ” เมื่อน้ำหวานพูดจบพี่ชายสองคนมองเธอเป็นตาเดียวอย่างไม่เข้าใจ

“นึกยังไง ถึงอยากจะทำงานขึ้นมา เมื่อก่อนไม่เห็นว่าจะเข้าทำงานในบริษัทเลยนี่”

น้ำเหนือถามน้องสาวคนเล็กอย่างไม่เข้าใจก่อนจะมองอย่างพิจารณา พลางคิดว่าเขาต้องหาสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้น้ำหวานเปลี่ยนไปให้ได้

“ใช่... แล้วทำไมต้องให้พี่ฝากงานที่บริษัทเซนซ์ไลเตอร์ด้วย ทั้งๆ ที่บริษัทเรามีตั้งเยาะแยะ และอีกตั้งหลายสาขาที่ยังขาดคน ไม่เห็นต้องไปทำบริษัทของคนอื่นเลย”

น้ำไนล์ถามขึ้นอีกคน และพยายามบอกเหตุผลว่า ตระกูลพิบูลไพศาล ไม่ใช่ตระกูลกระจอกๆ ที่ต้องไปพึ่งพาบริษัทอื่น เพราะกิจการทางบ้านก็มากมายจนงานล้นมือแทบทุกวัน

“หวานแค่อยากไปหาประสบการณ์การทำงานในบริษัทอื่นบ้างสิคะ เผื่อมีความคิดดีๆ ไปพัฒนาที่บริษัทเราบ้าง”

น้ำหวานอ้างเหตุผลข้างๆ คูๆ เธอจะกล้าบอกพวกพี่ชายได้อย่างไรว่าต้องการไปที่นั่น เพื่อไปหาทางแก้แค้นคนที่หักอกเธอ

“ถ้าเหตุผลแค่นั้นไม่ต้องหรอก เพราะพี่ก็มีหุ้นส่วนอยู่ที่นั่น มันคงไม่ต้องเอามาพัฒนาที่บริษัทอื่นหรอก”

น้ำเหนือบอกเหตุผล ไม่ใช่ไม่อยากให้ทำงานแต่เขาไม่อยากให้เธอไปทำงานเพราะเหตุผลอื่น ถึงแม้น้ำหวานจะไม่ทำงานเลย น้ำเหนือก็เลี้ยงน้องสาวคนเดียวของเขาได้

“จริงเหรอคะ ที่พี่น้ำเหนือมีหุ้นอยู่ที่นั่น ถ้าอย่างนั้นฝากงานให้หวานนะคะ” น้ำหวานบอกเสียงอ้อนและเข้ามาประจบพี่ชายคนรองทันที เพราะนั่นหมายถึงมันง่ายสำหรับงานนี้ถ้าน้ำเหนือยอมตกลง

“พี่ขอถามคำถามเดียวว่า ทำไมถึงอยากทำงานที่นั่น”

น้ำไนล์พูดขึ้นหลังจากที่นั่งเงียบมานานพอควร และมองน้ำหวานอย่างพิจารณาอีกครั้ง แต่เมื่อไม่เห็นอะไรผิดปกติ นอกจากแววตาอยากรู้อยากเห็นสิ่งใหม่ๆ รอบตัวเท่านั้น คำถามของน้ำไนล์ทำให้น้ำเหนือมองน้องสาวอย่างต้องการคำตอบเช่นกัน

“หวานแค่อยากหาประสบการณ์ใหม่ๆ บ้าง เพราะที่นั่นก็เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่ใครต่อใครอยากทำงานด้วย แล้วหนึ่งในนั้นก็มีหวาน และอีกอย่างหวานไม่เคยรู้เลยว่าพี่น้ำเหนือก็มีหุ้นส่วนอยู่ที่นั่นด้วย ถ้ารู้หวานคงให้พี่น้ำเหนือออกแบบเครื่องประดับให้หวานสักชุด”

น้ำหวานบอกเหตุผลแก่พี่ชายทั้งสองอีกครั้ง และตีหน้าใสซื่อจนพี่ชายทั้งสองของเธอไม่เห็นถึงความผิดปกติ

“ถ้าเป็นอย่างนั้นพี่จะพาหวานไปพรุ่งนี้” น้ำไนล์สรุปและตัดสินใจแทนน้องชาย สร้างความตื่นเต้นดีใจให้กับน้ำหวานยิ่งนัก แต่เธอก็พยายามเก็บความดีใจไว้ในใบหน้าใสๆ อย่างเนียนๆ

“พี่น้ำไนล์แน่ใจเหรอ ถึงผมจะมีหุ้นส่วนอยู่ที่นั่น แต่พี่อย่าลืมสิว่า มีอีกคนที่จริงจังกับงานมากแค่ไหน ถ้ายัยหวานไปป่วนมีหวังไม่ตายก็พัง”

น้ำเหนือบอกขยาด เพราะชายหนุ่มรู้ว่าอีกคนที่เป็นเจ้าของบริษัท และมีหุ้นส่วนใหญ่เป็นคนอย่างไร ถึงแม้อนุกูลจะเป็นเพื่อนรักด้วยก็ตาม แต่เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมันคนละเรื่องกัน เพราะเพื่อนเขาคนนี้จริงจังกับงานมาก จนเพื่อนๆ คิดว่า ‘งานคือเจ้าสาวของอนุกูลไปแล้ว’

“ไม่ลองก็ไม่รู้ เดี๋ยวพี่จะจัดการเอง คงไม่เป็นไรหรอก อาจจะมีใครสักคนไปเพิ่มสีสันให้บ้าง”

น้ำไนล์บอกยิ้มๆ เหมือนไม่คิดมากกับเรื่องน้องสาว เพราะเขาอยากให้เพื่อนรักเห็นอย่างอื่นสำคัญกว่างานเสียบ้าง ไม่ใช่ว่าเขาจะจับคู่ให้น้องสาวหรือเพื่อนรักหรอกนะ แค่อยากเห็นอนุกูลมีหัวใจขึ้นเท่านั้นเอง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel