บทที่1 เกมกำลังเริ่ม (1)
อยากจะลืม...ลืมมันไปทุกสิ่ง
ลืมวันที่เธอทิ้งฉัน...ไปให้ได้
จะเป็นคนใหม่...ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
แล้วจะหาอะไรใหม่ๆ ...ให้หัวใจตัวเองทำ
หญิงสาววางปากกาลงอย่างแผ่วเบา เมื่อเธอได้เขียนความรู้สึกที่ออกจากหัวใจลงในสมุดบันทึกเรียบร้อยแล้ว เธอลุกจากเก้าอี้และเดินเรื่อยเฉื่อยมาหยุดอยู่ที่กระจกบานใหญ่ ซึ่งมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่สวยหวานยืนนิ่งมองเธออยู่เช่นกัน เพราะนั่นคือตัวเธอเอง หญิงสาวจึงหยิบเครื่องสำอางยี่ห้อดัง ที่มารดาซื้อจากยุโรปมาฝากเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เธอแต่งแต้มบนใบหน้าอย่างบรรจง ทำให้เธอซึ่งหน้าหวานอยู่แล้วยิ่งหวานไปกว่าเดิมอีก เมื่อแต่งหน้าจนพอใจแล้วจึงมองสำรวจตัวเองที่ตอนนี้ใส่เสื้อสายเดี่ยวสีชมพู และกระโปรงที่ยาวระดับเข่าอย่างสวยงาม
เธอคือ ‘นางสาวน้ำหวาน พิบูลไพศาล’ ลูกสาวคนเล็กของตระกูลพิบูลไพศาล
หลังจากที่สำรวจตัวเองจนพอใจแล้ว น้ำหวานจึงเดินลงมาข้างล่าง บันไดสีทองโค้งยาวทอดลงมาถึงชั้นล่าง แจกันลายครามทรงโบราณวางอยู่ทางขึ้นบันได พร้อมด้วยดอกไม้ทานตะวัน เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงใหญ่ ที่มีรูปทานรีบานใหญ่แขวนอยู่กำแพงห้อง แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับเฟอร์นิเจอร์สีเลือดนกที่ราคาแพงลิ่ว แต่มีบุรุษนั่งอยู่สองคน นั้นคือพี่ชายทั้งสองของเธอ
“เกมกำลังเริ่มแล้วนายธีรพัฒน์ ทัศนกูล!”
ปากสวยได้รูปเอ่ยออกมาเบาๆ แววตาของแข็งกร้าวขึ้นจนไม่เหมาะกับใบหน้าหวานๆ แต่เมื่อลงมาถึงห้องรับแขกข้างล่างแล้ว น้ำหวานจึงก้าวเข้าไปหาพี่ชายทั้งสองช้าๆ เมื่อทั่งคู่หันมาเจอเธอเข้า กลับทำให้ ‘น้ำไนล์ พิบูลไพศาล’ พี่ชายคนโตมองเธอจนตาค้าง เช่นเดียวกับ ‘น้ำเหนือ พิบูลไพศาล’ พี่ชายคนรองที่มองน้องเล็กของบ้านไม่ต่างไปจากพี่ชายคนโตเลยสักนิด
“หวานนั้นเธอใช่ไหม?” น้ำไนล์เอ่ยถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ แต่น้ำหวานก็ไม่ตอบคำถามของพี่ชาย เพียงแค่ส่งยิ้มไปให้
“หวานไม่สบายหรือเปล่าหรือว่าเป็นไข้?”
น้ำเหนือเข้ามาหาน้องสาวด้วยความร้อนรน และยื่นมือจับหน้าผากกลมมน เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นไข้อย่างที่คิดไว้หรือเปล่า
น้ำหวานจึงทำปากจู๋อย่างงอนๆ ที่พี่ชายทั้งสองมองเธออย่างกับตัวประหลาด แต่จะไม่พวกเขาแปลกใจได้อย่างไร ในเมื่อปกติน้องสาวคนเล็กของบ้าน ไม่ค่อยจะแต่งตัวอย่างนี้ หรือจะเรียกว่า ‘ไม่เคยแต่งก็ไม่ผิด’ เพราะครั้งสุดท้ายที่เห็นน้องสาวเขาสวยอย่างนี้ก็ผ่านมาเมื่อสี่ปีที่แล้ว เนื่องจากวันนั้นเป็นวันที่น้ำไนล์เรียนจบและครอบครัวได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับ
“หวานไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
น้ำหวานตอบอย่างงอนๆ แล้วเดินไปนั่งข้างพี่ชายคนโต และก้มลงหยิบขนมที่วางอยู่ในจานขึ้นมาทานเฉย โดยไม่คิดจะสนใจสายตาพี่ชายทั้งสองที่มองเธออยู่
“วันนี้ทำไมเราอยู่บ้านและก็มาแปลก?” น้ำไนล์ถามขึ้น และจ้องมองอย่างจับผิด ปกติน้องเล็กของบ้านไม่ค่อยจะอยู่บ้านสักเท่าไร เพราะเธอมีหอพักอยู่ข้างนอก ถ้าไม่มีคำสั่งให้เข้าบ้านเธอจะหายเข้ากลีบเมฆเหมือนไม่มีตัวตน
“หวานจะมาอยู่ที่บ้านแล้วค่ะ พอดีหวานเบื่อข้างนอกแล้ว เลยอยากอยู่กับพวกพี่ๆ บ้าง” น้ำหวานบอกกล่าวกับพี่ชายด้วยน้ำเสียงปกติ พร้อมเคียวขนมตุ้ยๆ โดยไม่สนใจสายตาที่จ้องจับผิดของคนทั้งคู่
“หวานเธอกำลังมีความรัก หรือว่าอกหักกันแน่?”
น้ำเหนือถามขึ้นหลังจากเงียบมาพักหนึ่ง และดูเหมือนน้องสาวของเขาจะเปลี่ยนเป็นคนละคน เลยทำให้เดาไม่ออก ส่วนน้ำหวานมองพี่ชายคนรองอย่างอึ้งๆ ก่อนจะกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นทิ้ง และหันมายิ้มหวานแทน
“หวานก็อยากเปลี่ยนตัวเองบ้างนี่คะ ไม่เห็นจะแปลกเลยใช่ไหมคะพี่น้ำไนล์ ?” น้ำหวานหันมาถามพี่ชายคนโตอย่างอ้อนๆ
“เออ...พี่ก็อยากจะคิดอย่างนั้น แต่ว่าเราแปลกไปจริงๆ นั่นแหละ” เมื่อน้ำไนล์พูดจบ น้ำหวานเกิดอาการงอนตุ๊บป่องขึ้นทันที เมื่อพี่ชายทั้งสองเห็นอาการงอนของน้องสาวคนเดียวก็พากันหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจเธอเลยสักนิด
“หัวเราะกันพอหรือยังคะ?” น้ำหวานพูดเสียงเข้มขึ้น ทำให้พี่ชายเธอสองคนหยุดชะงักทันที
