2
จะว่าไปเราสามคนนี่มีบุคลิกและลักษณะนิสัยต่างกันลิบลับ ไม่รู้ว่ามาคบหาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ยังไง? ก็อย่างที่บอก ฉันน่ะเป็นสาวสวยทรงเสน่ห์ฉายานางฟ้าประจำกลุ่ม หัวกระไดไม่เคยแห้ง แถมมีมารยาหญิงเป็นล้านเล่มเกวียนในการออดอ้อนให้ผู้ชายทำอะไรให้ ส่วนยัยโมรีก็โหดห้าวเป็นร็อกเกอร์สาว แถมมุทะลุไม่มีใครเกิน ปิดท้ายที่ยัยครองขวัญที่ชอบทำตัวเหมือนเพิ่งหลุดจากสำนักชี ด้วยเสื้อผ้าแสนจะมิดชิด แว่นกรอบหนาเตอะ และหน้าตาที่ปราศจากเครื่องสำอาง ทั้งๆ ที่มีความสวยอยู่ในตัวแต่กลับไม่เอาออกมาโชว์
ก็เลยกลายเป็นว่าในกลุ่มเพื่อน... ฉันเป็นสาวที่ป๊อบที่สุด ที่จริงฉันสวยกว่าดาวของรุ่นด้วยซ้ำนะ เพียงแต่พ่อกับแม่ไม่ชอบให้ฉันไปเดินสายประกวดพวกนางงมนางงามอย่างเท่าไหร่นัก ฉันก็เลยต้องตามใจพวกท่านด้วยการไม่ลงประกวด
แต่ถึงไม่ลงประกวดฉันก็เนื้อหอมกว่ายัย ‘ฝันร้าย’ ดาวคณะรุ่นฉันก็แล้วกัน จริงๆ ยัยนั่นชื่อ ‘น้องฝันดี’ แต่ยัยนั่นชอบทำตัวเป็นปรปักษ์กับฉันบ่อยๆ เพราะเราแข่งกันทั้งเรื่องรูปร่างหน้าตาและเรื่องการเรียน ฉันก็เลยหมั่นไส้ตั้งฉายาใหม่ให้ คนบ้าอะไรชื่อ ‘ฝันดี’ แก่ไปลูกหลานจะเรียกยังไงล่ะ? ‘คุณยายฝันดี’ อย่างนี้เหรอ?
“แกไหวนะขวัญ?” โมรีถามอย่างไม่สบายใจนัก และนั่นทำให้ฉันเลิกคิดเรื่องไร้สาระมาใส่ใจกับสถานการณ์ตรงหน้า ก็เห็นว่ายัยครองขวัญเหมือนๆ จะยืนไม่อยู่แล้ว
“ไหวๆ” ฉันว่าชักจะไม่ไหว ฉันลงความเห็นในใจ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรออกมา ยัยโหดก็ชิงพูดขึ้นก่อน
“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนดีกว่าไหม?” โมรีถามครองขวัญอย่างเป็นห่วง ที่จริงก็เป็นคำถามเดียวกันกับที่ฉันกำลังจะเอ่ยพอดี
“ไม่เป็นไร สบายมาก” ยัยแม่ชียกนิ้วขึ้นทำเครื่องหมาย OK. ก่อนเดินเซนิดๆ มุ่งหน้าตรงไปยังห้องน้ำอยู่ด้านในสุดของตึกทรงลูกบาศก์แห่งนี้
“ยัยนั่นไปแอบกินเหล้าที่ไหนมาวะ?” พอเห็นครองขวัญเดินเซๆ หายเข้าไปในฝูงชน ฉันก็หันไปถามโมรีทันที จำได้ว่าฉันสั่งม็อกเทลให้ยัยแม่ชีดื่ม เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายคออ่อนแค่ไหน แถมตอนเมานะ... น่ากลัวอีกต่างหาก จากแม่ชีแปลงร่างเป็นแม่เสือสาวพร้อมมีเรื่องกับทุกคน แล้วก็พร้อมจะฉุดผู้ชายไปปล้ำอีกด้วย ฉันรู้เพราะฉันเคยลองให้ครองขวัญดื่มครั้งหนึ่ง แล้วฉันกับยัยโมรีก็ต้องปวดหัวกับการหยุดไม่ให้ยัยแม่ชีไปไล่กอดชาวบ้านเขาน่ะสิ!
“เห็นว่าหยิบแก้วผิดก็เลยซดเหล้าเข้าไปเต็มๆ น่ะสิ” โมรีตอบคำถามก่อนหันมามองฉันด้วยสายตาคาดโทษ “ก็เพราะแกแหละ มัวแต่ไปเต๊าะหนุ่มไม่ดูแลเพื่อน”
“พี่ต้องกลับก่อนนะครับ พอดีแม่พี่โทรให้กลับบ้านด่วน” ยังไม่ทันจะคุยอะไรกันต่อ ‘พี่เดย์’ กิ๊กรายใหม่ของฉันที่เพิ่งกลับมาจากคุยโทรศัพท์ก็เดินเข้ามาเอ่ยขอตัว
“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันบอกแล้วระบายยิ้ม อยากให้กลับจะแย่อยู่แล้ว จะได้สืบข้อมูลของอีตาผมยาวจากยัยโมรีโดยไม่มีสายตาขวางๆ นั่นจับจ้อง ก็ไม่รู้จะแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอะไรนักหนา เพิ่งเดตกันแค่สองครั้งแท้ๆ!
“ครับ งั้นพี่กลับก่อนนะ” พี่เดย์เอ่ยลา แต่ถ้าบอกลาเฉยๆ ฉันก็คงไม่โกรธหรอก นี่เล่นโฉบใบหน้าลงมาจะจูบฉันนี่สิ! เสียใจย่ะ! แม่สอนว่าห้ามจูบกับใครถ้ายังเดตกันไม่ครบสามครั้ง
“อ๊ะๆ!” ฉันทำสุ้มเสียงเหมือนให้เขาหยุด พลางยกมือขึ้นดันริมฝีปากนั้นเอาไว้ ก่อนบอกด้วยดวงตาฉ่ำหวาน ยังไงฉันก็ไม่ยอมเสียผู้ชายในสต็อกไปหรอก แม้จะไม่ได้รักได้ชอบก็ตาม ใครใช้ให้พี่เดย์เป็นคนที่ยัยฝันร้ายปลื้มล่ะ งานนี้ขอคั่วเล่นสักสองสามเดือนเยาะเย้ยยัยนั่นให้หายเจ็บใจก่อนดีกว่า “บอกแล้วไงคะว่ายังไม่ถึงเวลา”
“โธ่... จิลครับ” พี่เดย์โอดครวญ สีหน้าแววตานี่เสียดายสุดๆ ไปเลย ฉันทำเพียงแต่ยิ้มหวานแล้วยื่นหน้าไปกระซิบคนที่นั่งอยู่ข้างกายอย่างต้องการให้ความหวัง
“รับรองว่าถึงเวลาเมื่อไหร่ จิลให้พี่ยิ่งกว่าจูบอีกค่ะ” แล้วฉันก็เห็นสีหน้าของพี่เดย์ร่ำๆ เหมือนจะขาดใจตายเสียให้ได้ แต่ก็เห็นประกายตาตั้งความหวัง ซึ่งฉันอยากจะบอกเหลือเกินว่าคงเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ เท่านั้นแหละ “ไปได้แล้วค่ะ เดี๋ยวคุณแม่รอนานนะ”
“ครับ” พี่เดย์คอตกก่อนเดินจากไป ฉันนี่ถึงกับถอนหายใจพรืดอย่างโล่งอกเลยที่พี่เขายอมกลับซะที
“หึๆ” เสียงหัวเราะที่ไม่ได้บ่งบอกว่าเจ้าของเสียงหัวเราะขบขันแต่อย่างใดดังขึ้น ทำให้ฉันหันกลับไปมองหน้าโมรีที่นั่งอยู่ข้างๆ “แกนี่มันขี้อ่อยจริงๆ เลย มารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนเชียว”
“ช่วยไม่ได้ ผู้หญิงเราถ้าไม่มีมารยาก็ถูกผู้ชายสนตะพายเล่นน่ะสิ” ฉันยักไหล่ขณะยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นจิบ เพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่ฉันเชิญมางานต่างก็ดื่มกินและพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ขณะที่ฉันสนทนากับเพื่อนรัก
“ฉันถามจริงๆ แกได้กับพี่เขายัง?” ยัยนี่นอกจากจะห่าม โหด แล้วยังพูดตรงเกินไปอีกด้วย แต่ฉันไม่ได้โกรธนะ ชินแล้วล่ะกับการถูกมองว่าเป็นผู้หญิงเนื้อหอมแล้วฟรีเซ็กส์น่ะ
“แกก็รู้ว่าฉันจะไม่ยอมตกเป็นของคนที่ฉันไม่ได้รักง่ายๆ หรอก” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันไม่ได้มองว่าการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงานเป็นเรื่องผิด เพราะฉันเองก็เป็นคนหัวสมัยใหม่ เพียงแต่ฉันแค่รู้สึกว่ายังไม่ต้องการใคร ไม่รู้สึกว่าจะมีผู้ชายคนไหนมีค่าพอที่ฉันจะมอบกายให้ เพราะทุกคนที่เข้ามาก็แค่เพราะเห็นฉันสวย รวย นามสกุลดังก็แค่นั้น ดูก็รู้ไม่มีใครรักฉันจริงสักคนหรอก เอาไว้... ฉันหาคนที่จะรักฉันที่ฉันเป็นตัวฉัน และฉันก็รักเขาได้เมื่อไหร่ ฉันก็คงไม่รีรอเลยที่จะมอบให้เขาทั้งกายและใจ
“แกนี่ก็แปลก เป็นสาวปาร์ตี้ที่ถือพรหมจรรย์ซะงั้น” โมรีบ่นเหมือนไม่ค่อยอยากจะเชื่อหูเท่าไหร่นักกับคติในการดำเนินชีวิตของฉัน
เห็นฉันดูเป็นผู้หญิงลั้ลลาอย่างนี้ก็ไม่ใช่เป็นผู้หญิงง่ายๆ นะยะ!
“เออ... แก! ถามอะไรหน่อยสิ”
