เกมพิชิตใจ นายน้ำแข็ง

95.0K · จบแล้ว
อัณณ์/กวีมนตรา
57
บท
14.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

“ดื้อ!” เวหาพูดเสียงฉุน“เออ!” แล้วฉันก็ยอมรับมันอย่างไม่คิดปฏิเสธด้วย!“ถ้ายังดื้ออย่างนี้อยู่อีก เดี๋ยวจะจับไปนอนปรับทัศนคติบนเตียง!”*****************************เมื่อคนสวยเพียบพร้อมอย่างฉัน... จิลลา ภควัติ ถูกผู้ชายผมยาวมาดเซอร์ปฏิเสธทั้งๆ ที่อุตส่าห์ทอดสะพานให้ข้าม มันก็เหมือนถูกลากไปตบกลางสี่แยกไฟแดงท่ามกลางสายตาของสาธารณชน ดังนั้นฉันจึงไม่รีรอเลยที่จะประกาศกร้าวว่าฉันจะเอาชนะใจผู้ชายที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งขั้วโลกอย่างหมอนั่นให้ได้! ฉันจะใช้กลเสน่ห์ที่มีหลอกล่อให้นายน้ำแข็งติดบ่วงเล่ห์สวาทของฉันจนโงหัวไม่ขึ้น และจะทำให้เขากลืนน้ำลายตัวเองด้วยการ ‘คุกเข่าบอกรักฉัน’ ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม! แต่ที่ฉันไม่ทันระวังเลยคือหัวใจของฉันเองที่ร่ำๆ จะหลงรักเหยื่อเข้าจริงๆ ชีวิตที่แสนสงบสุขของผม... เวหา วัฒนะโภคา มีอันต้องพังทลายลงเพราะผู้หญิงกร้านโลกคนนั้นที่พยายามยัดเยียดเข้ามามีตัวตนในชีวิตของผม แถมยังประกาศเดิมพันว่าจะทำให้ผมคุกเข่าบอกรักเธอให้ได้ ทั้งๆ ที่ผมอุตส่าห์ใช้ไม้เด็ดคือ ‘ความเย็นชา’ ขับไล่ไสส่งเธอออกไปจากชีวิต แต่ยัยนั่นก็ยังเกาะติดผมเหมือนกับปลิงไม่มีผิด ผมเลยใช้ไม้ตายด้วยการลากเธอขึ้นไปลงทัณฑ์บนเตียง โทษฐานที่ทำให้ชีวิตของผมวุ่นวาย แต่ใครจะไปคิดว่าผู้หญิงที่ดูร้อนแรงอย่างนั้นจะยังถือครอง ‘พรหมจรรย์’ เอาไว้ได้ ผมเลยยิ่งรู้สึกผิดที่ช่วงชิงมันมาจนปล่อยให้เธอเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตผมได้ตามใจชอบ พอรู้ตัวอีกทีผมหลง ‘กลเสน่ห์’ ที่เธอร่ายใส่ และติดใจ ‘เล่ห์สวาท’ ที่ได้ตักตวงจากเธอจนโงหัวไม่ขึ้นเสียแล้ว****************“ชอบอย่างนี้ไหมจิลลา? ชอบท่านี้ไหม?” ผมกระซิบถามขณะที่บดเบียดริมฝีปากไปตามลำคอระหงของเธอ หน้าผากของผมดันให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผมได้และเล็มเนื้อนุ่มหวานตรงลำคอของเธอสมใจอยาก“อือ...” เธอครางเสียงผะแผ่วฟังดูน่ารังแกเหลือเกิน ขณะที่พยักหน้าน้อยๆ เพื่อเป็นการตอบคำถามผม ยิ่งรู้ว่าเธอชอบในสิ่งที่ผมทำ มันก็ยิ่งทำให้ร่างกายของผมปั่นป่วนด้วยความกระสัน

นิยายรักโรแมนติกนิยายปัจจุบันประธานดาวมหาลัยรักแรกพบเศรษฐีโรงแรม/มหาลัยโรแมนติกรักหวานๆ

Prologue

“อุ๊ย!!” เสียงอุทานดังขึ้นก่อนที่ร่างบางจะถลาไปข้างหน้าปะทะเข้ากับร่างสูงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำชายอย่างจังราวกับเสแสร้ง คู่กรณีจึงต้องรับร่างระหงในชุดเดรสสีดำยาวแค่คืบเอาไว้อย่างสุดวิสัย

“เป็นอะไรไหม?” เจ้าของริมฝีปากสีระเรื่อจนยากจะเชื่อว่าเป็นริมฝีปากของผู้ชายเอ่ยถามอย่างตกใจ ทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ ก่อนที่มือใหญ่จะจับไหล่บางของคนที่ก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแกล้งชนเขาหรือว่าบังเอิญชนจริงๆ ให้ยืนอย่างมั่นคง เพราะรู้สึกเธอจะตั้งใจทิ้งตัวใส่เขาเหลือเกิน

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณมากนะคะ” แม้ว่าเขาจะปล่อยมือออกจากไหล่ของเธอแล้ว แต่หญิงสาวก็ยังยึดท่อนแขนของเขาเอาไว้แน่น ก่อนที่จะหว่านเสน่ห์ใส่หนุ่มผมยาวที่รวบผมสีดำเป็นลอนยุ่งๆ ของตัวเองเอาไว้ผ่านดวงตาสวยหยาดเยิ้ม ที่ชายหนุ่มหลายๆ คนต่างก็บอกว่าดวงตาของเธอเซ็กซี่บาดใจชายยิ่งนัก แค่เพียงปรายตามองก็ทำให้หนุ่มๆ ใจละลายได้แล้ว

“เอ่อ... คุณ...” สาวสวยเจ้าของทรงผมสั้นระต้นคอที่ดัดปลายผมไว้เป็นลอนใหญ่ๆ ทันสมัยเอ่ยเว้นวรรคเพื่อให้เขาได้แนะนำตัวเอง

“ดีแล้ว” หากทว่าหนุ่มหล่อมาดเซอร์คนนั้นกลับเอ่ยสั้นๆ ก่อนเดินเบี่ยงออกไปอีกทาง ตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปในตัวตึกที่เป็นผับ

“เดี๋ยวสิคะ!” เห็นดังนั้นเธอก็ไม่รอช้า ยื่นมือเล็กๆ ออกไปคว้าข้อมือของเขาเอาไว้ ออกแรงรั้งเล็กน้อยเพื่อเป็นสัญญาณให้เขาหันกลับมา และเป็นดังใจคิด ทว่าเขากลับหันมามองเธอด้วยดวงตาแสนจะเย็นชาราวกับจะสาปให้เธอเป็นน้ำแข็ง

ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมองเธอด้วยสายตาชนิดนี้มาก่อน น่าสนใจดีจริงๆ หญิงสาวกระหยิ่มยิ้มในใจ

“ฉันชื่อจิลลานะคะ” เมื่อเขาไม่ยอมแนะนำตัวก่อน หญิงสาวเลยเอ่ยปากบอกชื่อตัวเอง เพราะตามมารยาทแล้วเขาจะต้องแนะนำตัวกลับ

“แล้วไง? ฉันถามเหรอ?” ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมากลับเป็นคำถามที่เหมือนเอาไม้หน้าสามมาตีแสกหน้าเธอ หญิงสาวหุบยิ้มเย้ายวนนั้นทันที ใบหน้าสวยบูดบึ้งเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้แสนเย้ายวนได้เหมือนเดิม

“แหม... ก็ฉันอยากรู้จักคุณนี่คะ” เมื่อใช้แผนแกล้งทอดสะพานให้อีกฝ่ายเดินข้ามมาไม่ได้ผลเหมือนครั้งก่อนๆ สาวเนื้อหอมก็เปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็นรุกมันตรงๆ เลยนี่แหละ

“แล้วฉันบอกเหรอว่าอยากรู้จักเธอ?” ผู้ชายคนนี้ใช้ความสามารถพิเศษที่มีในตัว คือการทำตัวเย็นชาเป็นผู้ชายน้ำแข็งเพื่อไล่สาวๆ ที่เขามาจีบออกไปได้อย่างไม่ยากเย็น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มใต้คิ้วดกดำปรายมามองหญิงสาวที่แต่งเนื้อแต่งตัวไกลห่างจากคำว่าเป็นกุลสตรีลิบลับด้วยประกายตารำคาญ

“แหม... อยากรู้จักหน่อยไม่ได้เหรอคะ? ฉันแอบมองคุณตั้งแต่คุณเล่นดนตรีบนเวทีแล้วนะ” หญิงสาวยิ้มเยือนเหมือนจะอ่อย จริงๆ ก็อ่อยนั่นแหละ แต่ท่าทางของเขาก็ยังเฉยเมยไม่ได้มีปฏิกิริยากระเหี้ยนกระหือรืออยากทำความรู้จักเธอเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ เลยสักนิด

“เอาเวลาตามตอแยฉันไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์กว่านี้ไป” เขาเอ่ยปากไล่อย่างใจร้าย หากแต่ไม่ได้กระทบกระเทือนความรู้สึกของเธอสักเท่าไหร่เลย ยิ่งยากก็ยิ่งน่าสนใจ!

“หาอะไรทำคนเดียวน่ะมันเหงาจะตาย” หญิงสาวเปรยพร้อมกับก้าวรุกคืบไปประชิดร่างสูงของผู้ชายน้ำแข็ง แม้ว่าเธอจะสวมรองเท้าส้นสูงเกือบแปดนิ้วแต่ศีรษะของเธอก็ยังไม่พ้นอกกว้างเขาดีเลย ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วจากมือทั้งสองข้างเขี่ยไล้ตรงอกกว้างของเขาเล่นอย่างตั้งใจจะยั่ว “คุณพอจะมีเวลาไปทำอะไรสนุกๆ กับฉันหน่อยไหมล่ะคะ?”

“หึ!” เขาทำเสียงเหมือนจะหยันในลำคอ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความดูถูก เขาเกลียดผู้หญิงประเภทนี้ที่สุดในชีวิต มือหนากำข้อมือเล็กออกแรงบีบจนเธอหน้าเหยเกเพราะความเจ็บพลางดึงมือของเธอออกห่างจากตัวเอง ริมฝีปากบิดยิ้มเป็นรอยยิ้มรังเกียจที่ทำให้คนมองหน้าม้าน “รู้อะไรไหม? ผู้หญิงอย่างเธอน่ะ... มันน่ารังเกียจที่สุด”

“พูดให้ดีๆ นะ!” จากหว่านเสน่ห์ตอนนี้หญิงสาวเปลี่ยนใจมาเปิดศึกกับเขาแทนเสียแล้ว เธอพยายามบิดข้อมือจะให้หลุดจากพันธนาการของมือใหญ่ แต่เขากลับบีบแน่นจนเธอรู้สึกเหมือนกระดูกจะหักเสียให้ได้ ดวงตาของเขาวาววับอย่างเกรี้ยวกราด แม้จะอยู่ในที่ที่แสงน้อยแต่เธอก็เห็นมันได้อย่างชัดเจน หญิงสาวทำใจกล้าไม่ยอมเผยความอ่อนแอให้เขาเห็น “ผู้หญิงอย่างฉันมันเป็นยังไง?”

“ก็ทำตัวร่าน! ยั่วผู้ชายไปทั่วโดยไม่สนใจว่าคนคนนั้นจะเป็นพ่อหรือสามีของใครไงล่ะ!” แล้วดวงตาที่เคยเห็นชาของเขาก็ฉายแววโกรธเกรี้ยว หัวใจของเธอสั่นไหวเพราะความกลัว

“โอ๊ย!” โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว มือหนาของข้างหนึ่งของเขาก็ละจากข้อมือบางของเธอ แล้วพุ่งมากำรอบคอเล็กๆ ออกแรงดันให้แผ่นหลังของเธอถอยไปปะทะกับกำแพงเบื้องหลัง เพิ่มน้ำหนักมือที่บีบที่ลำคอของเธอแน่นขึ้นไปอีก ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อเจอท่าทางน่ากลัวนั้น

“อย่าได้เอามือสกปรกของเธอมาแตะต้องฉันอีก ฉันเกลียดผู้หญิงกร้านโลกอย่างเธอยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนซะอีก จำเอาไว้!” ทิ้งท้ายข่มขวัญไว้เพียงเท่านั้น เจ้าของร่างสูงก็หมุนตัวเดินห่างออกไปอย่างไม่แยแสว่าเธอจะโร่ไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายหรือไม่? ผู้หญิงร่านๆ อย่างนั้นไม่มีค่าพอให้เขาใส่ใจ

“แค่กๆ” หญิงสาวยกมือกุมลำคอเอาไว้พร้อมไอค่อกแค่ก รู้สึกช็อกเมื่อพบเจอกับการกระทำหยาบคายนั้น ไม่เคยมีใครกล้าทำอย่างนี้กับเธอมากก่อน เขาทำเหมือนโกรธแค้นเธอมากเป็นร้อยชาติพันชาติ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิดให้เขาลุแก่โทสะได้ถึงขนาดนั้น “อีตานี่มีปมกับผู้หญิงหรือไง? ท่าจะบ้า!”