1
ฉันยังช็อกไม่หายกับการกระทำแสนหยาบคายนั้น ผู้ชายคนนั้นเป็นบ้าอะไรของเขานะ? อยู่ๆ ก็มาบีบคอฉันเฉยเลย และที่ยิ่งแย่ไปกว่านั้นคือ... เขาทำลายความมั่นใจของฉันอย่างไม่มีชิ้นดี! เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าปฏิเสธฉัน ทั้งที่มีผู้ชายอีกครึ่งมหาวิทยาลัยที่อยากสัมผัสฉันแม้แต่เพียงปลายก้อยก็ยังดี นี่ฉันอุตส่าห์อ่อยแล้วนะ... แต่อีตานั่นเมินฉันเฉยเลย!
โอเค... ฉันบ่นอะไรมาซะยืดยาวก็ไม่รู้ จนลืมแนะนำตัวไปแล้วเนี่ย ฉันชื่อจิลลา ภควัติ และฉันเป็นคนสวยและรวยมาก นี่ไม่ได้ยกยอตัวเองหรอกนะ ก็พ่อฉันคือทรงพล ภควัติ เป็นเจ้าของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าอาภรณ์รายใหญ่อันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรื่องเงินทองน่ะ... กินใช้สิบชาติโดยไม่ต้องทำงานทำการก็ไม่หมดหรอก ส่วนเรื่องอำนาจบารมีก็ใช่จะน้อยหน้า ก็ตระกูลแม่ฉันน่ะเป็นไฮโซเก่าแก่เชียวนะ
และด้วยความที่พ่อมีสายเลือดจีนผสมอยู่กึ่งหนึ่ง ส่วนแม่ฉันก็เป็นสาวไทยหน้าตาคมคมคายหาตัวจับยาก จะแปลกอะไรที่ฉันจะเลือกเอาแต่ส่วนดีๆ ของพ่อกับแม่มาเกิด... จริงไหม?
ผิวพรรณของฉันน่ะได้ข้อดีจากทางฝ่ายพ่อมาเต็มๆ เลยล่ะ บวกกับการที่มั่นเอาใจใส่ดูแลรูปลักษณ์ภายนอกอยู่อย่างสม่ำเสมอ เลยทำให้ผิวของฉันสวย ขาวนวล บอบบางราวกับผิวทารกเลยแหละ ส่วนเครื่องหน้าก็ได้ข้อดีฝ่ายแม่มาเต็มที่เช่นเดียวกัน ทำให้ฉันมีดวงตากลมโตสดใสสีดำสนิทที่มีแววหวานเย้ายวนโดยไม่ต้องพยายามทำตาปรือจือปากให้เมื่อยหน้า จมูกหรือก็โด่งเป็นสันพอดิบพอดีรับกับกรอบหน้า แล้วไหนจะปากอวบอิ่มที่เผยอน้อยๆ ตามธรรมชาติโดยไม่ต้องเกร็งปากให้เมื่อยนั่นอีกล่ะ รูปร่างหรือก็อรชรอ้อนแอ้น อกเป็นอก เอวเป็นเอว สะโพกเป็นสะโพก
ดูดีขนาดนี้แล้วอีตานั่นกล้าดียังไงมาเมินฉันเนี่ย?! หงุดหงิดเป็นบ้า!!!!
ตั้งแต่เกิดมาจนยี่สิบสองปีเต็มในคืนนี้ ไม่เคยมีใครกล้าเมินหรือทำหยาบคายใส่ฉันอย่างเขามาก่อน! อีตานั่นคิดว่าตัวเองเป็นใครกันแน่? ก็แค่มือเบสในวงดนตรีเล็กๆ ที่รับงานร้องเพลงกลางคืน
ฉันเจอเขาตอนที่เขาขึ้นเวที เขาเป็นหนุ่มผมยาวท่าทางเซอร์ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นมือเบสวงเดียวกันกับหนึ่งในเพื่อนรักของฉันเล่นอยู่ แล้วฉันก็สะดุดตาเขาทันทีที่เห็นเขาครั้งแรก
รู้อะไรไหม? มันเป็นอะไรที่แปลกมากเลยนะ เพราะว่าปกติฉันไม่ชายตาแลหรอกผู้ชายท่าทางธรรมดาๆ อย่างนั้น ส่วนใหญ่คนที่ฉันคบหาคือพวกผู้ชายป๊อบๆ ที่มีสาวๆ หลายคนหมายปองมากที่สุดในกลุ่ม ก็มันสะใจดีเวลาได้ครอบครองของชิ้นที่ใครๆ ต่างก็อยากได้ และพยายามอย่างมากที่จะให้ได้มันมา แต่ฉันไม่จำเป็นต้องพยายามอะไรเลยก็ได้ครอบครอง แค่รูปร่างหน้าตา ฐานะเงินทอง และชื่อเสียงของตระกูลฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่ก็ทำให้ฉันมีแต่คนอยากจะพุ่งเข้าหาไม่เว้นวัน
ฉันรีบตามเขาไปยังด้านหลังผับ ส่วนที่เป็นโถงทางเดินทอดยาวไปยังห้องน้ำทันทีที่เห็นเขาเดินลงจากเวที แล้วฉันก็ต้องรอเขาอยู่ตั้งหลายนาทีกว่าเขาจะยอมเดินออกมาจากห้องน้ำ ไหนจะต้องใช้แผนทอดสะพานด้วยการแกล้งเดินชนเขาอีก คนอย่างจิลลา ภควัติไม่จำเป็นต้องทอดสะพานให้กับผู้ชายหน้าไหน แค่กระดิกนิ้วเรียกก็ขี้คร้านจะมาตายแทบเท้า
นี่อะไร?! ฉันแทบจะเอาสะพานทั้งโลกมาต่อเรียงกันอยู่แล้วเพื่อเปิดโอกาสให้เขาข้ามมา อีตานั่นกลับเมินเฉย แถมยังทำท่าทีหยาบคายใส่ฉันอีก!!! มันน่า!
“ไงแก? นกล่ะสิ หน้าบูดเป็นตูดลิงเชียว” ทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะที่จองไว้สำหรับปาร์ตี้วันเกิดในคืนนี้ ฉันก็ถูกแซวด้วยคำพูดกวนประสาททันที
“เดี๋ยวเหอะยัยโหด! ปากแกนี่มันน่านัก!” ฉันหันไปทำหน้ายักษ์ใส่ยัยเพื่อนปากเสีย แต่กลับได้รับเสียงหัวเราะร่วนจากคู่กรณีเป็นการตอบแทน นี่คิดจะกลัวฉันบ้างได้ไหม?
‘ยัยโหด’ คนนั้นเป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทฉันเอง เธอมีชื่อว่าโมรี ยัยนี่น่ะมีความสวยซะเปล่า แต่ปากเสียและชอบทำหน้ายักษ์ใส่คนอื่นจนผู้ชายไม่กล้าเข้าใกล้ และเธอรับจ๊อบพิเศษเป็นมือกีต้าร์ประจำวงดนตรีวงเดียวกันกับที่อีตาผมยาวนั่นเล่นเป็นมือเบสอยู่ ปากยัยนี่นะ... เหมือนเลี้ยงหมาเอาไว้เป็นฟาร์มเลยล่ะ แถมมีแต่ตัวดุๆ ทั้งนั้นด้วย
“แล้วสรุปว่านก?” ไม่วายยัยโมรียังคงถามปนเยาะเย้ยต่ออย่างต้องการจะล้อเลียนคนสวยทรงเสน่ห์อย่างฉันที่ตอนนี้พลาดท่าเสียทีจีบหนุ่มไม่ติด!
“เออ!” ฉันกระแทกเสียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนบ่นต่อด้วยหน้าบอกบุญไม่รับ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกเสียหน้าที่สุดในชีวิต “ผู้ชายบ้าอะไรไม่รู้ อ่อยขนาดนี้แล้วยังเฉย สงสัยจะไม่ชอบผู้หญิงว่ะ!”
“สมน้ำหน้า! มั่นหน้านักเป็นไงล่ะ?” ยัยโหดยกขาไขว่ห้างแล้วถามอย่างจี้ใจดำคนที่เพิ่งเสียหน้าไปหมาดๆ
“ช่างเถอะ! ไม่แปลกหรอกที่ฉันจะนก เพราะเขาว่ากันว่า ‘สวยมักนก ตลกมักได้’ I don’t care!” พูดจบฉันก็ยักไหล่เหมือนไม่แคร์อะไรในโลกใบนี้ ชวดจากผู้ชายคนนี้ เดี๋ยวฉันก็หาใหม่อยู่ดี
“เอ่อ... พวกแกนั่งคุยกันไปก่อนนะ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อย” อยู่ๆ ยัยเพื่อนรักอีกคนของฉันนามว่าครองขวัญก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหมือนจะไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่นัก นั่นทำให้ฉันกับยัยโมรีหยุดเล่นสงครามน้ำลายกันไปได้ชั่วขณะ
