บท
ตั้งค่า

Prologue

“อุ๊ย!!” เสียงอุทานดังขึ้นก่อนที่ร่างบางจะถลาไปข้างหน้าปะทะเข้ากับร่างสูงที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำชายอย่างจังราวกับเสแสร้ง คู่กรณีจึงต้องรับร่างระหงในชุดเดรสสีดำยาวแค่คืบเอาไว้อย่างสุดวิสัย

“เป็นอะไรไหม?” เจ้าของริมฝีปากสีระเรื่อจนยากจะเชื่อว่าเป็นริมฝีปากของผู้ชายเอ่ยถามอย่างตกใจ ทุกอย่างเป็นไปโดยอัตโนมัติ ก่อนที่มือใหญ่จะจับไหล่บางของคนที่ก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแกล้งชนเขาหรือว่าบังเอิญชนจริงๆ ให้ยืนอย่างมั่นคง เพราะรู้สึกเธอจะตั้งใจทิ้งตัวใส่เขาเหลือเกิน

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณมากนะคะ” แม้ว่าเขาจะปล่อยมือออกจากไหล่ของเธอแล้ว แต่หญิงสาวก็ยังยึดท่อนแขนของเขาเอาไว้แน่น ก่อนที่จะหว่านเสน่ห์ใส่หนุ่มผมยาวที่รวบผมสีดำเป็นลอนยุ่งๆ ของตัวเองเอาไว้ผ่านดวงตาสวยหยาดเยิ้ม ที่ชายหนุ่มหลายๆ คนต่างก็บอกว่าดวงตาของเธอเซ็กซี่บาดใจชายยิ่งนัก แค่เพียงปรายตามองก็ทำให้หนุ่มๆ ใจละลายได้แล้ว

“เอ่อ... คุณ...” สาวสวยเจ้าของทรงผมสั้นระต้นคอที่ดัดปลายผมไว้เป็นลอนใหญ่ๆ ทันสมัยเอ่ยเว้นวรรคเพื่อให้เขาได้แนะนำตัวเอง

“ดีแล้ว” หากทว่าหนุ่มหล่อมาดเซอร์คนนั้นกลับเอ่ยสั้นๆ ก่อนเดินเบี่ยงออกไปอีกทาง ตั้งท่าจะเดินกลับเข้าไปในตัวตึกที่เป็นผับ

“เดี๋ยวสิคะ!” เห็นดังนั้นเธอก็ไม่รอช้า ยื่นมือเล็กๆ ออกไปคว้าข้อมือของเขาเอาไว้ ออกแรงรั้งเล็กน้อยเพื่อเป็นสัญญาณให้เขาหันกลับมา และเป็นดังใจคิด ทว่าเขากลับหันมามองเธอด้วยดวงตาแสนจะเย็นชาราวกับจะสาปให้เธอเป็นน้ำแข็ง

ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนมองเธอด้วยสายตาชนิดนี้มาก่อน น่าสนใจดีจริงๆ หญิงสาวกระหยิ่มยิ้มในใจ

“ฉันชื่อจิลลานะคะ” เมื่อเขาไม่ยอมแนะนำตัวก่อน หญิงสาวเลยเอ่ยปากบอกชื่อตัวเอง เพราะตามมารยาทแล้วเขาจะต้องแนะนำตัวกลับ

“แล้วไง? ฉันถามเหรอ?” ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมากลับเป็นคำถามที่เหมือนเอาไม้หน้าสามมาตีแสกหน้าเธอ หญิงสาวหุบยิ้มเย้ายวนนั้นทันที ใบหน้าสวยบูดบึ้งเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้แสนเย้ายวนได้เหมือนเดิม

“แหม... ก็ฉันอยากรู้จักคุณนี่คะ” เมื่อใช้แผนแกล้งทอดสะพานให้อีกฝ่ายเดินข้ามมาไม่ได้ผลเหมือนครั้งก่อนๆ สาวเนื้อหอมก็เปลี่ยนกลยุทธ์มาเป็นรุกมันตรงๆ เลยนี่แหละ

“แล้วฉันบอกเหรอว่าอยากรู้จักเธอ?” ผู้ชายคนนี้ใช้ความสามารถพิเศษที่มีในตัว คือการทำตัวเย็นชาเป็นผู้ชายน้ำแข็งเพื่อไล่สาวๆ ที่เขามาจีบออกไปได้อย่างไม่ยากเย็น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มใต้คิ้วดกดำปรายมามองหญิงสาวที่แต่งเนื้อแต่งตัวไกลห่างจากคำว่าเป็นกุลสตรีลิบลับด้วยประกายตารำคาญ

“แหม... อยากรู้จักหน่อยไม่ได้เหรอคะ? ฉันแอบมองคุณตั้งแต่คุณเล่นดนตรีบนเวทีแล้วนะ” หญิงสาวยิ้มเยือนเหมือนจะอ่อย จริงๆ ก็อ่อยนั่นแหละ แต่ท่าทางของเขาก็ยังเฉยเมยไม่ได้มีปฏิกิริยากระเหี้ยนกระหือรืออยากทำความรู้จักเธอเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ เลยสักนิด

“เอาเวลาตามตอแยฉันไปทำอะไรที่เป็นประโยชน์กว่านี้ไป” เขาเอ่ยปากไล่อย่างใจร้าย หากแต่ไม่ได้กระทบกระเทือนความรู้สึกของเธอสักเท่าไหร่เลย ยิ่งยากก็ยิ่งน่าสนใจ!

“หาอะไรทำคนเดียวน่ะมันเหงาจะตาย” หญิงสาวเปรยพร้อมกับก้าวรุกคืบไปประชิดร่างสูงของผู้ชายน้ำแข็ง แม้ว่าเธอจะสวมรองเท้าส้นสูงเกือบแปดนิ้วแต่ศีรษะของเธอก็ยังไม่พ้นอกกว้างเขาดีเลย ก่อนที่จะใช้ปลายนิ้วจากมือทั้งสองข้างเขี่ยไล้ตรงอกกว้างของเขาเล่นอย่างตั้งใจจะยั่ว “คุณพอจะมีเวลาไปทำอะไรสนุกๆ กับฉันหน่อยไหมล่ะคะ?”

“หึ!” เขาทำเสียงเหมือนจะหยันในลำคอ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความดูถูก เขาเกลียดผู้หญิงประเภทนี้ที่สุดในชีวิต มือหนากำข้อมือเล็กออกแรงบีบจนเธอหน้าเหยเกเพราะความเจ็บพลางดึงมือของเธอออกห่างจากตัวเอง ริมฝีปากบิดยิ้มเป็นรอยยิ้มรังเกียจที่ทำให้คนมองหน้าม้าน “รู้อะไรไหม? ผู้หญิงอย่างเธอน่ะ... มันน่ารังเกียจที่สุด”

“พูดให้ดีๆ นะ!” จากหว่านเสน่ห์ตอนนี้หญิงสาวเปลี่ยนใจมาเปิดศึกกับเขาแทนเสียแล้ว เธอพยายามบิดข้อมือจะให้หลุดจากพันธนาการของมือใหญ่ แต่เขากลับบีบแน่นจนเธอรู้สึกเหมือนกระดูกจะหักเสียให้ได้ ดวงตาของเขาวาววับอย่างเกรี้ยวกราด แม้จะอยู่ในที่ที่แสงน้อยแต่เธอก็เห็นมันได้อย่างชัดเจน หญิงสาวทำใจกล้าไม่ยอมเผยความอ่อนแอให้เขาเห็น “ผู้หญิงอย่างฉันมันเป็นยังไง?”

“ก็ทำตัวร่าน! ยั่วผู้ชายไปทั่วโดยไม่สนใจว่าคนคนนั้นจะเป็นพ่อหรือสามีของใครไงล่ะ!” แล้วดวงตาที่เคยเห็นชาของเขาก็ฉายแววโกรธเกรี้ยว หัวใจของเธอสั่นไหวเพราะความกลัว

“โอ๊ย!” โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว มือหนาของข้างหนึ่งของเขาก็ละจากข้อมือบางของเธอ แล้วพุ่งมากำรอบคอเล็กๆ ออกแรงดันให้แผ่นหลังของเธอถอยไปปะทะกับกำแพงเบื้องหลัง เพิ่มน้ำหนักมือที่บีบที่ลำคอของเธอแน่นขึ้นไปอีก ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อเจอท่าทางน่ากลัวนั้น

“อย่าได้เอามือสกปรกของเธอมาแตะต้องฉันอีก ฉันเกลียดผู้หญิงกร้านโลกอย่างเธอยิ่งกว่ากิ้งกือไส้เดือนซะอีก จำเอาไว้!” ทิ้งท้ายข่มขวัญไว้เพียงเท่านั้น เจ้าของร่างสูงก็หมุนตัวเดินห่างออกไปอย่างไม่แยแสว่าเธอจะโร่ไปแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกายหรือไม่? ผู้หญิงร่านๆ อย่างนั้นไม่มีค่าพอให้เขาใส่ใจ

“แค่กๆ” หญิงสาวยกมือกุมลำคอเอาไว้พร้อมไอค่อกแค่ก รู้สึกช็อกเมื่อพบเจอกับการกระทำหยาบคายนั้น ไม่เคยมีใครกล้าทำอย่างนี้กับเธอมากก่อน เขาทำเหมือนโกรธแค้นเธอมากเป็นร้อยชาติพันชาติ โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าทำอะไรผิดให้เขาลุแก่โทสะได้ถึงขนาดนั้น “อีตานี่มีปมกับผู้หญิงหรือไง? ท่าจะบ้า!”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel