บทที่ 4-1 ตบหน้า
ตำหนักมังกรสวรรค์
เซี่ยเทียนอวี้ปรายตามองสตรีสองนางที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชาอย่างไม่ปิดบัง พวกนางคือสนมที่เสด็จแม่ทรงหามาให้ ไม่รู้เพราะเหตุใดยามที่ได้มองหน้าพวกนางสองคนมันกลับทำให้เขารู้สึกรำคาญหูรำคาญตาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"เวินเมี่ยว มู่ลี่ พวกเจ้าไปที่ตำหนักเย็นด้วยเหตุใด แล้วไปทำร้ายจิ่งรั่วอิงทำไม"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ที่ถูกเอ่ยถามก็หาคำกล่าวมาโต้แย้งไม่ถูก เดิมทีพวกนางคิดจะหาเรื่องจิ่งรั่วอิงเพื่อระบายอามรมณ์ อย่างไรฝ่าบาทก็ไม่สนใจความเป็นความตายของสตรีนางนั้นอยู่แล้ว ต่อให้พวกนางจะกลั้นแกล้งเช่นไรฝ่าบาทย่อมไม่สน แต่ทว่ามันกลับผิดแผน กลายเป็นพวกนางเสียเองที่เป็นฝ่ายตกที่นั่งลำบาก
"เหตุใดจึงไม่ตอบ มีปากแล้วไม่พูดเช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนตบปากพวกเจ้าเสีย"
"ฮือ ฝ่าบาท นางตบตีตนเองเพคะ หม่อมฉันสองคนต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกนางทำร้าย”
"ไหนเล่า ร่องรอยการถูกนางทำร้าย ข้าก็เห็นพวกเจ้าปกติดีมิใช่หรือ"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ถึงกับพูดไม่ออก จะให้นางแก้ผ้าให้ฝ่าบาทดูมันก็ไม่ใช่เรื่อง จึงทำได้เพียงร้องโอดครวญอยู่ในใจ ด้านจิ่งรั่วอิงก็ไม่เอ่ยสิ่งใด เพียงนั่งร้องไห้กระซิกอยู่ไม่ไกล เซี่ยเทียนอวี้สูดลมหายใดเข้าลึกๆ เพื่อระงับโทสะ สตรีน่ารำคาญพวกนี้ทำให้เขาปวดหัวได้ไม่เว้นแต่ละวันจริงๆ
"ก่อเรื่องให้ข้าปวดหัวพวกเจ้าสองคนช่างใจกล้านัก นับแต่นี้ข้าจะลดขั้นพวกเจ้าสองคนเป็นกุ้ยเหริน หากไม่มีคำสั่งจากข้าห้ามเสนอหน้าออกมาจากตำหนักแม้แต่ก้าวเดียว หากกล้าฝ่าฝืนข้าจะไล่พวกเจ้าออกจากวังหลวงไปเสีย ไสหัวไป!"
เวินเมี่ยวและมู่ลี่ร้องได้โฮทำได้เพียงยอมรับคำสั่งและจากไปแต่โดยดี เมื่อสองคนนั้นจากไปแล้ว เซี่ยเทียนอวี้ก็เดินลงมาจากที่นั่ง ก่อนจะตรงเข้ามาหาจิ่งรั่วอิงทันที แล้วจึงกระชากตัวนางให้ลุกขึ้นยืน
"ก่อเรื่องพอหรือยัง ที่เจ้าทำเช่นนี้คงเพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากข้าสินะ ข้าขอบอกเลยว่ามันไม่ได้ผล!"
จิ่งรั่วอิงกลอกตาไปมาคราหนึ่ง เขาใช้นิ้วโป้งเท้าคิดหรือไรกันจึงมองว่านางทำเพื่อให้เขาสนใจ จะหลงตนเองเกินไปแล้ว
"ฝ่าบาท สองคนนั้นมาหาเรื่องหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันไม่ผิดนะเพคะ อีกอย่างหม่อมฉันโดนตบจนหน้าช้ำขนาดนี้ ฝ่าบาทไม่ทรงสงสารบ้างหรือเพคะ"
"เหอะ ให้สงสารเจ้า ข้าสงสารหมาแมวดีกว่า"
ปากแซ่บจริงๆ!
จิ่งรั่วอิงถึงกับลอบด่าทอเขาในใจ เซี่ยเทียนอวี้เหมือนคนอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จนนางคาดเดาความคิดของเขาไม่ออก
“หากไม่มีสิ่งใดแล้ว หม่อมฉันขอตัวลานะเพคะ วันนี้หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาทมากที่ทรงตัดสินโทษอย่างยุติธรรม”
“ใครให้เจ้าไป”
เขาดึงนางเข้าหาตัวอย่างแรงจนกระทั่งนางโผเข้าไปในอ้อมกอดของเขา จนหน้าอกหน้าใจขนาดใหญ่บดเบียดเข้ากับแผงอกของเขาเข้าพอดี เซี่ยเทียนอวี้ชะงักรีบก้มลงไปมองก่อนจะตกตะลึง
ใหญ่มาก ขาวด้วย!
บัดซบ!อาการป่วยของเขากำเริบแน่ๆ เสียงปีศาจหื่นกามมันมาอีกแล้ว
ชายหนุ่มพยายามดึงสติตนเองกลับมา เขาไม่มองหน้าอกของนางอีก แต่กลับจ้องหน้านางเขม็ง
"พูดมา เจ้าต้องการอะไรกันแน่ จึงเรียกร้องความสนใจไม่หยุดเช่นนี้"
จิ่งรั่วอิงพยายามเบี่ยงหน้าหนีเพราะไม่อยากสัมผัสกับลมหายใจมังกรอีก แต่ทว่าวันนี้ลมหายใจของเขากลับหอมสดชื่นยิ่งนัก
"ตอบ!"
“โอย รำคาญแล้วนะ ฮ่องเต้บัดซบนี่ ข้าจะเรียกร้องความสนใจจากท่านไปทำไมกัน มีสิ่งใดน่าทำกัน หน้าตาท่านก็งั้นๆ หล่อก็หล่อไม่สุด เหมือนกบที่กำลังอ้าปากรองับเหยื่อ แต่กลับหลงตนเองอยู่ได้ หัดชะโงกหน้าดูเงาตนเองหน่อยเถอะ คิดว่าดีมากนักหรือไงกัน ข้าทนท่านมามากแล้วนะ หากไม่ชอบหน้ากันก็ไล่ข้าออกจากวังหลวงไปเลยสิ จะเก็บข้าไว้ทำไม ประสาท!”
เซี่ยเทียนอวี้ที่ถูกด่าอย่างไม่เหลือชิ้นดีก็ชะงักไปทันที ที่มันเกิดอะไรขึ้น ที่เขาจำได้นางไม่เคยด่าเขาแรงๆ เลยสักหน ซ้ำยังยั่วเขาไม่หยุด แต่วันนี้นางกลับมีท่าทีรำคาญเขาอย่างชัดเจน
หรือนี่จะเป็นแผนการใหม่ ต้องใช่แน่ๆ
“เหอะ เจ้าคิดจะด่าข้าเพื่อให้ข้าสนใจเจ้าสินะ ด่าได้แค่นี้หรือ ด่าให้แรงกว่านี้สิ ด่ามา!”
ด่าข้าเลยสิ ด่าข้าว่าไอ้โง่ ฮ่องเต้โง่เหมือนหมู ด่ามาเลย!
จิ่งรั่วอิงจ้องเซี่ยเทียนอวี้พลางเอ่ยตอบอย่างเบื่อหน่าย
“สนใจบ้านท่านสิ ข้ารำคาญ อ่านปากข้านะ รำคาญ! ท่านสะกดเป็นหรือไม่”
“เจ้ากล้ารำคาญข้า คิดว่าข้าไม่กล้าลงโทษเจ้าหรือ!”
“เช่นนั้นก็ลงโทษไปเลยสิ ไล่ข้าออกจากวังหลวงไปเลย มาเลย เขียนราชโองการมาเลย!”
เซี่ยเทียนอวี้ถูกยั่วโมโหจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด สตรีบ้านี่ นางด่าจนเขาหาช่องไฟด่าแทรกไม่ทันเลย!
"ฝ่าบาท ซื่อจื่อเซี่ยซู่อัน ขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"
ในขณะที่เขาและนางกำลังพ่นไฟใส่กันอยู่นั้น ไป๋กงกงกงก็เข้ามารายงานว่าเซี่ยซู่อันมาขอเข้าพบ จิ่งรั่วอิงย่นหว่างคิ้วคราหนึ่ง เซี่ยเทียนอวี้เมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ลอบสังเกตท่าทีของจิ่งรั่วอิงแต่กลับไม่พบความผิดปกติใด
เก็บสีหน้าได้ดีนักนะ!
"ให้เขาเข้ามา"
เซีี่ยเทียนอวี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ ก่อนจะดึงจิ่งรั่วอิงเข้ามากอดเอาไว้ เมื่อเซีี่ยซู่อันเข้ามาถึงและเห็นภาพตรงหน้าเข้าพอดี เขาก็ลอบยิ้มอย่างพึงพอใจ
สุดท้ายแล้ว ฝ่าบาทก็พ่ายแพ้ให้กับสาวงามจนได้สินะ
"ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรพระสนมจิ่งผิน"
"ท่านพี่ไม่ต้องมากพิธี เชิญนั่งได้ตามสบาย ท่านมาหาข้าวันนี้มีเรื่องอะไรหรือ ข้ากำลังเล่นสนุกอยู่กับรั่วรั่วพอดีเลย"
รั่วรั่ว?
จิ่งรั่วอิงรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที บุรุษตรงหน้าของนางอารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้อย่างน่าแปลกประหลาด เมื่อครู่ยังเถียงนางคอเป็นเอ็น แต่ยามนี้กลับมาเอ่ยเรียกนางอย่างหวานซึ้ง เขาเป็นคนประเภทใดกัน
