ตอนที่ 4 พลิกซากหาความตาย
ภายหลังจากสงครามประสาทที่ตำหนักโบตั๋นทอง ข่าวเรื่องความใจกล้าบ้าบิ่นของ "พระสนมหลิว" แพร่กระจายไปทั่ววังหลังราวกับไฟลามทุ่ง ทว่า หลิวลี่จวิน หาได้ใส่ใจกับคำนินทาเหล่านั้นไม่ นางกลับมายังตำหนักเหมยฮวาและเริ่มวางแผนขั้นต่อไปทันที นางรู้ดีว่าการข่มขู่หลินกุ้ยเฟยเป็นเพียงการตีงูให้หลังหัก หากจะจับฆาตกรตัวจริง ต้องเริ่มจาก "หลักฐาน" ที่พวกมันทิ้งไว้
"ชิงชิง เจ้าบอกว่าทหารที่ไปรับข้า พบศพมือสังหารในที่เกิดเหตุใช่หรือไม่?" ลี่จวินถามขณะกำลังปลดชุดชั้นนอกที่แสนอึดอัดออก
"ใช่เพคะพระสนม แต่ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้กรมอาญาเคลื่อนย้ายศพไปตรวจสอบที่ลานประหารนรกทางทิศเหนือแล้วเพคะ" ชิงชิงตอบพลางทำสีหน้าหวาดๆ "ที่นั่นมีแต่กลิ่นคาวเลือดและคนตาย พระสนมอย่าไปที่นั่นเลยนะเพคะ"
ลี่จวินขยับยิ้มเย็น "ที่ที่อันตรายที่สุด คือที่ที่ความจริงซ่อนอยู่ได้นานที่สุด"
ในคืนนั้น ลี่จวินอาศัยทักษะการพรางตัวที่ฝึกฝนมาจากการล่าสัตว์ในป่าชายแดน นางสวมชุดสีดำรัดกุมลอบออกจากตำหนักมุ่งหน้าสู่ลานประหารนรกทางทิศเหนือของวังหลวง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นสาบสางของซากศพโชยมาปะทะจมูก แต่นางเอกสาวกลับไม่แม้แต่จะขยับหัวคิ้ว
นางลอบเข้าไปในห้องเก็บศพที่มืดสลัว แสงเทียนเพียงเล่มเดียวส่องให้เห็นร่างของมือสังหารห้าหกคนที่นอนเรียงรายอยู่ ลี่จวินเริ่มสำรวจศพเหล่านั้นอย่างละเอียด นางไม่ได้มองหาเพียงบาดแผล แต่ดูไปถึงลักษณะมือ เท้า และช่องปาก
"กินยาพิษฆ่าตัวตายงั้นหรือ..." นางพึมพำพลางงัดปากศพดู คราบสีดำที่ติดอยู่บนโคนลิ้นดูผิดปกติ "นี่ไม่ใช่ยาพิษที่หาซื้อได้ทั่วไปในตลาดมืด แต่มันคือ 'หญ้ากลืนวิญญาณ' ที่ขึ้นเฉพาะในสวนพฤกษาของวังหลวงเท่านั้น"
ความจริงข้อนี้ทำให้หัวใจของนางเต้นรัว ผู้บงการไม่ได้มีเพียงอำนาจสั่งคนภายนอก แต่ต้องมีอิทธิพลลึกถึงภายในวังที่สามารถเข้าถึงสมุนไพรต้องห้ามได้
"ใครน่ะ!" เสียงตะโกนเข้มดังขึ้นจากทางประตู
ลี่จวินสะดุ้งสุดตัว นางรีบดับเทียนแล้วหลบวูบเข้าใต้แท่นวางศพ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด แสงจากโคมไฟกระดาษสาดส่องผ่านใต้แท่นศพที่นางซ่อนอยู่
"ข้ารู้นะว่ามีคนอยู่ในนี้..." เสียงนั้นคุ้นหูเหลือเกิน มันคือเสียงของ ฮ่องเต้จ้าวจื่อเหว่ย!
ลี่จวินกลั้นหายใจ มือกระชับมีดสั้นไว้แน่น หากพระองค์พบตัวนางในสภาพนี้ นางอาจถูกตั้งข้อหาเป็นกบฏได้ทันที ทว่าในจังหวะที่ฮ่องเต้กำลังจะเดินมาที่แท่นซ่อนตัว เสียงแมวร้องเหมียวๆ ก็ดังขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับเงาดำที่กระโดดผ่านหน้าต่างไป
"แค่แมวรึ..." เสียงฮ่องเต้พึมพำ ก่อนที่ฝีเท้าจะถอยห่างออกไป
ลี่จวินรอจนเงียบสนิทจึงค่อยๆ คลานออกมา นางปาดเหงื่อที่หน้าผาก แต่ก่อนจะหนีออกไป นางเหลือบไปเห็นชิ้นผ้าสีครามที่ติดอยู่ในซอกเล็บของศพหัวหน้ามือสังหาร นางรีบดึงออกมามันคือผ้าไหมคุณภาพเลิศที่มีลายทอซ่อนอยู่ในเนื้อผ้าเป็นรูป "นกกระเรียนคู่"
รุ่งเช้า ลี่จวินแสร้งทำเป็นเดินชมอุทยานหลวงเพื่อมองหาเบาะแสของผ้าไหมผืนนั้น ทันใดนั้น นางก็ได้เห็นขบวนเสด็จที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าของฮ่องเต้ หญิงอาวุโสในชุดสีทองผ่องอำไพนั่งอยู่บนเกี้ยวสูงส่ง แววตาคมดุแต่แฝงความอ่อนโยนจอมปลอมจ้องมองมาที่นาง
"นั่นคือพระสนมหลิวที่เพิ่งรอดตายมาใช่หรือไม่?" เสียงที่ทรงอำนาจดังขึ้น
ลี่จวินรีบคุกเข่าลงตามสัญชาตญาณ "หม่อมฉันหลิวลี่เซียน ถวายพระพร ไทเฮา เพคะ"
ไทเฮามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะแย้มพระสรวลเบาๆ "เจ้าดูแข็งแรงดีกว่าที่ข้าคิดนะ ลี่เซียน... น่าเสียดายที่ลูกในท้องของเจ้าวาสนาน้อยนัก แต่อย่าได้โศกเศร้าไปเลย วังหลวงแห่งนี้มีทั้งคนเกิดและคนตายเป็นเรื่องปกติ เจ้าควรจะรักษาตัวให้ดี อย่าเที่ยวเดินเพ่นพ่านจนเกิด 'อุบัติเหตุ' ซ้ำสอง"
คำเตือนที่แฝงคำขู่ทำให้ลี่จวินเย็นสันหลังวาบ และในวินาทีที่เกี้ยวของไทเฮาเคลื่อนผ่านไป ลี่จวินสังเกตเห็นชายแขนเสื้อของนางกำนัลคนสนิทที่เดินข้างเกี้ยว...
มันคือผ้าไหมสีครามลาย "นกกระเรียนคู่" ชิ้นเดียวกับที่นางพบในเล็บศพมือสังหาร!
ความจริงเริ่มปรากฏชัดเจน มือที่มองไม่เห็นซึ่งคอยบงการฆ่าพี่สาวของนาง ไม่ใช่เพียงสนมในวังหลังที่ขี้อิจฉา แต่มันอาจเป็น "มารดาแห่งแผ่นดิน" ผู้ที่กุมชะตาของทุกคนเอาไว้ในมือ ลี่จวินกำหมัดแน่นในแขนเสื้อ ความโกรธแค้นประทุขึ้นในใจจนแทบกระอัก
...ท่านแม่เฒ่าในวังหน้าเนื้อใจเสือ ท่านทำร้ายพี่สาวข้า พรากชีวิตหลานข้า ข้าจะกระชากหน้ากากทองคำของท่านออกมาให้โลกได้เห็นเอง!
