ตอนที่ 3 กับดักในตำหนักเย็น
แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องลงมายังตำหนักเหมยฮวาดูช่างขัดกับบรรยากาศอันหนาวเหน็บภายในห้อง บรรยากาศระหว่าง หลิวลี่จวิน และ ฮ่องเต้จ้าวจื่อเหว่ย ยังคงตึงเครียด แรงบีบที่คางของนางเริ่มคลายลง แต่สายตาคมกริบของบุรุษเหนือบัลลังก์ยังคงจับจ้องราวกับจะมองให้ทะลุถึงวิญญาณ
"คำพูดของเจ้าช่างกล้าหาญนัก ลี่เซียน" ฮ่องเต้เอ่ยกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลัง "หากเป็นเมื่อก่อน เจ้าคงมัวแต่ร้องไห้คร่ำครวญจนสลบไสลไปแล้ว"
ลี่จวินปัดหัตถ์ของฮ่องเต้ออกอย่างสุภาพแต่หนักแน่น นางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่หน้าต่าง พยายามสงบใจที่เต้นรัว "ความเศร้าโศกใช้ไปนานเข้าก็เหือดแห้งไปเองเพคะ เหลือเพียงความจริงที่ว่า... หากข้าไม่ลุกขึ้นสู้ ข้าคงต้องตายไปพร้อมกับลูกในท้องจริงๆ"
ฮ่องเต้มองแผ่นหลังบางที่ดูเหยียดตรงอย่างไม่คุ้นตา เขาไม่ได้กริ้วที่นางเสียมารยาท กลับกัน ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในใจ "ดี... ในเมื่อเจ้าอยากสู้ ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าได้แสดงความสามารถ แต่จำไว้ว่าในวังแห่งนี้ ความจริงมักถูกซ่อนอยู่ใต้กลีบบุปผาที่สวยงามเสมอ"
หลังจากฮ่องเต้เสด็จกลับ ลี่จวินก็ถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหิน นางหันไปหา ชิงชิง ที่แอบยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง
"ชิงชิง... เจ้าบอกข้ามาให้หมด ในวังนี้มีใครบ้างที่เกลียดชังพี่... หมายถึง เกลียดชังข้าจนถึงขั้นอยากให้ตาย"
ชิงชิงมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวงก่อนจะกระซิบตอบ "พระสนมเพคะ จริงๆ แล้วในวังหลังไม่มีใครเป็นมิตรแท้หรอกเพคะ แต่ที่เปิดเผยที่สุดเห็นจะเป็น หลินกุ้ยเฟย นางถือดีว่าบิดาเป็นแม่ทัพใหญ่ และเป็นลูกรักของไทเฮา จึงมักจะหาเรื่องกลั่นแกล้งพระองค์เสมอ... และยังมีสนมยศรองอีกหลายคนที่คอยรับใช้นางเพคะ"
ลี่จวินพยักหน้าพลางปลดปิ่นโบตั๋นที่แอบเก็บไว้ขึ้นมาดู "หลินกุ้ยเฟยงั้นหรือ... พรุ่งนี้ข้าจะไปพบนาง"
เช้าวันรุ่งขึ้น ลี่จวินในชุดสีเรียบเนียนตามแบบฉบับผู้ไว้อาลัยให้บุตร เดินมุ่งหน้าไปยัง ตำหนักโบตั๋นทอง ของหลินกุ้ยเฟย ระหว่างทางเหล่านางกำนัลและขันทีต่างพากันซุบซิบ เมื่อเห็นพระสนมหลิวที่ใครๆ ก็คิดว่าคงจะตรอมใจตายไปแล้ว กลับเดินเหินอย่างสง่างามและมีราศีจับยิ่งกว่าเดิม
เมื่อไปถึงหน้าตำหนัก ลี่จวินถูกนางกำนัลหน้าห้องขัดขวาง "พระสนมหลิวโปรดรอสักครู่ พระสนมกุ้ยเฟยกำลังทรงพักผ่อน ไม่ประสงค์ให้ใครรบกวน"
ลี่จวินไม่แม้แต่จะหยุดฝีเท้า นางปรายตามองนางกำนัลผู้นั้นด้วยแววตาเย็นยะเยือก "เจ้าบอกว่านางพักผ่อน? แต่ข้าได้กลิ่นกำยาน 'ชิงเสวี่ย' ที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกฟุ้งออกมาขนาดนี้ หรือว่ากุ้ยเฟยกำลังแอบพบใครที่ไม่อยากให้ข้ารู้เห็นกันแน่?"
"เอ่อ... คือ..." นางกำนัลอึกอัก
"หลีกไป! ข้ามาเพื่อขอบคุณที่นาง 'ส่งคน' ไปรับข้าถึงกลางป่า หากเจ้ายังขวาง ข้าจะถือว่าเจ้าจงใจขัดขวางการสืบสวนตามพระราชโองการของฮ่องเต้!"
ลี่จวินผลักประตูเข้าไปทันที ภาพที่เห็นคือ หลินกุ้ยเฟย ที่กำลังนั่งจิบชาอย่างสำราญใจ โดยมีสนมชั้นผู้น้อยอีกสองคนคอยประจบเอาใจ เมื่อเห็นลี่จวินก้าวเข้ามา กุ้ยเฟยก็ทำถ้วยชาหลุดมือจนน้ำร้อนกระเด็น
"หลิวลี่เซียน! เจ้า... เจ้ายังมีหน้าโผล่มาที่นี่อีกหรือ!" กุ้ยเฟยอุทาน ใบหน้าที่ตกแต่งมาอย่างงดงามซีดลงเล็กน้อย
ลี่จวินขยับยิ้มบางๆ แต่น่าขนลุก "ทำไมหรือเพคะ? หรือพระสนมกุ้ยเฟยเห็นข้าแล้วนึกถึง 'ผี' ที่ควรจะตายนอนเฝ้าก้นเหวไปแล้ว?"
"สามหาว! เจ้าพูดจาเลอะเทอะอะไร!" กุ้ยเฟยรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ "ข้าเพียงแต่ตกใจที่เห็นเจ้าหายดีเร็วเพียงนี้ ทั้งที่เพิ่งเสีย... ลูก... ไป"
คำว่า 'เสียลูก' ถูกเน้นเสียงอย่างจงใจเพื่อกรีดแทงใจคนฟัง ทว่าลี่จวินกลับเดินเข้าไปใกล้กุ้ยเฟยทีละก้าว จนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ นางก้มลงกระซิบที่ข้างหูของศัตรู
"ลูกของข้าตายไปแล้วก็จริง... แต่เขาทิ้ง 'ของขวัญ' ชิ้นเล็กๆ ไว้ให้ข้าดูต่างหน้าด้วยนะเพคะ" ลี่จวินแบมือออกเผยให้เห็นปิ่นปักผมลายโบตั๋นที่หักครึ่ง "ปิ่นเล่มนี้ตกอยู่ในมือนักฆ่าคนหนึ่งที่ถูกข้าปาดคอเองกับมือ... กุ้ยเฟยพอจะคุ้นตาบ้างไหมเพคะ?"
หลินกุ้ยเฟยตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธและหวาดกลัว นางพยายามจะตบหน้าลี่จวิน แต่ลี่จวินคว้าข้อมือนางไว้ได้ทัน แรงบีบจากมือนางเอกที่เคยทำงานหนักในชนบททำให้กุ้ยเฟยร้องลั่น
"จำไว้นะเพคะ... หลิวลี่เซียนคนเดิมตายไปในหุบเขานั่นแล้ว ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าพระนางคือคนที่จะลากคอทุกคนที่เกี่ยวข้องลงขุมนรกไปพร้อมกัน!"
ลี่จวินสะบัดมือกุ้ยเฟยทิ้งและเดินออกจากตำหนักไปอย่างผู้ชนะ ทิ้งให้กุ้ยเฟยนั่งตัวสั่นด้วยความแค้น "อีสารเลว! มันรอดมาได้ยังไง... ส่งคนไปรายงาน 'นายหญิง' เดี๋ยวนี้ บอกว่านังลี่เซียนมันเปลี่ยนไปเป็นคนละคน!"
ในเงามืดหลังม่านไทเฮา... ใครบางคนกำลังขยับหมากตัวต่อไป โดยไม่รู้เลยว่า หมากที่คิดว่าควบคุมได้ง่ายที่สุดอย่างตระกูลหลิว บัดนี้ได้กลายเป็นหมากตัวตายตัวแทนที่จะมาพลิกกระดานวังหลวงให้พินาศสิ้น!
