บทที่ 2.5
“ท่านน้าจิวขึ้นไปบนเขาเห็นคนกลุ่มหนึ่งคิดว่าเป็นทหารของชนเผ่าโยวโจว พวกเขาจะต้องมาที่นี่แน่ๆ ท่านลุงชุยกำลังรวบรวมคน พวกเราต้องไปหลบในถ้ำบนเขาอีกฟากก่อน เอาไปเท่าที่เอาไปได้ชีวิตสำคัญกว่า”
นางวิ่งกลับเข้าไปในบ้านคว้าถุงเงิน จากนั้นวิ่งกลับมา อาซานคว้าข้อมือของนางกุมแน่น เขาหยุดเพื่อคว้าเสื้อคลุมจากนั้นคลุมบนตัวหญิงสาว ทั้งสองวิ่งออกไปรวมตัวกับคนในหมู่บ้าน จากนั้นท่านลุงชุยก็เดินนำทุกคนขึ้นเขาอีกฟากไปหลบภัยในถ้ำ
อาซานมองกลับไปด้านหลัง ซูเหยียนเล่อเองก็เช่นกัน “ร่องรอยมีมากเกินไป” เขากระซิบบอกนาง
“แต่ท่านเองก็ไม่เคยไปถ้ำที่ว่า”
“ท่านลุงชุยบอกว่าจากตรงนี้ไปไม่ไกล ทางขึ้นเขาจะเต็มไปด้วยต้นผิงกั่ว ข้าหาเจอแน่นอน”
“ไปเถิด” นางคว้าถุงผ้านวมมาจากเขา “ระวังตัวด้วยแล้วรีบกลับมา”
เขามองนางจากนั้นพยักหน้าบีบข้อมือนางครั้งหนึ่งเบาๆ “มองท่านลุงชุยเอาไว้ตลอด อย่าคลาดสายตา อย่าเดินหลงกับคนอื่น” เขากำชับนางจึงพยักหน้า
พายุหิมะดูเหมือนจะตกหนักเรื่อยๆ ทางหนึ่งก็เป็นเรื่องดีเพราะจะช่วยกลบร่องรอยการอพยพของชาวบ้านมายังถ้ำ แต่ก็สร้างความยากลำบากให้คนแก่ที่เดินแทบไม่ไหว กว่าจะมาถึงถ้ำท่านยายสวีถึงกับเป็นลม
ถ้ำแห่งนี้ไม่ได้กว้างมาก แต่ก็พอเพียงที่คนกว่าห้าสิบชีวิตจะนั่งหลบภัยเงียบๆ ชาวบ้านนั่งลงและเริ่มแกะถุงนำผ้าห่มออกมา ที่นี่ก่อไฟไม่ได้ ควันไฟจะเผยที่ซ่อนตัวให้ผู้มาพบเห็น ทุกคนดูเหมือนไม่ได้แตกตื่นตกใจ ราวกับว่าเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยพานพบ
“เล่อเล่อข้าจะออกไปดูว่าอาซานมาหรือยัง เจ้าอยู่ที่นี่ดูแลท่านป้าชุยของเจ้าด้วย”
“ได้เจ้าค่ะ” นางขยับไปนั่งกับชุยฮูหยิน จากนั้นนึกขึ้นได้ว่ามีหมั่นโถวมาด้วย “มีใครยังไม่ได้กินมื้อเช้าหรือไม่เจ้าคะ ข้ามีหมั่นโถว”
“ข้าเองก็มี”
“ข้ามีผิงกั่ว”
“ข้ามี...ไก่ย่าง เพิ่งสุกเลยกะจะกินให้อร่อย นึกไม่ถึงจะเกิดเรื่อง”
มีเสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆ จากนั้นทุกคนก็ยิ้มให้กัน นำของกินมารวมกัน “ไม่รู้ว่าต้องซ่อนตัวนานแค่ไหน พวกเราหิวมากๆ ค่อยกินก็แล้วกัน”
“หมั่นโถวนี่กินได้เจ้าค่ะ ยังร้อน กินรองท้องสักหน่อย” แล้วหญิงสาวก็แจกหมั่นโถวจนเหลือสองลูก นางเก็บเอาไว้เผื่อว่าอาซานกลับมาจะหิว
เด็กสองคนบ่นว่าปวดท้อง มารดาของพวกเขากระซิบถามกันไปมา “เช่นนั้นข้าจะพาเขาออกไปหน้าถ้ำ ปลดทุกข์แล้วจะรีบกลบมา”
“เจ้าระวังด้วยอย่าส่งเสียง”
“เจ้าค่ะ”
ด้านนอกมีเสียงลมพัดหวีดหวิว พายุหิมะไม่มีท่าทางจะสงบลง ท่านลุงชุยที่ออกไปตามอาซานเองก็ยังไม่กลับ ซูเหยียนเล่อเริ่มรู้สึกร้อนใจ นางลุกขึ้นเดินออกไปหน้าถ้ำ มองเห็นสองแม่ลูกกำลังวิ่งกลับเข้ามา “วกมันมาแล้ว!!!”
เพิ่งพูดจบเงาร่างสูงใหญ่ที่สวมชุดขนสัตว์ก็โผล่เข้ามา รอยยิ้มน่ากลัวกับเสียงพูดในภาษาที่ไม่คุ้นเคย สายตาที่จ้องมองตรงมายังซูเหยียนเล่อ มือที่กำลังยื่นออกมาหานาง
“เล่อเล่อ!!”
ด้านหลังเสียงท่านป้าชุยกรีดร้อง ชาวบ้านส่งเสียงด้วยความหวาดกลัว เด็กๆ เองก็ร้องไห้จ้า
ตอนที่หญิงสาวขยับถอยบางอย่างขุ่นข้นก็กระเด็นออกมาโดนหน้า กลิ่นคาวคละคลุ้ง เสียงร้องจากลำคอที่มีเลือดหลั่งริน
ร่างสูงของคนผู้นั้นล้มฟุบลงทันที เบื้องหลังมีใบหน้าโล่งอกของอาซานเข้ามาแทนที่ เขากระชากดาบในมือออกจากร่างของชายชนเผ่าโยวโจว ทั้งเนื้อตัวมีเลือดเปรอะเปื้อน ท่านลุงชุยกุมต้นแขนเดินเข้ามาช้าๆ ตบไหล่ของอาซาน
ท่านป้าชุยลุกพรวดขยับเข้าไปหาสามี เขากอดนางปลอบโยน “ถ้าไม่ได้อาซานช่วยข้าคงตายไปแล้ว”
หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่ม เขาเดินหน้าเข้ามาหา ยกมือขึ้นคล้ายอยากช่วยนางเช็ดคราบเลือด เพียงแต่...มือของเขาเองก็แดงฉาน อาซานชักมือกลับทันที