บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.6

“ข้าไม่เป็นไร” นางกระซิบบอกเขา ตอนนั้นเองที่เพิ่งสังเกตเห็นว่าชาวบ้านมองชายหนุ่มด้วยสายตาหวาดกลัว

“ต้องทำอย่างไรกับศพนี้” ชายหนุ่มพยายามไม่มองชาวบ้าน

ท่านลุงชุยรีบชี้มือ “มาช่วยเขาแบกศพออกไปทิ้งเร็ว ข้างๆ มีช่องเขาโยนลงไปก็ใช้ได้แล้ว หาไม่พวกมันแห่กันมาอีกคงยุ่ง พายุสงบเราต้องรีบไปแจ้งข่าวในเมือง บอกท่านเจ้าเมืองว่ามีทหารชนเผ่าโยวโจวพยายามข้ามเขามา พวกมันจะต้องหาลู่ทางอ้อมป้อมทางเหนือมาเพื่อหาทางจู่โจมแคว้นเยวี่ยแน่ๆ ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว”

หลายคนเริ่มส่งเสียงร้องไห้ บางคนห่วงทรัพย์สินที่ไม่ทันได้เก็บ ห่วงข้าวของที่ทิ้งเอาไว้

ซูเหยียนเล่อถอนหายใจ ...นางเองก็ฝังเงินส่วนใหญ่เอาไว้ใต้พื้นบ้าน แต่ก็ดีเพราะคงไม่มีใครหาพบ

ตอนอาซานกลับเข้ามาในถ้ำ เขาไม่กล้าเข้ามาด้านในเพราะไม่ว่าเขาเดินผ่านใคร คนผู้นั้นก็มีท่าทีหวาดกลัวเขา แน่ละ...เห็นเขาสังหารคนกับตา เป็นใครเล่าจะไม่รู้สึกหวาดกลัว

ซูเหยียนเล่อคว้าห่อผ้าลุกขึ้นเดินไปหาเขา ชายหนุ่มนั่งอยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำเงียบๆ นางพบว่านอกจากบนเสื้อผ้าของเขาบางจุด เลือดบนตัวเขาได้ถูกทำความสะอาดบ้างแล้ว

หิมะด้านนอกยังใช้แทนน้ำได้ เขาน่าจะใช้หิมะเช็ดตามแขนและมือ... “หนาวหรือไม่” นางส่งผ้าห่มคลุมให้เขา นั่งลงจากนั้นคลุมผ้าห่มของตัวเอง

ลมพายุพัดพาสายลมหนาวเข้ามาในถ้ำ เสียงพูดคุยแผ่วเบาดังกระซิบ ซูเหยียนเล่อปรือตาเพราะความง่วงงุน คนข้างๆ ขยับตัวนางจึงสะดุ้ง

อาซานขยับเข้ามาใกล้ ตบไหล่ตัวเองเบาๆ นางมองเขาจากนั้นขยับเข้าไปหา เอนตัวลงแล้วซบศีรษะลงบนไหล่เขา นางง่วงมากจริงๆ เดินมาไกลขนาดนี้ทั้งยังต้องมานั่งนานๆ หลายคนหลับไปแล้ว นางเองก็อยากนอนสักงีบ

หญิงสาวพิงไหล่ของเขา... จริงอยู่บนตัวเขาของยังมีกลิ่นคล้ายเลือด แต่จะให้นางรังเกียจเขานางทำไม่ได้ หากไม่ได้เขานางก็คงไม่รอดชีวิต หากเขาไม่สังหาร เช่นนั้นชาวบ้านในถ้ำเล่าจะเป็นอย่างไร

ตอนลืมตาตื่นขึ้นมาท่านอาหลางซูเพิ่งกลับเข้ามาในถ้ำ เขานั่งลงข้างๆ ท่านลุงชุย อาซานเองก็ร่วมฟังกับทั้งสองคน “ข้าแอบไปที่หมู่บ้านมา พวกมันปักหลักอยู่ที่นั่นไม่ยอมไปไหนเลย อาจเพราะพายุ หรืออาจเพราะมั่นใจว่าพวกเราไม่ได้ไปไหนไกลจึงอยู่รอ ข้าว่าพวกมันไม่น่าจะจากไปง่ายดายนัก”

“เราจะทำอย่างไรกันดี อยู่ที่นี่ตลอดไม่ได้นะ”

“ต้องไปแจ้งทางการ”

“ใช่ๆ ต้องเข้าเมืองไปพาทหารมา ที่นี่บ้านของเราจะให้พวกมันมายึดไปง่ายๆ หรือ”

“พูดน่ะง่าย เรามีกันกี่คนแถมยังมีแต่คนแก่ เด็กๆ สตรี ที่มีกันอยู่พอจะจับอาวุธมีไม่กี่คน”

ซูเหยียนเล่อไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอบีบต้นแขนของอาซาน เขาตบหลังมือนางเบาๆ “ไม่ต้องกลัว” เขากระซิบ “มีข้าอยู่”

เช้าตรู่หลังพายุสงบทุกคนกำลังหลับใหลเพราะอากาศที่หนาวเหน็บ ตอนที่ซูเหยียนเล่อลืมตาตื่นขึ้น นางมองไม่เห็นคนที่สมควรอยู่ข้างตัว ตอนกำลังกวาดสายตามองหากลับได้ยินเสียงดาบที่ถูกโยนลงบนพื้นหลายเล่ม

ทุกคนสะดุ้งตื่น อาซานหอบหายใจด้วยความเหนื่อย “รีบไป พวกมันกำลังขึ้นเขามา ใช้เส้นทางอ้อมไปยังช่องเขา อาจลงเขาและเข้าเมืองได้ ข้า...” เขาหอบหายใจ “ข้าจะสกัดพวกมันเอาไว้ พวกท่านรีบลงเขา”

ท่านลุงชุยก้มลงหยิบดาบขึ้นมาเล่มหนึ่ง “ข้าช่วยเจ้าเอง พวกเจ้าพาเด็กๆ กับคนแก่เดินลงเขา”

“ข้าช่วยอีกแรง”

“ข้าด้วย”

“ข้าด้วย”

“ข้าก็จะช่วย หาไม่ลูกเมียข้าก็คงหนีไม่รอด”

“ข้าด้วย”

หลายๆ คนเริ่มมองอาซานด้วยความมุ่งมั่น ชายหนุ่มมองมายังซูเหยียนเล่อ นางเดินเข้าไปหาเขาส่งกระบอกน้ำให้เขาดื่ม “ข้าจะไปรอท่านในเมือง”

เขารับน้ำไปดื่ม “เดินเลาะช่องเขาไป เส้นทางนั้นปลอดภัยเมื่อคืนข้าลองไปสำรวจดูแล้ว พาทุกคนเดินเท้า...คนมากคงใช้ราวๆ ครึ่งวันก็จะเห็นถนนใหญ่ มุ่งทางใต้ก็จะเห็นประตูเมือง”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel