บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.3

อาการของอาซานดีขึ้นเร็วมาก หรือบางทีหญิงสาวก็สงสัยว่าเขายังไม่ดีขึ้น แต่เพราะเขาเป็นบุรุษดังนั้นจึงฝืนได้เก่งมาก เขาสามารถลุกขึ้นเดินได้ปกติในวันที่สี่ แม้ยังไม่คล่องแคล่วแต่ก็พอฝืนๆ ออกมาทักทายชาวบ้านที่แวะมาเยี่ยมเยียนได้

เสียงท่องตัวอักษรดังขึ้น ตัวอักษรที่เขียนหมึกบนเศษผ้าที่ไม่ใช้แล้วนำมาเย็บให้เหมือนปฏิทินแบบฉีก อ่านจบก็พลิกผ้าไปด้านหลัง ใช้ซ้ำๆ สะดวกและประหยัด ในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้กระดาษนับว่าเป็นของหายาก ดังนั้นหญิงสาวจึงพยายามหาทางดัดแปลงใช้ประโยชน์สิ่งอื่น

ตอนอ่านไปได้ไม่ถึงหกอักษร เด็กๆ กลับหันไปสนใจชายหนุ่มในชุดสีเทาหม่น อาซานเดินไปนั่งลงด้านหลังสุด เด็กๆ ถามเขา “ท่านจะมาเรียนกับพวกเราหรือขอรับ”

เขาพยักหน้า “ใช่แล้ว”

“ท่านเองก็อ่านหนังสือไม่ได้เหมือนกันหรือ”

เขาตอบด้วยความอดทน “ใช่แล้ว”

“แต่ท่านเป็นสามีของอาจารย์นี่นา ทำไมจึงโง่กว่าอาจารย์เล่า”

“...” เขาถึงกับพูดไม่ออก

หญิงสาวเคาะโต๊ะเบาๆ “เสี่ยวอิน การที่คนเรายังอ่านไม่ได้ เขียนไม่ได้ นั่นไม่ได้หมายความว่าโง่หรือฉลาดกว่า เพียงแต่คนเรานั้นโอกาสมีไม่เท่ากัน คนที่ยังไม่เคยเรียนเขียนอ่านเพราะเขาอาจยังไม่ได้มีโอกาส หากเขามีโอกาสได้เรียนอย่างจริงจัง บางทีเขาอาจจะฉลาดมากๆ หรืออาจจะโง่มากๆ ก็ได้ ดังนั้นอย่าตัดสินผู้ใดว่าโง่หรือฉลาด เพียงเพราะเจ้ายังไม่ได้รู้จักตัวตนของเขาดี”

“ขอรับอาจารย์”

“พวกเราจำเอาไว้แล้วขอรับ/เจ้าค่ะ”

ทุกครั้งที่นางสอนเด็กๆ มักตอบรับด้วยประโยคนี้ อาซานมองเด็กๆ ที่ว่าง่าย มองอาจารย์ที่ใจเย็นและใจดี เขายิ้มออกมาที่มุมปาก ดวงตาที่เคยหวาดระแวงไม่เชื่อใจใคร ทั้งสับสน สงสัย งุนงง ตอนนี้ดูอ่อนโยนลงหลายส่วน เขา...นั่งลงและเริ่มท่องหนังสือตามเด็กๆ กระทั่งเขาพบว่าตัวเองอ่านออกและน่าจะเขียนได้!!!

ซูเหยียนเล่อถอนหายใจมองชายหนุ่มที่เอาแต่เดินตามต้อยๆ วันนี้อาการของเขาแทบจะเรียกได้ว่าเป็นปกติ คนอื่นเห็นย่อมไม่รู้ว่าเขาบาดเจ็บ แต่นางรู้ดีว่าแผลที่หลังของเขายังไม่สมานตัวดี เพราะเช่นนี้นางจึงไม่ได้ไหว้วานให้เขาช่วยงาน ยิ่งเป็นเรื่องในครัวเขาก็ยิ่งเงอะงะอย่างชัดเจน

“ข้าจะต้มน้ำ วันนี้ต้องตัดไหมที่ใช้เย็บแผลออก หาไม่หากแผลสมานตัวดีก็จะเกิดการอักเสบ ตัดแล้วต้องดึงออก ใช้น้ำร้อนเช็ดแล้วก็ดูว่าต้องพันแผลตามเดิมหรือไม่”

“ข้า...ช่วยยกน้ำ”

“ข้าทำเองได้ท่านไปรอข้างนอกเถิด” เขาขยับไปยืนเก้ๆ กังๆ ที่ประตูครัว แต่เมื่อเห็นนางหยิบจับอะไรก็เข้ามาช่วยอยู่ดี เขาเป็นคนพูดน้อยนานๆ ครั้งจึงส่งเสียง แรกๆ หญิงสาวคิดว่าเขาคงกลัวนางรำคาญ แต่ไม่เลยเขาน่าจะเป็นคนไม่ช่างพูดมากกว่า

“เช่นนั้นท่านไปตากผ้า ชุดของท่านข้าซักแล้ว เพียงยกมาตากที่ราวตรงนั้น ตากด้านนอกไม่ได้หิมะตกจะไม่แห้ง”

“ได้” เขาดูเหมือนดีใจมากที่มีอะไรให้ทำ หลังจากเสร็จก็รีบกลับมา

หญิงสาวมองเขา “เช่นนั้นถอดเสื้อ”

เขาสะดุ้งกะพริบตามองนาง ซูเหยียนเล่อลอบกลั้นยิ้ม หากเป็นยุคที่นางจากมาบอกให้ผู้ชายถอดเสื้อแน่นอนคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร...หรือเปล่า แต่ที่นี่สตรีบอกบุรุษถอดเสื้อย่อมเป็นเรื่องที่ไม่สมควร

“น้ำร้อนได้แล้วท่านเช็ดตัวก็แล้วกัน ข้าจะนำน้ำไปบางส่วนไว้เช็ดแผล จะเข้าไปเตรียมผ้าพันแผล ห้ามอาบน้ำเช็ดตัวก็พอ เสร็จแล้วรีบตามเข้าไป อ้อ อย่าเพิ่งสวมเสื้อเล่าอย่างไรก็ต้องถอดอยู่ดี”

เห็นเขาหน้าแดงเล็กน้อยนางกัดปากกลั้นยิ้มแล้วหมุนตัวเดินกลับไปที่ห้อง ครู่หนึ่งเขาจึงเดินตามเข้าไป ไม่สวมเสื้อ ไม่สบตาหญิงสาว อีกทั้งยังเห็นชัดว่าเขามีท่าทีขัดเขินไม่สมเป็นบุรุษ
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel