บท
ตั้งค่า

บทที่ 2.1

ช่วงสายของวันต่อมาหญิงสาวออกมาดูเล้าไก่ โรงเก็บผักดอง อาหารแห้ง จากนั้นก็เข้าครัวไปก่อไฟต้มโจ๊ก สมุนไพรบางส่วนที่เก็บมาได้ใช้เคี่ยวออกมาได้ถ้วยหนึ่ง ตอนเดินกลับเข้าไปในห้องก็พบว่าชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งเองแล้ว เขาหน้าซีดขาว ริมฝีปากแห้งผาก

“รู้สึกตัวแล้ว?” นางถือถาดที่มียาและโจ๊กเปล่าไปวาง “กินโจ๊กก่อน”

เขาคว้าผ้านวมเอาไว้ยกขึ้นปิดจนถึงคอ หญิงสาวทำเสียงในลำคออย่างไม่สบอารมณ์ รู้สึกเรื่องราวกลับตาลปัตรเล็กน้อย ท่าทีแบบนี้มันต้องเป็นสาวน้อยถูกลอกคราบ ชายหนุ่มเป็นคนช่วยชีวิต

ทว่านางกลับเป็นฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองล่วงเกินสาวน้อยบริสุทธิ์เสียเอง ไม่ยุติธรรมเลย!!!

“ข้าไม่มีเสื้อผ้าของบุรุษ ไว้สายๆ จะไปขอหัวหน้าหมู่บ้านมาให้ เจ้านอนบนเตียงนิ่งๆ ไปก่อน ยังไงก็ยังลงจากเตียงไม่ไหวอยู่แล้ว”

ตอนยื่นมือออกไปหมายแตะหน้าผากเขาวัดไข้ ชายหนุ่มสะดุ้งขยับออก เขา...มองนางสายตาหวาดระแวง มือที่สั่นเล็กน้อยออกมารับชามโจ๊ก เขาดื่มเร็วมากเหมือนไม่กลัวร้อน ดูแล้วคงหิวไม่น้อย

ซูเหยียนเล่อดึงมือกลับ “ยังมี...เอาอีกมั้ย” นางถาม เขา...พยักหน้า

โจ๊กที่นางต้มเอาไว้เหลือพอแค่สี่ชาม และเป็นเขาที่กินจนหมด หญิงสาวส่งถ้วยยาให้เขา เขาดื่มอย่างว่าง่ายจากนั้นส่งถ้วยคืนให้ “ขอบคุณ”

นางพยักหน้า “ชื่ออะไร ...ชื่อแซ่ของเจ้า”

คำถามเดียวแต่ทำให้นางรู้สึกหนักอึ้ง

เขา...ไร้ซึ่งความทรงจำ ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน ชื่ออะไรก็ยังจำไม่ได้

...เล่อเล่อแกเก็บตัวอะไรกลับมาเนี่ย!!!

กว่าจะสบถประโยคนั้นออกมาก็สายไปแล้ว เพราะหญิงสาวไม่ใจแข็งพอที่จะไล่เขาออกไป ดังนั้นจึงเรียกชายหนุ่มที่นางเก็บกลับมาว่า ‘อาซาน ’

ตอนท่านลุงชุยหัวหน้าหมู่บ้านรู้เรื่อง เขารีบมาที่กระท่อมไม้ไผ่ของหญิงสาว ปรึกษากันวาจะเอาอย่างไรต่อ อันที่จริงเขาเข้าใจที่หญิงสาวช่วยชีวิตชายหนุ่มเอาไว้ ทั้งยังปลอบนางว่าเป็นเขาก็คงจะทำแบบเดียวกันนี้

...เห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ช่วย นั่นต่างหากจึงจะเรียกว่าไร้คุณธรรม

“ที่นี่แม้จะไม่ใกล้ชายแดนก็จริง แต่หากเดินเท้าข้ามเขาก็ไม่นับว่าไกล ชายแดนเหนือมีศึกสงครามติดพันมานาน ข้าศึกเองก็เป็นชนเผ่าโยวโจวที่พื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี เจ้าบอกชุดที่เขาสวมตัดเย็บมาจากหนังสัตว์ คล้ายกับเสื้อผ้าของชนเผ่าโยวโจว เพียงแต่เขาพูดและเข้าใจภาษาของแคว้นเยวี่ย แม้จดจำตัวเองไม่ได้แต่ก็คงเป็นคนของแคว้นเยวี่ย”

นางเองก็คิดเช่นเดียวกับท่านลุงชุย

เขาครุ่นคิด “เผาเสื้อผ้าและข้าวของของเขาเสีย เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจตามมา เอาเป็นว่าเขาเป็น...สามีของเจ้าที่อยากมาพาเจ้ากลับเมืองหลวง ทว่าระหว่างทางเกิดเรื่องทำให้เขาเป็นเช่นนี้”

หญิงสาวเลิกคิ้วอ้าปากค้าง “ตะ...แต่ว่าท่านลุง เขา...ข้า...”

“หาไม่จะบอกชาวบ้านคนอื่นๆ อย่างไร หากรู้ว่าพวกเราลังเลเรื่องเขาอาจไม่ใช่คนแคว้นเยวี่ย ต้องมีคนอยากส่งเขาออกไปแน่ๆ สถานการณ์ด้านนอกเป็นอย่างไรเรายังไม่รู้แน่ชัด เขาบาดเจ็บสาหัสออกไปตอนนี้ไม่ตายเพราะแผลก็ตายเพราะความหนาว ตอนนี้จะออกจากเข้าหมู่บ้านก็ต้องรออย่างต่ำสามเดือน รอหิมะละลายจึงจะมีชีวิตรอด ไว้ตอนนั้นข้าแอบออกไปสืบค่อยแอบส่งตัวเขาออกไปก็ยังไม่สาย”

“แต่...สามีของข้าเนี่ยนะเจ้าคะ”

“คนที่นี่ล้วนรู้จักกันดีทั้งสิ้น มีเพียงเจ้าที่มาใหม่ อีกอย่างเจ้าก็เป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้แล้ว เจ้าเหมาะสมที่สุด ที่สำคัญหากเกิดเรื่องเจ้าอยู่กระท่อมเพียงลำพังย่อมไม่ปลอดภัย ให้เขาอยู่ตอบแทนเจ้าที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ปกป้องเจ้าเผื่อเกิดเรื่องไม่คาดฝันเข้า แถมยังช่วยทำงานหนักๆ แทนเจ้าได้ด้วย”

นางถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก นี่มัน...หาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองชัดๆ!!!
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel