บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

เสียงซ่อมแซมบนหลังคาดังประสานเสียงตะโกน อีกด้านหนึ่งในครัวเสียงฮูหยินของบ้านแต่ละหลังกำลังสนทนากัน คนหนึ่งสอนซูเหยียนเล่อก่อไฟ คนหนึ่งอธิบายเรื่องหุงหาอาหาร อีกคนสอนนางเรื่องการทำความสะอาด บางคนสอนนางเรื่องการซักผ้า ที่เหลือช่วยนางทำกับข้าวหุงหาอาหารไว้เลี้ยงคนที่มาช่วยซ่อมบ้าน

เพราะรู้ว่าหญิงสาวเป็นสตรีที่เติบโตมาในห้องหอ ไม่เคยลำบาก ไม่เคยต้องทำอะไรด้วยตัวเอง ดังนั้นย่อมไม่มีใครสงสัยว่านางคือซูเหยียนเล่อตัวจริงหรือไม่...

เพื่อความปลอดภัยหญิงสาวฝังกล่องไม้ที่นางใช้เก็บเงินเอาไว้อย่างดี นำออกมาเฉพาะเครื่องประดับ คนในหมู่บ้านรู้อยู่แล้วว่าสาวใช้ของหญิงสาวขโมยข้าวของของนางไป หญิงสาวในตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่ามีของมีค่าอยู่เท่าไหร่ แต่เพราะต้องซ่อมบ้านดังนั้นจึงต้องมีเงินจำนวนหนึ่ง

ท่านลุงชุยหัวหน้าหมู่บ้านพาหญิงสาวนั่งรถเทียมม้าเข้าไปในเมือง จำนำเครื่องประดับทั้งหมดได้เงินมาถึงแปดสิบตำลึงเงิน ที่ได้มากหน่อยเป็นกำไลหยกม่วงแดงดังที่นางคาด เงินนั้นเพียงพอทั้งค่าซ่อมบ้านและค่าอาหารกับของใช้จำเป็นหลายๆ อย่าง

มองกำไลหยกงดงามต้องถูกจำนำหญิงสาวรู้สึกเสียดายไม่น้อย แต่ตอนนี้ที่สำคัญคือต้องมีเงิน มีเงินจึงจะสามารถเอาตัวรอดในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย มีชีวิตอยู่ต่อไปในสถานการณ์ที่ยังไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหน และตัวนางนับจากนี้สมควรเดินไปในทิศทางใด

หญิงสาวเสนอให้ชาวบ้านมาช่วยซ่อมแซม แปดสิบตำลึงเงินนั้นก็แบ่งสันปันส่วนออกไป กระจายให้ทุกๆ คนอย่างทั่วถึง ที่ได้มากหน่อยก็คือช่างฝีมือที่ทำงานหลักอย่างปีนหลังคา ตัดไม้ และต่อเติมตัวบ้านให้มั่นคง

เหลือจากค่าอาหาร ค่าข้าวสาร บวกกับของใช้จำเป็น ซูเหยียนเล่อยังมีเงินเหลืออีกกว่ายี่สิบตำลึงเงินโดยที่นางยังไม่ได้แตะต้องเงินที่มีอยู่ก่อนแล้ว

“ท่านป้าทั้งหลาย คือ...”

“เล่อเล่อมีอะไรก็พูดมาเถิด พวกเราก็นับว่าเป็นคนกันเองแล้ว”

“ข้า...ไม่ได้มองพวกท่านเป็นอื่น ดังนั้นข้าจะพูดตามตรงนะเจ้าคะ ข้า...มีเสื้อผ้าพวกนี้”

แพรพรรณงดงามล้ำค่าพวกนี้ นอกจากไม่เหมาะกับการสวมในหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว ยังให้ความอบอุ่นไม่มากพอ ไม่เหมือนกับชุดที่ตัดเย็บจากผ้าฝ้ายของท่านลุงท่านป้าเหล่านี้ นางจึงอยากขอแลกกับเสื้อผ้าที่พวกเขามี

“ข้าเห็นว่าท่านป้าหูมีบุตรสาว ท่านป้าหลิวก็มีหลานสาวรูปร่างพวกนางไม่ต่างจากข้ามากนัก...”

ชุดที่เหลืออยู่มีมากกว่าหกชุด นางอยากเปลี่ยนเป็นชุดของหญิงสาวชาวบ้านให้ได้มากที่สุด จะเก่าหน่อยก็ไม่เป็นไร

“ข้าเอาชุดนี้ จะไปเอาชุดของหลานสาวข้ามาให้เจ้าสัก...สามชุดเป็นอย่างไร”

“ได้เจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นข้าแลกด้วย เสี่ยวหัวต้องชอบแน่ๆ นางกำลังจะออกเรือน สีนี้ก็แล้วกัน ข้าไปเอาชุดของเสี่ยวหัวมาให้เจ้าสักสามชุด”

“ข้าด้วย”

“ข้าก็เอา”

ดังนั้นเรื่องเสื้อผ้านางก็ไม่ต้องกังวลแล้ว แม้แต่รองเท้าบางคนก็นำมาให้นางด้วย บอกว่าหลานสาวของพวกนางสวมใส่ไม่ได้แล้ว บางคนมีชุดมาให้ชุดเดียวแต่หอบผ้านวมอุ่นๆ มาให้ บางคนก็นำผ้าม่านมาให้เพราะเห็นว่านางยังไม่มีม่านหน้าเตียง บางคนหอบผ้านวมที่ใช้ปูนอนมาให้...

ไม่ถึงสามวันกระท่อมไม้ไผ่ก็ซ่อมแซมเสร็จแล้ว ซูเหยียนเล่อพึงพอใจมาก นาง...ค่อยๆ ปรับตัวช้าๆ ชาวบ้านที่เริ่มเห็นว่าแม้นางถูกทอดทิ้ง ฐานะหรือก็ไม่ใช่สามัญชน ทว่านางกลับไม่ได้มีท่าทีหยิ่งยโส หรือชอบดูถูกผู้ที่ฐานะด้อยกว่า

แม้มาวันแรกนางถูกสาวใช้หักหลัง แต่ก็แค่กรีดร้องอาละวาดแค่วันเดียว วันต่อมากลับมีท่าทีเป็นกันเองยิ่ง ทุกวันนี้ซูเหยียนเล่อจึงสนิทสนมกับท่านป้า ท่านน้า ท่านลุง และท่านอาในหมู่บ้าน

ทุกคนเปลี่ยนจากความสงสาร ความเห็นใจ ค่อยๆ ยอมรับนางช้าๆ กระทั่งในที่สุดนางก็กลมกลืนไปกับชาวบ้านแล้วอย่างแท้จริง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel