บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.2

หากเป็นสมัยปัจจุบันหยกพวกนี้คงมีค่าควรเมือง เนื้อหยกแวววาวส่งประกาย แถมยังเป็นหยกม่วงแดงที่หายากยิ่ง เห็นชัดว่าเป็นของตกทอด

ใต้หมอนมีถุงเงินสามถุง ถุงแรกเป็นเงินตำลึงทองจำนวนเจ็ดก้อน ซึ่งก็คงนับว่าเป็นเงินเจ็ดตำลึงทอง อีกถุงเป็นตำลึงเงินที่แลกเอาไว้แล้วพร้อมใช้งาน มองผ่านๆ ก็น่าจะถึงหนึ่งร้อยตำลึงเงิน ส่วนที่เหลือยังมีเงินเหรียญเป็นพวงมีทั้งหมดสองพวงซึ่งก็คงเป็นเงินอีแปะ อีกถุงเป็นโฉนดและหนังสือหย่าที่พับๆ รวมกันเอาไว้จนยับย่น นอกจากของเหล่านี้ยังมี...ป้ายชื่อ

มันถูกแกะจากไม้พิเศษชนิดหนึ่ง ลักษณะจำเพาะเจาะจงจึงยากจะเลียนแบบ มีแซ่ ชื่อ และมีตราประทับของเมืองฉงหยาง แคว้นเยวี่ย ...นี่คงเป็นเหมือนบัตรประจำตัวของคนสมัยนี้

“จวนแม่ทัพเซี่ย ท่านปราชญ์ซู แคว้นเยวี่ย เงินตำลึงทอง ตำลึงเงิน โฉนด...” หยวนเล่อเล่อยกสองมือขึ้นกุมขมับ “บ้าเอ้ย!!! แล้วฉันหลุดเข้ามาในอันโดรเมด้าไหนกันเนี่ย!!!”

โชคดีที่ตอนตะโกนฟ้าผ่าลงมาเสียงดังลั่น ดังนั้นประโยคนั้นจึงไม่มีใครในหมู่บ้านได้ยิน...

เช้าวันต่อมาชาวบ้านหลายคนออกมาเดินดูสิ่งที่พายุเมื่อคืนทำลายล้างและหลงเหลือเอาไว้ หยวนเล่อเล่อเองก็เช่นกัน นางเดินออกมาดูก็ยิ่งมั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีทางอยู่ในอันโดรเมด้าเดียวกับที่ตนจากมา

ทั้งการแต่งกาย ทั้งการพูดจา ทั้งการเป็นอยู่ นี่ไม่ใช่สิ่งที่โลกซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยสะดวกสมควรมี

เสียงซุบซิบดังขึ้นทันทีที่หญิงสาวก้าวเดินออกมา

“ได้ยินมาว่านางเป็นบุตรสาวของบัณฑิต”

“บัณฑิตหรือ ไม่ไช่ปราชญ์?”

“เหมือนกันนั่นละ ไม่ใช่สามัญชนเหมือนเราๆ”

“บัณฑิตแล้วอย่างไร ปราชญ์แล้วอย่างไร? ได้ยินว่านางถูกขับไล่มาจากเมืองหลวง ตอนนี้แม้แต่สาวใช้ของนางก็ขโมยของแล้วหนีไป เห็นว่าสัญญาขายตัวก็แอบขโมยไปด้วย นางถูกทอดทิ้งแล้ว”

“อืม ข้ายังกลัวว่านางจะฆ่าตัวตาย โชคดีที่นางไม่คิดสั้น”

“แต่...นางแต่งกายราวกับสตรีที่ออกเรือนแล้ว คงไม่ใช่ไม่มีบุตรแล้วถูกสามีหย่า??”

“นั่นสิ ส่วนใหญ่พวกชนชั้นสูงหรือบัณฑิตก็มักให้ความสำคัญกับทายาทไม่ใช่หรือ นางยังสาวแถมงดงามหรือว่าไม่มีบุตร หาไม่จะถูกขับไล่มายังหมู่บ้านแร้นแค้นไกลถึงเพียงนี้?”

“แต่...หลังจากนี้นางจะเป็นยังไง”

“คุณหนูที่เติบโตมาในห้องหอ ไม่เคยแม้แต่จะตกระกำลำบาก น่าสงสาร”

“นางหมดตัวแบบนี้คงไม่ใช่จะมาเบียดเบียนพวกเรานะ”

“คงไม่หรอก อย่างมากก็คงไปรบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้านโน่น”

“ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงนี่ แถมไกลจากตัวเมือง นางจะอยู่ได้หรือ บ้านหลังนั้นแม้ใหญ่โตแต่ก็แทบจะไม่ได้ดูแลซ่อมแซม ไม่มีเงินจะอยู่ได้อย่างไร ซ่อมบ้านหลังนั้นอย่างน้อยๆ ก็คงต้องมีสักสามสิบตำลึงเงิน ค่าจ้างซ่อมบ้านอีกข้าว่าคงต้องมีสัก...ห้าสิบตำลึงเงิน”

ห้าสิบตำลึงเงินก็ซ่อมบ้านได้แล้ว?? หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง นึกถึงถุงเงินที่มีหากจำไม่ผิดเงินโบราณ...หนึ่งตำลึงทองจะเท่ากับสิบตำลึงเงิน

หนึ่งตำลึงเงินจะแลกได้เงินเหรียญหนึ่งพวง

ในหนึ่งพวงเงินจะมีเงินอีแปะซึ่งเป็นเหรียญผสมทองแดงหนึ่งร้อยเหรียญ

“ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ที่ทำได้ก็คือ...อยู่ที่นี่ไปก่อน” นางพึมพำกับตัวเองจากนั้นมองเห็นหัวหน้าหมู่บ้านกับฮูหยินเดินตรงเข้ามา ที่รู้ก็เพราะคนในหมู่บ้านที่ยืนซุบซิบกันพูดเสียงดัง

เอาละ...ได้เวลาเล่นละครฉากใหญ่แล้ว จากนั้นหญิงสาวก็ร่ำไห้ออกมาแล้วเป็นลมล้มพับไป!!!

ชาวบ้านกรูกันเข้ามาช่วยด้วยความตกใจ ความเห็นใจพรั่งพรู ความสงสารเต็มเปี่ยม ตอนนี้ที่ต้องทำก็คือ...ขอความสงสารและความเห็นใจ จากนั้นค่อยทำความคุ้นเคย ผูกมิตร...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel