บท
ตั้งค่า

บทที่ 9 มีเหตุผลก็อธิบายได้ไม่ชัดเจน

แม่นมจ้าวกลับไปอย่างผิดหวังอีกครั้ง

ยี่ชิงปรบมือไปมาด้วยสีหน้าท่าทางที่ผ่อนคลาย และพูดติดตลกกับ จื่อซู ที่อยู่ข้างหลังนางจนเคยชินเป็นนิสัยกับเซียวเถียนที่กำลังทำท่าเหมือนคิดอะไรอยู่ว่า “นี่เรียกว่าชนะข้าศึกโดยมิต้องรบสินะ ไปเถอะ ปิดประตู กลับบ้านไปกินข้าวกัน”

“เจ้าพูดคำพูดไร้สาระมากเกินไปแล้ว” จื่อซูพูด

ยี่ชิง “......นี่เรียกว่าการชุมนุมปราชญ์หรูทำสงครามลิ้น"

“หากพวกเขาเป็นชุมนุมปราชญ์หรู ก็คงสูญเสียเอกราชไปตั้งนานแล้ว”

ในขณะที่เซียวเถียนกำลังจ้องมองแผ่นหลังของผู้หญิงทั้งสองคนที่กำลังเดินไปคุยไป สายตาของเขาสงบนิ่งลง

เขาก้มลงหยิบขวานขึ้นมา และมักจะรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าบนขวานที่ถูกตัวเองถือเอาไว้นานมากเมื่อสักครู่นี้ดูเหมือนว่าจะมีความอบอุ่นและกลิ่นหอมจากยาของยี่ชิงหลงเหลืออยู่ด้วย

หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จแล้ว เซียวเถียนก็ไปล้างจาน เซียวเถียนถูกแบ่งสรรงานให้ไปต้มชา ยี่ชิงปั้นเม็ดยาเม็ดเล็ก ๆ และเปาจึก็ยกแขนของตัวเองขึ้นและฝึกเขียนตัวอักษรตัวใหญ่

แล้วเซียวเถียนก็ยกกาน้ำชาและถ้วยชาเข้ามา ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นน้ำอุ่นหนึ่งถ้วยสำหรับเปาจึ

เขาเดินตามหลังเปาจึในขณะที่กำลังดูเขาเขียนตัวอักษรอยู่

เด็กที่โตแค่นี้ เขียนหนังสือได้ถูกต้องเรียบร้อยเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เลยจริงๆ

สิ่งที่หายากคือบนตัวของเปาจึจะมีความสุขุมรอบคอบประเภทหนึ่งที่เด็ก ๆ ในวัยเดียวกันไม่มี

หลังจากที่เซียวเถียนให้คำชี้แนะเขาไปสองสามประโยคแล้ว ยี่ชิงก็พูดพึมพำขึ้นมาว่า “เจ้าเขียนตัวอักษรได้ดีกว่าเขางั้นหรือ?”

เซียวเถียน “......”

เขาจึงหยิบพู่กันขึ้นมาทันที แล้วถามเปาจึว่า “เจ้าชื่ออะไร?”

“ยี่ตู่ขอรับ” เปาจึพูดขณะที่กำลังชี้ไปยังแบบตัวอักษรที่เขียนด้วยชื่อของตัวเองเอาไว้ด้านข้าง

“ดี”

เซียวเถียนหยิบพู่กันขึ้นมา วาดพู่กันอย่างกระฉับกระเฉงและมีชีวิตชีวา ชั่วพริบตาเดียวเขาก็เขียนตัวอักษรสองคำนี้ออกมาได้แล้ว ลายเส้นของเขาทั้งหนักแน่นและอ่อนช้อย และยังมีพลังอันมหาศาลที่แข็งแกร่งแฝงอยู่ด้วย

“เอาไปให้แม่เจ้าดูซิ”

ยี่ชิง “ข้าอ่านไม่ออกหรอก"

เซียวเถียนแทบจะถูกทำให้อึดอัดจนช้ำในไปแล้ว

มือที่ขาวหมดจดของยี่ชิงกำลังหยิบยาที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างว่องไว โดยที่ปริมาณไม่คลาดเคลื่อนเลยแม้แต่น้อย และไม่นานมันก็กลายเป็นยาเม็ดกลมที่อยู่ในฝ่ามือของนางทีละเม็ดๆ

เซียวเถียนถามว่า “นี่เจ้ากำลังทำยาอะไรอยู่หรือ?”

ยี่ชิงเลิกคิ้วขึ้นและทำสายตายั่วเย้า ทันใดนั้นเซียวเถียนก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมา

เป็นเช่นนั้นจริง ๆ นางพูดว่า “ลิ่วเว่ยตี้หวงวานน่ะ องครักษ์เซียวต้องการสักหน่อยไหมล่ะ? มันบำรุงไตได้ดีเยี่ยมเลยนะ”

ใบหน้าของ เซียวเถียนเปลี่ยนเป็นสีเลือดหมูแล้ว

ผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงคนนี้ เกี้ยวพาราสีคนอื่นอย่างกำเริบเสิบสานเช่นนี้ได้อย่างไร!

แต่ตัวยี่ชิงเองดันยังไม่รู้สึกถึงคนที่อยู่อีกด้านหนึ่ง นางยังคงทำงานต่อไปพร้อมกับพูดว่า “มีคนบอกว่าหาเงินจากผู้หญิงนั้นหาง่าย แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้าหาเงินได้จากผู้ชายได้มากที่สุดนะ”

เซียวเถียนพูดว่า “ประโยคข้างต้นที่เจ้าพูดหมายความว่าอะไรรึ?”

ยี่ชิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงตอบว่า “ลิ่วเว่ยตี้หวงวาน องครักษ์เซียวต้องการสักหน่อยหรือไม่......”

“อีกประโยคหนึ่ง” เซียวเถียนใกล้จะกัดฟันกรามหลังของเขาแตกจนละเอียดแล้ว

“ข้าอ่านหนังสือไม่ออก”

“ถ้าอย่างนั้นก็ตั้งใจเรียนให้มาก พอพูดออกไปจะได้ไม่ต้องถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเอาได้!” เซียวเถียนเอาคืนมาได้หนึ่งเกมในที่สุด “ยี่ตู่ ถ้าเจ้ามีเวลาว่างก็สอนแม่เจ้าสักหน่อยนะ”

เปาจึพูดอย่างช้า ๆ ว่า “ท่านแม่รู้เรื่องการแพทย์ก็พอแล้วล่ะขอรับ”

ยี่ชิงหัวเราะเสียงดังฮ่าฮ่า ลูกชายที่นางเลี้ยงดูให้เติบใหญ่ด้วยความยากลำบากจะต้องเขาลืมไปแล้วสินะว่าอีกสิบปีข้างหน้าแม่ก็ต้องแต่งลูกสะใภ้ ตอนนี้เขาจึงยังคงทุ่มเทใจทั้งหมดให้กับนาง

“องครักษ์เซียวข้าพูดจริง ๆ นะ” นางพูดอย่างเคร่งขรึมจริงจัง “ในกองทัพของพวกเจ้าอ่ะ หน่วยองครักษ์ล้วนเป็นผู้ชายทั้งหมด เจ้าช่วยข้าขายของ เราสองคนได้รับส่วนแบ่งเท่า ๆ กัน คนละครึ่งเป็นอย่างไร? วางใจได้ ยานี้ของข้าเป็นของแท้ราคายุติธรรมอย่างแน่นอน......”

“อย่าแม้แต่จะคิด!” เซียวเถียนสะบัดแขนเสื้อ

“ถ้าไม่ให้ความร่วมมือก็ไม่ต้องเข้มงวดขนาดนี้เลยหรือว่าการซื้อขายไม่มีความชอบธรรมล่ะ!”

จื่อซู เปิดม่านเข้ามา แล้วพูดว่า "เจ้าไปกลั่นแกล้งคนซื่อๆอีกแล้วนะ"

ยี่ชิง หัวเราะดังลั่น แล้วพูดว่า "นี่เจ้าเห็นคนนอกดีกว่าคนกันเองอยู่นะ......ข้ามีเรื่องที่อยากจะพูดเจ้าตอนที่กินข้าว แต่สุดท้ายข้าก็นึกไม่ออก พรุ่งนี้ข้าจะไปซื้อเนื้อหมูกับเนื้อแกะกลับมาหลายสิบจิน และซื้อไก่สดกลับมาอีกสิบกว่าตัว"

จื่อซู ขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถามว่า"ซื้อมาทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้นล่ะ?"

“ทำไส้กรอก เนื้อแดดเดียว เนื้อหมัก ส่วนไก่ก็จะเลี้ยงเอาไว้ พรุ่งนี้ข้าจะหาคนมาสร้างเล้าไก่สักเล้า” ยี่ชิงพูด “ข้ากังวลใจว่าฮ่องเต้จะมีรับสั่งให้ไว้อาลัยให้กับเซียวจิ้งหานทั้งประเทศ ถึงเวลานั้นก็จะไม่อนุญาตให้ฆ่าสัตว์แล้วน่ะสิ”

เซียวเถียน “......ไว้อาลัยทั้งประเทศ เจ้าต้องการจะแอบกินเนื้ออยู่ในบ้านอย่างนั้นหรือ? เจ้าไม่ได้พูดเองหรือว่านั้นคือพ่อของเปาจึ?”

ยี่ชิง มีเหตุผลจนพูดได้เต็มปากเต็มคำออกมาว่า “ในตอนที่ร่างกายของเปาจึกำลังเจริญเติบโต เขาจะขาดเนื้อสัตว์ไม่ได้ พ่อของเปาจึไม่เคยพยายามทำหน้าที่ของเขาเลย เขาตายแล้วไหนเลยจะมีหน้าไปฉุดรั้งเขาไม่ให้ไปได้เล่า”

เซียวเถียน “......”

เขาตัดสินใจที่จะไม่พูดกับผู้หญิงคนนี้แล้ว

เมื่อบัณฑิตเจอทหาร มีเหตุผลก็อธิบายได้ไม่ชัดเจน

สนองมาอย่างไรก็สนองกลับไปอย่างนั้น เมื่อทหารเผชิญหน้ากับหญิงสาว เหตุใดจะไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ?

เปาจึก้มศีรษะลงไปมองชื่อของตัวเองที่เซียวเถียนเขียน ราวกับว่าเขาไม่รับรู้ถึงการโต้เถียงกันอย่างถึงพริกถึงขิงระหว่างผู้ใหญ่เลย

เด็กคนนี้มีสมาธิดีเยี่ยมจริง ๆ เซียวเถียนพูดในใจ

เขานึกว่ายี่ชิงจะพูดเล่น ๆ แต่หลังจากนั้นสองสามวัน เมื่อยี่ชิงบรรจุลิ่วเว่ยตี้หวงวาน เสร็จแล้วนางก็ให้จื่อซูเอาไปขายจริง ๆ และในตอนนั้นเองเขาจึงพบว่า นางเอาจริงเอาจังมาก

“บอกเถ้าแก่เฝิงว่า ช่วงนี้ราคาของวัตถุดิบยาต่าง ๆ ล้วนแต่เพิ่มขึ้นแล้ว ดังนั้นราคาตอนนี้จึงเป็นเงินครึ่งตำลึงต่อขวด ถ้าเขาคิดว่ามันแพงเกินไป เจ้าก็ถือออกมาได้เลย ไม่ไปต้องเถียงกับเขา”

เซียวเถียนอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เจ้าขึ้นราคาปุบปับแบบนี้มันไม่ถูกต้องเลยนะ"

“ของของข้า ข้าอยากจะขึ้นราคาตอนไหนข้าก็จะขึ้นตอนนั้น ถ้าไม่พอใจจะไม่ซื้อก็ได้ คนที่ไม่ซื้อก็ไม่ต้องไปพูดด้วย เข้าใจไหม?” ลูกนัยน์ตาของยี่ชิงเป็นสีดำและสว่างใส และในดวงตานั้นก็ได้สะท้อนสีหน้าท่าทางที่เที่ยงตรงของเซียวเถียนออกมาด้วย

มันยากมากสำหรับชาวบ้านคนธรรมดาที่กินข้าว ใครจะมีเงินเหลือใช้มาซื้อสิ่งนี้เล่า?

ผู้ที่ยินดีจ่ายเงินซื้อสิ่งนี้ จะไม่สนใจเลยว่าราคาจะสามร้อยเหรียญเงินหรือห้าร้อยเหรียญเงิน

เซียวเถียนพูดในขณะที่กำลังมองดูเปาจึที่กำลังเอาผักไปป้อนให้ไก่ว่า “เจ้าทำแบบนี้มันจะทำให้ยี่ตู่เอาแบบอย่างที่ไม่ดีมาจากเจ้าได้นะ”

“นอกจากไม่มีพ่อให้เขาสักคนแล้ว ข้าก็ไม่ได้ทำผิดอะไรต่อเขาเลยนะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel