บทที่ 10 สินค้าชั้นหนึ่ง
หลังจากที่พักอยู่ที่นี่ได้สองสามวัน การประเมินที่มีต่อยี่ชิงของเซียวเถียนก็คือ ขายยาปลอม อารมณ์ร้ายและปากจัด ถ้าจำเป็นต้องเลือกเอาข้อดีสักอย่างของนางออกมา นั่นก็น่าจะเป็นนางค่อนข้างปราดเปรียวและไม่ทำงานอืดอาด
ชั่วพริบตาเดียวก็ถึงวันที่เปาจึต้องไปเรียนอีกครั้งแล้ว จื่อซูจึงไปส่งเขา ทำให้ในบ้านเหลือเพียงยี่ชิงกับเซียวเถียนเท่านั้น
ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งและไม่มีเมฆ แสงอาทิตย์กำลังพอดี ยี่ชิงกำลังตากสมุนไพรอยู่ในลานบ้าน
นางไม่ได้เข้าไปในภูเขาเลยนับตั้งแต่เซียวเถียนมาอยู่ที่นี่ ดังนั้นในบ้านจึงมีสมุนไพรเหลืออยู่ไม่กี่ตัว
ในขณะที่เซียวเถียนกำลังยืนมองการเคลื่อนไหวที่ไม่เร่งรีบของนางอยู่ข้างๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า “ช่วงนี้เจ้าไม่ได้เข้าไปในภูเขาเลยนะ เจ้าไม่กลัวว่าจะตัดขาดจากช่องทางทำมาหากินหรือ?”
ยี่ชิง ยิ้มให้เขา
พอนางยิ้มแบบนี้ เซียวเถียนก็รู้สึกไม่ดีขึ้นมาในทันที
คิดไม่ถึงว่า หลังจากที่มุมปากของนางกระตุกขึ้นมา นางจะพูดอย่างมีความสุขมากว่า “ตราบใดที่ยังมีคนอยากจะบำรุงไต ข้าก็ไม่กลัว”
เซียวเถียน “......”
ช่วยทำตัวปกติบ้างจะได้ไหม!
ยี่ชิงน่าจะมองความคิดที่อยู่ภายในใจของเขาออกแล้ว นางจึงพูดว่า “ตรงไหนไม่โอเคก็บำรุงตรงนั้นองครักษ์เซียวจะปิดบังอาการหมอแบบนี้ไม่ได้นะ"
เซียวเถียนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพูดว่า “ข้าสบายดี และไตของข้าก็ไม่ได้บกพร่องอะไรด้วย!”
“องครักษ์เซียวแต่งงานแล้วหรือยัง?”
“ยังไม่แต่ง” บนศีรษะของเซียวเถียนล้วนมีแต่ไอเย็น ๆ กำลังพุ่งออกมา
“เช่นนั้นองครักษ์เซียวก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เป็นล่อหรือเป็นม้า ก็ต้องลองลากมันออกมาเดินเพื่อแยกแยะดูนะถึงจะรู้” ยี่ชิงยิ้มอย่างมีเจตนาที่ชั่วร้าย
ในที่สุดเซียวเถียนก็โกรธขึ้นมาเสียแล้ว เขาจึงสะบัดแขนเสื้อแล้วพูดว่า “เจ้ายังต้องเคารพตัวเองด้วยนะ ในเมื่อเจ้าโอ้อวดตัวเองว่าเป็นภรรยาม่ายของแม่ทัพเซียว เช่นนั้นก็......”
“เจ้าคิดผิดแล้ว” ยี่ชิงหัวเราะเยาะ “ข้ากับเซียวจิ้งหานมีความสัมพันธ์กันชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น ลูกชายของข้าเป็นลูกชายของเขา แต่ข้ากับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน แล้วก็ ที่บอกว่าข้าไม่เคารพตัวเองหมายความว่าอย่างไร? สูตรยาที่บรรพบุรุษทิ้งไว้คือสูตรยาที่ใช้เพื่อรักษาโรคและช่วยชีวิตผู้คน ยาลิ่วเว่ยตี้หวงวานนั้นข้าก็ขายให้ผู้หญิงนำไปใช้รักษาโรคเช่นกัน ข้ากับยาของข้าล้วนบริสุทธิ์ทั้งคู่ และคนที่ไม่เคารพตนเองเป็นคำที่มีไว้เรียกคนที่ไม่ทำเรื่องดีเหล่านั้นต่างหาก”
“เจ้า......”
“เซียวเถียนเจ้ามันไม่มีคารมคมคาย จะต้องยั่วยุข้าให้ได้ทุกครั้งเลย” ยี่ชิงกลอกตามองบน “ข้าขอถามเจ้าหน่อย เมื่อไหร่เจ้าจะอธิบายเรื่องหนึ่งให้ข้าฟังสักที?”
“อธิบายอะไร” เส้นเลือดบนหน้าผากของเซียวเถียนปูดขึ้นมา
“ศพของเซียวจิ้งหานอยู่ในเมืองหลวงมานานขนาดนี้แล้ว บำเหน็จอะไรก็ไม่มี ข้าน่ะอย่างไรก็ได้ แต่เปาจึเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเขานะ บำเหน็จเหล่านั้นควรเป็นของเขาทั้งหมด”
นางรู้สึกอยู่เสมอว่าน่าจะมีเรื่องที่ไม่คาดฝันบางอย่างขึ้นกับฮ่องเต้ทางด้านนั้น ไม่เช่นนั้นก็คงไม่เงียบจนถึงตอนนี้หรอก
เซียวเถียน “เจ้า......”
ยี่ชิงจงใจทำเป็นโกรธเขา และพูดด้วยหน้าตาที่ไร้เดียงสาว่า “หรือว่าฮ่องเต้กลับคำเสียแล้ว?”
เซียวเถียนสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดว่า “หลังจากที่ได้อยู่ร่วมกันมาสองสามวัน ข้ารู้ว่าเจ้าเองก็ไม่ใช่คนที่ปลิ้นปล้อนและชั่วร้ายอะไร เรื่องตลกของการแสดงตัวว่าเป็นเครือญาติจบลงแต่เพียงเท่านี้ ข้าสามารถรับมือแทนเจ้าได้หนึ่งหรือสองเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแต่งงานที่เจ้ากังวล ข้าก็จะช่วยแก้ด้วย เจ้าหยุดพูดถึงเรื่องแสดงตัวว่าเป็นเครือญาติเรื่องนี้ขึ้นมาอีกได้แล้ว”
“ของจริงย่อมปลอมแปลงไม่ได้ และของปลอมย่อมไม่มีวันกลายเป็นของจริงได้" ยี่ชิงพูด “ข้าไม่ได้ร้อนตัวอะไรทั้งนั้น”
“หากตรวจสอบออกมาแล้ว นั่นเป็นโทษประหารเลยนะ”
“หากตรวจสอบออกมาว่าเป็นการสร้างเรื่องโกหกจึงจะเป็นโทษประหาร แต่ข้าคือเรื่องจริง”
เซียวเถียนมองยี่ชิงด้วยสายตาที่หมดหนทางเยียวยาแล้ว
ยี่ชิงกระพริบตาปริบๆให้เขา เขาโกรธมากจนหันหน้าหนีไปและไม่มองนางอีก
เหตุการณ์เกิดขึ้นในตอนบ่าย ยิ่งทำให้การประเมินที่ยี่ชิงมีต่อเซียวเถียนหนักแน่นขึ้นซึ่งนางทำท่าทางเสแสร้ง พูดโกหกตลอดทั้งวัน และผูกขาดการขายยาปลอม
และแล้วก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เซียวเถียนจึงไปเปิดประตู
มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่นอกประตู ซึ่งดูเหมือนนางจะมีอายุสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี หวีผมได้มันขลับ และรวบเป็นมวยที่ด้านหลังศีรษะ มีคิ้วอันงามงอน มีตาที่ใสแจ๋วและตาที่ขาววาว ช่างเป็นสาวงามที่หาได้ยากในร้อยลี้เลยทีเดียว
ผู้หญิงคนนั้นกำลังถือตะกร้าหนึ่งอยู่ เมื่อนางเห็นเซียวเถียนนางก็ถูกใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาทำให้ตกตะลึงไปเสียแล้วอย่างเห็นได้ชัด หลังจากนั้นครู่หนึ่งนางจึงก้มศีรษะลงท่ามกลางสายตาที่ไม่พอใจของเขา แล้วทำความเคารพและพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำว่า “ข้า ข้ามาหา ยี่ชิงเจ้าค่ะ”
ขณะที่เซียวเถียนกำลังจะเอียงตัวหลีกทางให้นางเข้ามา เขาก็ได้ยินเสียงที่เหนื่อยหน่ายของยี่ชิงดังขึ้นมาจากด้านหลังว่า “ถ้ามีใครมาหาข้า ก็บอกไปว่าข้าไม่อยู่นะ”
เซียวเถียน “......”
สีหน้าของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงในทันที นางกัดริมฝีปาก และดวงตาที่งดงามก็นองไปด้วยน้ำตา แล้วนางก็พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ยี่ชิง เจ้ายังโทษข้าอยู่หรือ? ข้ารู้ว่าการที่ข้านำยาของเจ้าไปช่วยนายท่านของข้ามันไม่ถูกต้อง แต่ถึงแม้ว่าเจ้าจะไป เขาก็ไม่อาจชอบเจ้าได้อยู่ดี เพราะเจ้ามีลูกแล้ว! สิ่งที่เขามีให้เจ้าได้มากที่สุดคือเงินตำลึงจำนวนหนึ่งเท่านั้น......ซึ่งข้าก็สามารถให้เจ้าได้เช่นกันนะ!”
ขณะที่นางพูด นางยกเศษผ้าฝ้ายสีน้ำเงินที่ไม่โดดเด่นซึ่งวางอยู่บนตะกร้าขึ้น คิดไม่ถึงว่าภายในนั้นจะเป็นแท่งเงินที่ถูกจัดเรียงอย่างประณีตอยู่ แท่งละห้าตำลึง และน่าจะมีหกสิบหรือเจ็ดสิบตำลึงได้
ผู้หญิงคนนั้นขอร้อง เซียวเถียนว่า “พี่ชายท่านนี้ รบกวนท่านช่วยข้าน้อยเอาของพวกนี้ไปมอบให้กับยี่ชิงด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
“นางจะต้องทำให้ความรู้สึกขยะแขยงของข้าอาเจียนออกมาก่อนขอ้าถึงจะรับ” ยี่ชิงพูดอย่างเย็นชา แล้วเดินออกไปช้า ๆ
เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นนาง นางก็ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก แล้วน้ำตาของนางก็ไหลออกมา และทำท่าทางให้ข้าเห็นแล้วรู้สึกสงสาร
แต่ยี่ชิงดันพูดอย่างเย็นชาว่า “พี่ชายรึ? เขาแซ่เซียว ส่วนเจ้าแซ่ซุน เขาเป็นพี่ชายฝ่ายไหนของเจ้างั้นรึ? ไม่ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะตกหลุมพลางนั้นของเจ้านะ ถ้าเจ้าไม่เชื่อก็ถลกแขนเสื้อของเขาขึ้นมาดูสิ ขนเขาลุกไปหมดแล้วใช่หรือไม่?”
เซียวเถียนคิดในใจว่า มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ
เขาไม่ชอบอยู่ใกล้ผู้หญิง ก็เพราะพวกนางเอาแต่ร้องไห้โฮ
หญิงสาวน้ำตาไหลพรากลงมา แล้วพูดว่า “ยี่ชิง เจ้ายังโทษข้าอยู่”
ยี่ชิงหัวเราะเยาะ และเอาแขนทั้งสองข้างกอดอก แล้วพูดว่า “ซุนเสี่ยวฮวา เช่นนั้นเจ้าก็บอกข้ามา ข้ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องยกโทษให้เจ้าไหม?”
ซุนเสี่ยวฮวาผลักตะกร้ามา แล้วพูดว่า “ข้าจะบอกเจ้าให้ ถ้าข้าไม่ทำอย่างนั้น เจ้าก็คงไม่ไปเช่นกัน หากเป็นเช่นนั้นก็จะไม่สามารถแลกเงินได้เลย การที่เจ้าไม่ไปประกาศว่าได้รักษาอาการป่วยให้นายท่านของข้า ก็เป็นเพราะว่าไม่กล้ายืนยันผลใช่หรือไม่? ข้าไปแล้ว และข้าได้เสี่ยงอันตรายแล้ว แต่ว่าข้าไม่ได้ลืมที่จะแบ่งปันความดีความชอบให้เจ้าเลยนะ"
