บทที่ 5 หมอเทวดายี่ชิง
ใบหน้าของยี่ชิงพังทะลายลงมาแล้วในทันที ทำไมถึงได้เปลี่ยนคนแล้วล่ะ?
พระพุทธรูปองค์ใหญ่องค์นี้อ่า นางดูเหมือนว่าจะเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย
ถ้าหากถูกเปิดโปงขึ้นมาจะทำอย่างไร?
“เป็นอะไรไป มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” องครักษ์เซียวถาม ซึ่งน้ำเสียงของเขามีความน่ากลัวและเย็นชาเล็กน้อย
“ไม่มีอย่างแน่นอน” ยี่ชิงสงบลงมาในชั่วพริบตา แล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่ไม่เต็มใจยิ้มว่า “องครักษ์เซียวให้เกียรติมาเยือนถึงที่นี่ ช่างเป็นเกียรติต่อที่พำนักอันต่ำต้อยของข้ายิ่งนัก”
จะว่าไปก็ดูแปลก ๆ นะ บุคคลที่สำคัญเช่นนี้ ฮ่องเต้มองไม่เห็นเขาได้อย่างไร?
ไม่สิ อย่างไรเสียทายาทสืบสกุลของเซียวจิ้งหานก็ยังเป็นคนที่สำคัญยิ่งกว่า
ในขณะที่กำลังคิดเช่นนี้อยู่ยี่ชิง ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ยี่ชิงจึงพาองครักษ์เซียวกลับไปที่บ้านด้วย
องครักษ์เซียวเริ่มสังเกตสิ่งต่าง ๆ ตั้งแต่เดินเข้ามาในลานบ้าน
ลานเล็ก ๆ สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย มีชั้นวางผลองุ่น มีชิงช้า มีโต๊ะหินและเก้าอี้หิน และยังมีตะกร้าที่ใช้สำหรับตากยา ทำให้ในอากาศตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นยาจางๆอีกด้วย
“หากมองจนพอแล้วก็ไปดูห้องของเจ้าสักหน่อยเถอะ” ยี่ชิงยืนอยู่หน้าประตูและหันหน้ากลับไปมององครักษ์เซียว พร้อมกับชี้ไปที่ห้องปีกตะวันตก
“ท่านแม่ ให้ข้าพาเขาไปดูนะขอรับ” เปาจึรู้จัวว่าตนเองเป็นผู้ชายคนหนึ่งในบ้าน จึงริเริ่มลุกขึ้นยืนมาแล้วพูด
ยี่ชิงโบกมือไปมา “ไปเถอะ แม่จะไปทำอาหาร จื่อซู เจ้าไปซื้อหมูสามชั้นมาสักชิ้นนะ”
จื่อซูเหลือบมองไปที่องครักษ์เซียว แล้วพูดว่า “เจ้าสามารถคัดค้านนางได้ไหม?”
ยี่ชิงเกือบถูกนางทำให้สำลักอาหารจนตายไปแล้ว
องครักษ์เซียวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ข้ายังไม่ถึงขั้นหิวเกินกว่าจะกินอะไรโดยไม่เลือกได้หรอกนะ”
ยี่ชิง “......”
แต่ จื่อซูกลับพยักหน้าไปมา แล้วพูดว่า “จากรูปโฉมนี้ของเจ้า ช่างไม่มีวันขาดแคลนผู้หญิงจริง ๆ ”
หลังจากที่พูดจบนางก็เข้าไปหยิบเงินในบ้านแล้วจึงออกไป
ยี่ชิงคิดว่า นางช่างเป็นผู้หญิงที่น่าสังเวชใจมากคนหนึ่ง โดนจื่อซูทารุณก็ช่างมันไป และตอนนี้ก็มามีคนสอดรับประสานกันกับจื่อซูเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้วคนหนึ่งอีก วันนี้คงไม่มีทางรอดแล้ว
ในการตุ๋นหมูตุ๋นน้ำแดง นางได้เก็บแตงกวาอ่อนลูกเล็ก ๆ ออกมาจากสวนผักเล็ก ๆ ที่อยู่นอกบ้านแล้วตบไปมา ดึงหัวไชเท้าสีชมพูอ่อนพวงหนึ่งขึ้นมาผสมเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นก็นวดแป้งหมี่และย่างแผ่นแป้ง
เมื่อพิจารณาได้ว่าองครักษ์เซียวเป็นชายร่างใหญ่ นางจึงทำอาหารเอาไว้ไม่น้อย
หลังจากที่องครักษ์เซียวเดินเข้าไปในห้องปีกตะวันตกแล้ว ในขณะที่กำลังมองดูการจัดวางที่เรียบร้อยภายในห้องและเครื่องนอนที่ใหม่เอี่ยมอยู่บนเตียงอยู่นั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “ใครอยู่ที่นี่?”
“ท่านไง” เปาจึพูด
องครักษ์เซียว “......ที่ข้าพูดก่อนหน้านี้น่ะ”
“คนนอกที่เข้ามาอยู่ในบ้าน”
“ทำไมถึงรับคนนอกมาอยู่ในบ้านล่ะ?”
“เพราะว่าแม่ของข้าเป็นหมอน่ะ” เปาจึนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยตัวเอง “เชิญนั่ง ท่านต้องการดื่มชาไหมขอรับ? ท่านแม่ของข้ากำลังทำอาหารอยู่ อีกสักครู่จะต้องมีน้ำซุปอย่างแน่นอน”
องครักษ์เซียวเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนี้ดี เขาไม่ยอมให้เขาเพิ่มความยุ่งยากลำบากด้วยการขอน้ำเย็น ๆ แต่ทว่ามันกลับเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีความเกรงใจเลยเรื่องหนึ่ง
องครักษ์เซียวนั่งลงตรงข้ามเขา แล้วถามว่า “เจ้าใกล้จะห้าขวบแล้วใช่ไหม?”
“สี่ขวบครึ่ง” เปาจึแกว่งขาสั้น ๆ และเล็กของเขา ในขณะที่กำลังมองเซียวเถียนอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยไม่กลัวคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย “ท่านเป็นองครักษ์ของเขาจริง ๆ หรือ?”
“ทำไมถึงถามอย่างนี้ล่ะ?” สายตาขององครักษ์เซียวได้จับจ้องไปที่สิ่งล้ำค่าทั้งสี่ในห้องหนังสือที่อยู่บนโต๊ะแล้ว
“เพราะข้าไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับท่านแล้วน่ะสิ” เปาจึพูดอย่างตรงไปตรงมา “ไม่อย่างนั้นท่านก็หาหัวข้อมาสักหัวข้อดีไหม?”
องครักษ์เซียว “......ข้าเป็นจริง ๆ สิ่งล้ำค่าทั้งสี่ในห้องหนังสือนั่น เป็นของที่แม่เจ้าใช้เขียนใบสั่งยาหรือ?”
“ไม่ใช่ แม่ข้าไม่รู้หนังสือมากนัก เป็นของที่น้าจื่อใช้น่ะขอรับ”
นางไม่รู้หนังสือหรือนี่?
แต่พอกลับมาคิดดูอีกที ถ้าหากยี่ชิงไม่ได้โกหก เรื่องที่ตัวเองเติบโตอยู่ที่นี่และสามารถมีชีวิตรอดต่อไปได้ล้วนไม่ผิดเลย นางสามารถอ่านออกเขียนได้นี่สิจึงจะเป็นเรื่องที่แปลก
แต่ถ้าเป็นแบบนี้ นางจะรักษาโรคให้คนอื่นอย่างไร?
เมื่อคิดถึงสายตาที่กลิ้มกลิ้งของนาง องครักษ์เซียวก็มีความรู้สึกที่รุนแรงอย่างหนึ่งขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้ ไม่มีทางเป็นหมอไร้ฝีมือที่คอยหลอกลวงและเชิดเอาเงินของคนอื่นได้หรอก ไม่สิ หมอกำมะลอต่างหาก
หมอกับแม่มดไม่แบ่งแยกสำนัก ผู้หญิงคนนี้จึงไม่มีทางแสร้งเป็นแม่มดเพื่อสั่งยาให้คนอื่นมั่วๆได้
แม้ว่าจนถึงขณะนี้ นอกจากเรื่องปานแล้ว เขาแทบจะไม่พบพิรุธใดใดของนางเลย แต่เขามีสัญชาตญาณที่แรงกล้าอย่างหนึ่งว่า ผู้หญิงคนนี้ ไม่ซซื่อสัตย์จริงใจเป็นอย่างมาก และกล้าหาญมาก ไม่มีอะไรที่นางจะไม่กล้าทำ
