บทที่ 3 ชายรูปงามปรากฏตัว
ฉางหยวนจื้อกับ ลู่เทียนจั่วลงมาแล้วถามยี่ชิงว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่ยี่ชิงได้พูดตามความคิดของตัวเองออกมาแล้ว ทั้งสองคนก็รู้สึกประหลาดใจไม่หยุดไปโดยปริยาย
“เจ้าบอกว่านี่เป็นสายเลือดของแม่ทัพเซียว เช่นนั้นขอถามหน่อยว่าเจ้าตั้งครรภ์เดือนอะไร? เจ้าพบกับแม่ทัพเซียวที่ไหน?”
ยี่ชิงพูดอย่างไม่รีบไม่ร้อนว่า “ในเดือนกันยายนและตุลาคมปีที่ยี่สิบเจ็ดของเหรินเหอ ข้าบังเอิญได้พบกับแม่ทัพเซียวที่กลับเข้าเมืองอย่างหมดแรงอยู่นอกเมืองเมืองลี่ และได้ดูแลเขาเป็นเวลาสองคืน”
เมืองลี่เป็นด่านชายแดน ซึ่งถูกรบกวนจากการรุกรานของเป่ยตี๋ อย่างมาก และยังเป็นสถานที่ที่เซียวจิ้งหานได้กลายเป็นที่รู้จักในการรบครั้งแรกอีกด้วย
“เจ้าไปทำอะไรที่เมืองลี่”
เมื่อนับเวลาดูแล้ว ทั้งสองคนก็ไม่พบข้อพิรุธใด ๆ ชั่วขณะ
“คนในหมู่บ้านแนะนำธุรกิจให้ข้า แล้วได้มีคนเสนอราคาที่สูงมากให้ข้าไปทำธุระเรื่องหนึ่งที่เมืองลี่ เพื่อการดำรงชีพข้าก็เลยตอบตกลงไป และนี่จึงทำให้ข้าได้หวนกลับมาพบกับแม่ทัพเซียวอีกครั้ง เรื่องเหล่านี้ล้วนแต่มีร่องรอยสามารถติดตามได้ทั้งนั้น และมีพยานบุคคลและพยานวัตถุอยู่อย่างครบถ้วน” ยี่ชิง พูด
นางได้ใคร่ครวญรายละเอียดทั้งหมดมาเป็นอย่างดีแล้ว ดังนั้นนางจึงมีความมั่นอกมั่นใจมาก
ขอเพียงแค่นางมีความแน่วแน่ ก็จะไม่มีคนตายที่ไหนมาเป็นเปิดเผยข้อเท็จจริงได้
ดวงตาของฉางหยวนจื้อกลอกกลิ้งไปมา สมองของเบลอไปหมดแล้ว หลังจากที่มีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาแล้วสักพัก สายตาที่มองไปยังเปาจึก็มีความรักและเมตตามากขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็แค่พูดเท่านั้นนะ! ว่าใครเล่าจะมีลูกที่ฉลาดเฉียบแหลมได้ถึงขนาดนี้ ที่แท้นี่คือเมล็ดพันธุ์ของแม่ทัพเซียวนั่นเอง!
ทุกคนต่างก็พูดว่าแม่ทัพเซียวนิยมผู้ชายมาก ตอนนี้ก็ให้พวกลิ้นเน่าๆ พวกนี้ออกมาดูสักหน่อย แล้วทำให้ตาต่ำ ๆ ของพวกเขาบอดไปเลย!
ลู่เทียนจั่วดึงแขนเสื้อของฉางหยวนจื้อไปมา แล้วพูดข้างหูของเขาว่า “เจ้าคิดเห็นอย่างไร?”
ฉางหยวนจื้อยังคงพูดด้วยน้ำเสียงที่หยาบกระด้างออกมาว่า “มันไม่ใช่เรื่องของข้า จะมาถามข้าทำไม? เรียกองครักษ์เซียวมา ก็จะรู้ชัดเจนทุกเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?”
องครักษ์เซียวรึ?
ยี่ชิงตกตะลึง นี่คือผู้ใดกัน?
ในขณะที่ลู่เทียนจั่วกำลังมองเข้าไปในดวงตาของนาง เขาก็พูดอย่างเหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้มว่า “แม่นางยี่อาจจะไม่รู้อะไรเลยก็ได้ องครักษ์เซียวเป็นองครักษ์ประจำตัวของแม่ทัพเซียว และไม่เคยห่างกายเขาเลย ดังนั้นสิ่งที่เจ้าพูดเป็นจริงหรือเท็จ เรียกเขาถามดูก็จะรู้เรื่องแล้ว”
ยี่ชิงตื่นตระหนกตกใจขึ้นมาเสียแล้ว
วางแผนเอาไว้เสียดิบดี คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังมีการมีอยู่ที่ขัดต่อสวรรค์เช่นนี้ขององครักษ์ลับด้วย
คราวนี้จบเห่แล้ว หลังจากที่ถูกเปิดโปงไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเสือสิงห์กระทิงแรดหวั่นไหวไม่ได้ เกรงว่าจะยังต้องถูกจับด้วยกระมัง!
เมื่อถึงเวลานั้น นางก็มีเพียงการเป็นอนุภรรยาให้เขาทางเลือกเดียวเท่านั้น
คิดไม่ถึงว่า เปาจึจะเตือนสตินางเสียแล้ว
เจ้าตัวเล็กพูดอย่างไม่รีบร้อนว่า “ในเมื่อเป็นองครักษ์คนสนิท ไม่เคยห่างกายเขา เช่นนั้นตอนที่ท่านพ่อของข้าอ่อนแรงและอยู่ลำพัง เขาไปอยู่ที่ไหน? เหตุใดเขาเห็นคนจะตายถึงไม่ยอมช่วยเหลือล่ะ? องครักษ์ลับเช่นนี้ ไม่ต้องมีก็ได้!”
ยี่ชิงตอบสนองขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในเวลานั้น เซียวจิ้งหานกำลังจะตายอยู่แล้วก็ไม่มีใครออกมา เป็นองครักษ์ลับประสาอะไร!
อีกนิดนึงก็เกือบจะถูกลู่เทียนจั่วทำให้สับสนแล้ว สภาพจิตใจเข้มแข็งขึ้นมากเลยทีเดียว คิดไม่ถึงว่าตัวเองจะไม่ใช่เด็กที่เคยชินกับการโกหกแล้วจริง ๆ !
ดังนั้นนางจึงลูบศีรษะของเปาจึอย่างเสแสร้ง แล้วพูดว่า “น่าเสียดายที่ลูกของท่านเข้าใจหลักเหตุผลทั้งหมดแล้ว แต่คนบางคนกลับยังคิดจะขู่ขวัญให้คนอื่นกลัว ช่างน่าขันจริง ๆ”
ลู่เทียนจั่ว “......”
เมื่อสักครู่นี้เขาตาบอดไปแล้วหรือ? ใครกลัวกัน?
ตอนนี้เขาคิดว่า ยี่ชิงจะต้องมีลับลมคมในอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงทำการโบกไม้โบกมือให้คนไปเชิญเขามา
เบื้องต้นยี่ชิงรู้สึกกลัวจนอกสั่นขวัญแขวน และแอบดีใจที่ตัวเองได้รับความช่วยเหลือจากเทพเซียน แต่เมื่อนางได้เห็นองครักษ์เซียวที่เดินเข้ามาใกล้ๆ หัวใจของนางก็เต้นตุบตุบอย่างไม่เอาไหนขึ้นมาอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ใช่เพราะประหม่า แต่เป็นเพราะว่านางตกตะลึง
ทำไมถึงมีผู้ชายที่หล่อเหลาเช่นนี้ได้!
เขามีส่วนสูงแปดฟุต คิ้วโค้งเรียวเหมือนดาบดวงตาเป็นประกายดุจดวงดาว เบ้าตาลึก สะพานจมูกสูงโด่ง ริมฝีปากบางเล็กน้อย โครงหน้ามีมิติราวกับถูกเจียระไนและแกะสลักอย่างประณีต ไหล่กว้างเอวเล็ก ยืดอกเชิดหน้าเดินอย่างสง่างามและทรงพลัง และมีลักษณะท่าทางองอาจน่าเกรงขาม
ดูเหมือนว่าจะมีสายเลือดของชาวหู?
นี่เขาหล่อเกินไปแล้วกระมัง! นี่เป็นผู้ชายแบบที่ยี่ชิงมักจะฝันถึงบ่อย ๆ ในตอนกลางคืนเลยนะ นางฝันว่าตัวเองถูกลาภลอยทับถม หลังจากนั้นก็ได้เลี้ยงดูผู้ชายประเภทที่เป็นหนุ่มหน้าขาวและหมกมุ่นในเรื่องการร่วมรักเมื่อถึงจุดสูงสุดของชีวิตคนหนึ่ง!
ยี่ชิงถึงกับคิดว่า โชคดีที่เซียวจิ้งหานไม่ได้มีหน้าตาแบบนี้ ไม่อย่างนั้นด้วยลักษณะท่าทางที่แยกไม่ออกเมื่อรวมอยู่ในฝูงชนนี้ของเปาจึ ใครจะไปเชื่อว่าเขาเป็นลูกชายของชายหนุ่มที่หล่อที่สุดล่ะ?
โชคดีเป็นอย่างยิ่ง
“องครักษ์เซียว แม่นางยี่ท่านนี้บอกว่า นางเคยมีความสัมพันธ์ในช่วงเวลาสั้น ๆ กับแม่ทัพเซียวและยังให้กำเนิดบุตรชายแก่แม่ทัพเซียวด้วย” ลู่เทียนจั่วพูดอย่างกระชับแต่กินใจความครอบคลุม
ยี่ชิงคิดว่านางได้บังเกิดภาพลวงตาขึ้นมาแล้ว ทำไมนางถึงรู้สึกว่ามีรอยยิ้มอยู่ในดวงตาของลู่เทียนจั่วด้วยล่ะ?
นางจะต้องพิการทางสายตาไปแล้วอย่างแน่นอน
เซียวจิ้งหานตายไปแล้ว เขาจึงยิ้มไม่ออก
