บท
ตั้งค่า

บทที่ 18 ยี่ชิงถูกจับ

ยี่ชิงกลอกกลิ้งดวงตาไปมา แล้วพูดว่า “มันก็พูดยากนะว่าจะแต่งงานกับลู่เทียนซุนหรือไม่ แต่ข้าไม่อาจรักษาความบริสุทธิ์เพื่อเซียวจิ้งหานได้นั้นคือเรื่องจริง”

“เจ้า......” ดวงตาของเซียวเถียนเบิกกว้างด้วยความโกรธ ราวกับว่าเขาต้องการจะกินนางอย่างไรอย่างนั้น

เมื่อเห็นท่าทางที่โกรธจัดของเขา ยี่ชิงก็เลิกคิ้วขึ้น และพูดอย่างช้า ๆ ว่า “แล้วใครล่ะที่ไม่ได้มีชีวิตอยู่ตลอดไป? อย่าพูดว่าข้าไม่เคยชอบเซียวจิ้งหานเลยนะ ข้าก็ชอบเขา แต่ในเมื่อเขาตายแล้ว ทำไมข้ายังต้องรักษาเอาไว้เพื่อเขาด้วยล่ะ?”

“ถ้าเจ้าเป็นผู้หญิงของแม่ทัพเซียว และยังได้ให้กำเนิดลูกแก่เขา เจ้าก็ควรรักษามันเอาไว้!”

“ตลกนัก เช่นนั้นในทางกลับกัน หากข้าตายไปแล้ว เซียวจิ้งหานจะสามารถรักษาเอาไว้เพื่อข้าได้ไหม?”

เซียวเถียนรู้สึกอึดอัดใจมากจนสีหน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว แต่เขาดันคิดหาคำพูดที่จะมาพูดหักล้างอะไรไม่พบเลย

มีเหตุผลที่ว่าให้ผู้ชายรักษาความบริสุทธิ์ให้ผู้หญิงเช่นนี้ที่ไหนกัน?

“ดังนั้น อย่าใช้สายตาที่ว่าจับได้คาเตียงเช่นนั้นมามองข้า” ยี่ชิงพูดด้วยรอยยิ้มที่ไม่เต็มใจยิ้ม “ข้าชอบใคร อยากแต่งงานกับใครล้วนแต่เป็นอิสระภาพของข้าทั้งสิ้น!”

เซียวเถียนโกรธมากจนไม่สนใจยี่ชิงเป็นเวลาสองวัน

ยี่ชิงเองก็ไม่สนใจเขาเช่นกัน ควรทำอะไรก็ทำสิ่งนั้น ราวกับว่าเขาไม่มีตัวตน

ผู้ชายคนนี้ ช่างมีความจงรักภักดีมากเกินไปแล้วจริง ๆ

ลู่เทียนจั่วมาช้ามาก ยี่ชิงจึงเดาว่าลู่เทียนซุนน่าจะคิดว่าคำพูดของเขาเป็นคำพูดที่ไม่มีมูลไปแล้วแน่ ๆ

และไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเปาจึได้ยินชื่อของลู่เทียนซุนแล้วถึงได้รู้สึกตื่นเต้นมาก เขาจึงถามยี่ชิงว่าเขาจะมีโอกาสคารวะลู่เทียนซุนหรือไม่

ยี่ชิงยิ้มพร้อมกับลูบศีรษะของเขาไปมา แล้วพูดว่า “มีโอกาสแน่นอนอยู่แล้วจ๊ะ"

เซียวเถียนพูดอย่างเย็นชาว่า “เปาจึ ได้เวลาไปเรียนแล้ว!”

“มาแล้วขอรับ”

ในขณะที่กำลังมองดูขาเล็ก ๆ สั้น ๆ ของเขาวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ยี่ชิงก็อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้นมา

เมื่อคนที่ภายนอกเงียบขรึมแต่ภายในร้อนแรงโกรธขึ้นมา ก็แตกต่างจากคนอื่นเช่นกัน ช่างน่าสนใจยิ่งนัก

หลังจากที่ทั้งสองคนออกไป ยี่ชิงก็ยืนขึ้นและยืดเอวบิดขี้เกียจหนึ่งที วันนี้อากาศไม่เลวเลย แดดกำลังพอดี และเป็นการดีที่จะออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ สักหน่อย นางจึงถือตะกร้าขึ้นมาและวางแผนที่จะออกไปซื้อผัก

ผลสุดท้ายทันทีที่นางเพิ่งจะล็อคประตู นางก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งห้อตะบึงดังขึ้นมา

ยี่ชิง หยุดการกระทำลงแล้วหันหน้าไปมองแหล่งที่มาของเสียง

คนจำนวนสี่หรือห้าคนที่เดินทางมาล้วนแต่ขี่ม้ามาทั้งสิ้น และหัวหน้าเป็นหญิงสาวที่สวมเสื้อคลุมสีแดงสดคนหนึ่ง มือจับบังเหียนปากตะคอกม้า หากไม่ใช่เพราะหน้าตาของนางมีความชั่วร้ายเลวทรามปรากฏอยู่ ก็นับว่านางดูองอาจห้าวหาญเป็นอย่างมากเช่นกัน

แม้ว่าจะไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ยี่ชิงก็เดาตัวตนของผู้มาเยือนออกอย่างง่ายดายแล้ว ซึ่งนางก็คือยี่เหวยเวยนั่นเอง

นางวางตะกร้าลง และหรี่ตาจ้องมองผู้มาเยือนด้วยท่าทางที่ดุดัน

ยี่เหวยเวยกระโดดลงมาจากหลังม้า แล้วสะบัดแส้ใส่ยี่ชิง จากนั้นก็ดุด่าว่า “เจ้ามันนางจิ้งจอกเช่นเดียวกับนังแม่แพศยาคนนั้นของเจ้าไม่มีผิด!”

ยี่ชิงเอี้ยวตัวหลบไปด้านข้าง และพูดด้วยรอยยิ้มที่ไม่เต็มใจยิ้มว่า “ขอโทษนะ เจ้าเปรียบเทียบพี่สาวได้แย่มากเลยนะ”

คำพูดเช่นนี้มันแทงใจเกินไปแล้ว

ยี่เหวยเวยหน้าตาเหมือนตี๋ฮูหยิน ส่วนตี๋ฮูหยินหน้าตาเหมือนตี๋กว๋อกง หน้าใหญ่ผิวคล้ำ การที่บอกว่าคุณลักษณะที่โดดเด่นของทุกคนหายไปจนหมดสิ้นล้วนเป็นการลดระดับทุกคนลงทั้งหมดแล้ว

เมื่อยี่เหวยเวยยกมือขึ้นจะตีอีกครั้ง ยี่ชิงก็ยิ้มเยาะแล้วพูดขึ้นมาว่า “ลองมองข้างหลังเจ้าดูสิ คุณหนูใหญ่แห่งจวนหวายเอินโหว!”

ยี่เหวยเวยหันกลับไปมอง ไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านทั้งซ้ายขวาล้วนแต่กำลังแอบมองพวกนางอย่างลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ที่หน้าประตูบ้านของตนเองตั้งแต่เมื่อไหร่

แต่ยี่ชิงก็ได้ประกาศฐานะของยี่เหวยเวยออกไปแล้วโดยตรง ทำให้นางไม่กล้าทำตัวกำเริบเสิบสานอีก

ถ้าชื่อเสียงที่นางเป็นอันธพาลคนหนึ่งแพร่สะพัดออกไป ต่อไปนางยังจะสามารถแต่งงานได้อย่างไร?

ยี่เหวยเวยก้าวไปข้างหน้า และกัดฟันพูดด้วยความโมโหว่า “ตามข้าไปซะ!”

“จะไปไหน” ยี่ชิงเชิดหน้ามองนาง

“เจ้าให้กำเนิดบุตรนอกสมรส ใครยังจะต้องการเจ้าอีกหรือ? ข้าได้หาแต่งงานที่ดีงานหนึ่งให้กับเจ้าแล้ว......” ยี่เหวยเวยพูดอย่างขุ่นเคือง “บุตรชายของผู้สูงศักดิ์อะไรนั่น เจ้าข่มขู่แม่นมจ้าวก็พอแล้ว คิดว่าข้าจะเชื่อรึ!”

ยี่ชิงหัวเราะเยาะ “เจ้าช่างใส่ใจข้ามากจริง ๆ”

“ข้าเองก็ไม่กลัวที่จะบอกความจริงกับเจ้าเช่นกัน ว่าเขาเป็นคนขาพิการ เหมาะสมกับรองเท้าพัง ๆ อย่างเจ้าพอดี!” ยี่เหวยเวยพูดด้วยน้ำเสียงที่ชั่วร้าย

คิดไม่ถึงเลยว่านางจะต้องการให้นางรับหมั้นคนขาพิการคนหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นการทำเพื่อสร้างความสัมพันธ์แทนตระกูลตี๋

ความสุขของนาง ไม่มีค่าแม้แต่สตางค์แดงเดียวเลยหรือ?

ยี่ชิงได้จดบัญชีในครั้งนี้เอาไว้อย่างเงียบๆ ในใจ และนางก็คาดเดาเอาไว้คร่าวๆ แล้วว่า ยี่เหวยเวยคิดจะทำอะไรกันแน่

ถ้าจะทำให้การแต่งงานเป็นจริง แน่นอนว่ากลยุทธ์ต้นหลี่ตายแทนต้นท้อนี้จะอยู่ภายใต้สายตาของสาธารณชนที่กำลังจับจ้องอยู่ไม่ได้

คาดว่า ยัยโง่นี่คงอยากจะสร้างโอกาสเล็ก ๆ ให้ตัวนางเองกับ ลู่เทียนซุนสินะ

นางอยากจะไปหาลู่เทียนซุนพอดี ดังนั้นนางก็เลยพายเรือไปตามน้ำ

“ข้าจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกไปกับเจ้า” ยี่ชิงพูด

ยี่เหวยเวยหัวเราะเยาะ แล้วพูดว่า “นึกแล้วว่าเจ้าก็ไม่กล้าเล่นลูกไม้อะไร”

ยัยโง่คนนี้หนิ นางยังคิดว่าตัวเองกลัวนางแล้วจริง ๆ น่ะหรือ?

สมองนี้ของนาง ช่างไม่เหมือนคนในตระกูลตี๋เลย และไม่เหมือนกับพ่อผู้ให้กำเนิดที่หน้าด่านไร้ยางอายและเจ้าแผนการคนนั้นของตัวเองเลยเช่นกัน อาจจะเป็นเพราะยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้เปลี่ยนไปแล้วกระมัง

ยี่ชิงกลับไปเตรียมการอย่างรวดเร็ว นางไม่มีทางยอมมอบชีวิตของตัวเองให้กับคนอื่นหรอก เตรียมพร้อมเอาไว้จะได้ไร้กังวล

หลังจากที่นางออกมา ยี่เหวยเวย สั่งให้สาวใช้จอมยุทธ์ซึ่งอยู่ข้างหลังตัวเองพานางไปบนหลังม้า แล้วพวกนางก็รีบออกไปอย่างรวดเร็วปานลมกรดและสายฟ้าแลบ เหลือเอาไว้เพียงฝุ่นละอองที่ตลบฟุ้งไปหมด

เปาจึเรียนหนังสืออยู่ในห้อง และเซียวเถียนก็กำลังฟังอยู่ในลานบ้าน แล้วเขาก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ว่า “นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่” ผู้นี้จะสามารถสอนได้ดี แต่ก็ยังห่างชั้นจากนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่แท้จริงตั้งหนึ่งแสนแปดพันลี้เลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าความรู้ขั้นพื้นฐานที่สอนให้ เปาจึในตอนนี้จะไม่เพียงพอ แต่เกรงว่าในไม่ช้าก็คงใช้การไม่ได้แล้ว

ลู่เทียนซุน?

เมื่อคิดถึงชื่อนี้ขึ้นมา เขาก็คิดใคร่ครวญถึงชื่ออยู่ครู่หนึ่ง หลังจากนั้นก็นึกถึงยี่ชิงและทำเสียงหึอย่างเย็นชาออกมาหนึ่งครั้งในทันที

“แย่แล้ว แย่แล้ว” ใครบางคนข้างนอกตะโกนอย่างเหนื่อยหอบ “พี่เซียว แย่แล้ว แม่นางยี่ถูกคนจับตัวไปแล้ว!”

นี่คือหนุ่มน้อยที่เป็นเพื่อนบ้านของ ยี่ชิง และเขาก็สนทนาพาทีกับเซียวเถียนได้ไม่เลวเลย ดังนั้นเขาจึงวิ่งมารายงานเขาเป็นพิเศษ

ในใจของเซียวเถียนสั่นสะท้านไปหมด และทั้งร่างกายของเขาก็เกร็งไปหมดเหมือนกับธนูที่ถูกดึงจนตึงคันหนึ่ง “นางถูกใครจับตัวไปแล้ว? ไปทางไหน?”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel