บทที่ 17 แต่งงานแทน
หนังตาของยี่ชิง ไม่ขยับเลยสักนิด ราวกับว่านางฟังความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดเขาไม่ออกเลย นางถามคำถามหนึ่งต่อไปอย่างหน้าตาเฉยว่า “ที่จวนหวายเอินโหวทางด้านนั้น คนที่หมั้นหมายกับยี่เหวยเวยเป็นใครกัน?”
จริง ๆ แล้วนางไม่เข้าใจอยู่เล็กน้อยว่า คุณูปการในการสู้รบของตี๋กว๋อกงนั้นโดดเด่นมาก บารมีของเขายังคงหลงเหลืออยู่ และลูกชายสองสามคนของเขาก็เป็นบุคคลที่เป็นเสาเอกในราชสำนักด้วย เขาจะทนดูหลานสาวของตัวเองถูกบังคับให้แต่งงานโดยที่ไม่ช่วยอะไรเลยได้อย่างไรล่ะ?
คนที่ไม่มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างหวายเอินโหว สมควรแล้วที่รักษาจวนหวายเอินโหวเอาไว้ไม่ได้ แต่แม่ใหญ่ที่นางรู้จัก ก็เป็นพยัคฆ์สาวในตระกูลขุนพลเช่นกัน นางจะสามารถทนรับความเสียหายเช่นนี้ได้อย่างไร?
อย่าพูดถึงเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ ๆ ของนางเลย แม้แต่ส่งลูกสาวของอนุภรรยานางออกไปให้คนอื่นเหยียบย่ำ นางก็มีหน้าแล้วอย่างนั้นหรือ?
ลู่เทียนจั่วใช้กำปั้นรับริมฝีปากเอาไว้ ไอเปล่า ๆ หนึ่งครั้ง แล้วพูดว่า “เอ่อ คนผู้นี่น่ะ......”
ในขณะที่ยี่ชิงกำลังมองเขาพูดอึกๆ อักๆอยู่ นางก็กลอกตาไปมา แล้วจึงพูดว่า “หรือว่าจะเป็น เซียวจิ้งหาน?”
ลู่เทียนจั่ว พูดว่า “......มันจะเป็นไปได้อย่างไร เป็นญาติผู้พี่ของข้า ลู่เทียนซุนต่างหาก”
แม้ว่ายี่ชิงจะไม่ค่อยออกไปไหนเลย แต่สำหรับนางแล้วชื่อนี้ก็ดังก้องในหูอยู่เหมือนกัน
คุณชายที่รูปงามดั่งหยกลู่เทียนซุน เขามีฝีมือที่เลิศล้ำและสำนวนการพูดที่งดงาม ไม่เป็นสองรองใครในโลกนี้
เพียงแต่ เขาเป็นคนขาพิการ จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งอยู่บนรถเข็น
แต่ฝีมือของเขาเพียงพอที่จะเสริมส่วนที่ขาดตกบกพร่องของเขา อีกทั้งนิสัยของเขาก็อ่อนโยนราวกับหยก และความประพฤติของเขาก็ยังได้รับการยกย่องจากคนทั่วไปอีกด้วย ดังนั้นเขาจึงยังคงเป็นคนที่สาวๆ นับไม่ถ้วนใฝ่ฝัน
ไม่น่าแปลกใจเลยที่แม่ใหญ่ถึงได้เต็มใจยอมรับการแต่งงานในครั้งนี้
คนที่มีความสามารถที่โดดเด่นอย่างนั้น ต่อให้มีข้อบกพร่องเล็กน้อย แล้วอย่างไร?
คนที่ไม่ลึกซึ้งและเลวทรามอย่างยี่เหวยเวย จะไปเข้าใจความอุตสาหะนี้ได้อย่างไร?
“ดังนั้นการแต่งงานครั้งนี้ คนที่คัดค้านมีเพียงยี่เหวยเวยคนเดียวเท่านั้น ส่วนคนที่อยากให้ข้าไปแต่งงานแทน ก็คือนาง ถูกต้องหรือไม่?”ยี่ชิงถามอย่างสุขุมเยือกเย็น
ลู่เทียนจั่วพยักหน้าไปมา “แม่นางยี่ฉลาดยิ่งนัก”
ยี่ชิงเคาะไปที่หน้าโต๊ะเบา ๆ เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
ลู่เทียนจั่วยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาและถามว่า “แม่นางยี่ยังอยากรู้อะไรอีกไหม?”
เขาก้มศีรษะลงไปจิบชาเบาๆหนึ่งคำ แต่สายตาของเขากลับยังคงจับจ้องไปที่ ยี่ชิงอยู่ตลอดเวลา
ยี่ชิงกลอกตาหนึ่งรบ แล้วจึงถามว่า “ข้าอยากรู้ว่า ถ้าข้าพาเปาจึไปแต่งงานกับญาติผู้พี่ของเจ้าด้วย ครอบครัวของพวกเจ้าจะยินยอมไหม?”
ลู่เทียนจั่วพ่นชาหนึ่งคำที่จิบเข้าไปออกมาเสียแล้ว
“ขอโทษที แต่สิ่งที่แม่นางยี่พูด จริง ๆ แล้วมัน......”
จริง ๆ แล้วมันช่างเป็นคำพูดที่น่าตกใจอย่างมากเลยทีเดียว
“ข้าล้อเล่นน่ะ” ยี่ชิงพูด “ถ้าหากจำเป็นต้องแต่งงาน บางทีลู่เทียนซุนอาจเป็นตัวเลือกที่ดีคนหนึ่งก็ได้ แต่ข้าไม่ได้สนใจอะไรเรื่องแต่งงานเลย และข้าก็จะไม่มีวันไปอาศัยบารมีตระกูลลู่ของพวกเจ้าด้วย”
ลู่เทียนจั่วหัวเราะเสียงดังฮ่าฮ่า แล้วพูดว่า “จริง ๆ แล้วถ้าเจ้าไม่มีเปาจึ ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะ”
ยี่ชิงกลับกลอกตามองค้นเขา แล้วพูดว่า “แม่ทัพลู่เจ้าเติบโตขึ้นมาภายใต้บารมีของญาติผู้พี่มาตั้งแต่เด็กเช่นนี้ จะต้องลำบากมากเลยสินะ”
“ลำบากสิ นั่นก็ลำบากมากพอสมควรเลยทีเดียว”
ลู่เทียนจั่วนึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมา และเสียน้ำตาแห่งความเจ็บปวดรวดร้าวให้กับตัวเอง
ลู่เทียนซุนเก่งทั้งบุ๋นและบู๊มาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นฝันร้ายของเด็ก ๆ ทุกคนในตระกูลลู่
เด็ก ๆ เกือบทั้งหมดของตระกูลลู่ล้วนแต่เติบโตมาพร้อมกับคำพูดที่ว่า “เจ้ามาดูพี่(น้อง)เทียนซุนสิ”คำนี้ทั้งนั้น
“ดังนั้นจริง ๆแล้วเจ้าหวังที่จะให้คนที่หยาบคายเช่นนี้อย่างข้าไปทำลายกำลังอันฮึกเหิมของเขา ถูกหรือไม่?”
ลู่เทียนจั่วยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดเหงื่อไปมา แม่นางผู้นี้ ฉลาดเกินไปแล้วจริง ๆ
แม้ว่านี่จะเป็นเพียงความคิดที่น่าขบขันในใจของเขา แต่เมื่อถูกนางเปิดโปง เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรอยู่บ้าง
“ถ้าข้าเป็นเจ้า” ยี่ชิงพูดต่อ “ข้าก็จะล้มแต่งงานของเขากับยี่เหวยเวยซะ นอกเสียจากว่าเจ้าอยากจะให้บ้านตระกูลลู่ชุลมุนวุ่นวายในภายหลัง”
“แม่นางยังอยากจะเสนอตัวออกมาเองอีกหรือ? กลยุทธ์ต้นหลี่ตายแทนต้นท้ออย่างนั้นหรือ?” ลู่เทียนจั่ว พูดติดตลก
“ข้าก็แค่อยากพบเขาดูสักหน่อย ดูซิว่าเขาจะเป็นคนที่มีความสามารถและมีความรู้จริงๆหรือไม่เท่านั้นเอง” ยี่ชิง พูด
“ถ้าหากเขามีจริง ๆ ล่ะ?” ดวงตาของลู่เทียนจั่วเป็นประกายขึ้นมา เขาใคร่จะเอาบทสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองคนไปบอก เซียวเถียนเป็นอย่างมาก
“ถ้าเขามี แน่นอนว่าข้าจะให้เปาจึคารวะเขาเป็นอาจารย์” ยี่ชิงพูดตามเหตุผลที่ควรจะเป็น
“......นั่นคงเป็นไปไม่ได้ ญาติผู้พี่ของข้าไม่รับลูกศิษย์หรอก”
ยี่ชิง ยิ้มเล็กน้อย “ข้าได้ยินมาว่า ลู่เทียนซุนไม่เคยล้มเลิกความหวังที่จะรักษาขาของเขาเลย และเขาก็กำลังมองหาหมอที่มีชื่อเสียงมาโดยตลอด ช่างไม่บังเอิญเลย ที่ข้าเป็นหมอพอดี”
นี่เป็นจึงเหตุผลที่ว่าทำไมนางถึงพูดว่านางจะแต่งงานกับ ลู่เทียนจั่วก็ได้
เขาต้องการบางอย่างจากนาง เช่นนั้นนางก็สามารถเจรจาเงื่อนไขได้ เพื่อที่จะได้รักษาตัวเองกับเปาจึเอาไว้
“ความหมายของแม่นางยี่ก็คือ เจ้าสามารถรักษาขาของญาติผู้พี่ของข้าได้ใช่ไหม?” ลู่เทียนจั่วลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นเต้น ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ยี่ชิงครู่หนึ่ง น้ำเสียงของเขาก็สั่นเครือเล็กน้อย
“ไม่ได้......”
ลู่เทียนจั่ว “......”
ยี่ชิงกลับยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่สามารถยืนยันได้ แต่สามารถลองดูได้”
“เช่นนั้นพวกเราไปกันตอนนี้เลยไหม?” หัวใจของลู่เทียนจั่วเกือบจะกระเด็นออกมาหมดแล้ว
เขากับญาติผู้พี่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาก เขาจึงหวังว่าเขาจะลุกขึ้นมาได้ในเร็ววันเป็นธรรมดา
“ไม่ไป” ยี่ชิงพูด “เจ้ากลับไปถามเขาก่อน ว่าเขายินดีรับศิษย์หรือไม่ค่อยว่ากันอีกที”
“แม่นางยี่แบบนี้ไม่ดีกระมัง” ลู่เทียนจั่วพูด “เป็นหมอต้องรักษาโรคช่วยเหลือมวลชน หมอควรจะมีจิตใจเมตตาไม่ใช่หรือ? ทำไมเจ้าถึงได้สร้างเงื่อนไขขึ้นมาล่ะ?”
ยี่ชิงมองไปที่เขาด้วยพร้อมรอยยิ้มที่ไม่เต็มใจยิ้ม แล้วพูดว่า “การปกป้องชาติบ้านเมืองเป็นภารหน้าที่ของบุรุษมิใช่หรือ ทำไมแม่ทัพลู่ถึงยังคงรับเงินเดือนจากราชสำนักอยู่ล่ะ?”
ใครบ้างล่ะที่จะสามารถกระโดดออกไปจากโลกโลกีย์โดยไร้ซึ่งความปรารถนาและความต้องการได้?
แล้วให้เจ้าแสร้งทำตัวเป็นหมาป่าหางโต!
ลู่เทียนจั่วถูกทำให้รู้สึกแค้นเคืองจนพูดอะไรไม่ออก แต่เขายังคงพูดด้วยความตื่นเต้นดีใจมากว่า “ข้าผิดไปแล้ว แม่นางยี่เจ้ารอก่อนนะ ข้าจะกลับไปถามเดี๋ยวนี้เลย”
หลังจากที่เขาออกไปแล้ว เขาก็พูดกับเซียวเถียนหนึ่งประโยคว่า “ข้ามีธุระด่วนต้องรีบไปก่อน” จากนั้นก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เซียวเถียนก็รู้สึกประหลาดใจมากเช่นกัน เขาจึงกลับมาถามยี่ชิง ซึ่งนางก็บอกความจริงเขาโดยไม่ได้ปิดบังอะไรเลยเช่นกัน
เซียวเถียนจึงพูดด้วยสีหน้าที่ดำเหมือนเหล็กว่า “เจ้าอยากแต่งงานกับลู่เทียนซุนหรือ?”
