บทที่ 15 พ่อผู้ให้กำเนิดของเปาจึ
เซียวเถียนตักกากเหล้าลงไปในชามใบใหญ่ด้วยตัวเองอีกครั้ง เขาส่งมันไปจนถึงข้างปากของเปาจึก่อน แล้วจึงพูดด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “ลองชิมดูสิ”
นี่มันเหล้าอะไรกัน?
ยี่ชิงมีการควบคุมอย่างเข้มงวด นี่ก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้
เด็กผู้ชาย จะถูกเลี้ยงดูเช่นนี้ได้อย่างไร?
เปาจึรู้สึกลังเลใจ เขาจึงชำเลืองมองเข้าไปในห้อง จากนั้นจึงก้มศีรษะลงไปจิบหนึ่งคำ แล้วเลียริมฝีปากไปมา
“อร่อยหรือไม่?”
ยี่ชิงผู้หญิงคนนี้ ฝีปากร้ายมากเท่าไหร่ ฝีมือก็ดีพอ ๆ กัน
เขาไม่ได้เห็นทักษะทางการแพทย์ของนางโดยตรง แต่เขาก็ยังกล้าที่จะประทับตรายอมรับฝีมือการทำอาหารของนาง
“อร่อย” เปาจึยิ้มจนลักยิ้มออกมาหมดแล้ว และมีความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่ได้ทำเรื่องเลวร้ายลับหลังแม่ของตัวเองด้วย
“ดื่มอีกสักคำสิ”
“ถ้าแม่ข้ารู้นางจะโกรธได้นะขอรับ” คราวนี้เปาจึไม่ต้องการที่จะดื่มจริง ๆ แล้ว
เซียวเถียนลูบศีรษะของเขาไปมา แล้วตัวเองก็ดื่มเหล้าชามใหญ่จนหมดไปอีกหนึ่งชาม
อร่อยจัง
เซียวเถียนตัดสินใจว่าจะดื่มเหล้ากะละมังใหญ่ที่เหลืออยู่ให้หมดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
แต่ในไม่นานเขาก็พบว่ากากเหล้าที่เหลือได้หายไปจนหมดแล้ว ดังนั้นเขาจึงถามยี่ชิงว่า “เจ้าเอากากเหล้าไปให้คนอื่นแล้วหรือ?”
ยี่ชิงกำลังค้นหาสมุนไพรอันล้ำค่าของนางอยู่ เมื่อได้ยินดังนั้น นางจึงชี้ไปที่เล้าไก่ แล้วพูดว่า “ข้าให้ไก่กินแล้ว เมื่อก่อนข้ามีแต่ส่งไปให้เพื่อนบ้านเลี้ยงหมูทั้งหมด ตอนนี้ข้าเลี้ยงเองแล้ว ไม่สิ้นเปลืองพอดีเลย”
เซียวเถียน !!!
ดังนั้นเขากำลังแย่งอาหารกับไก่และหมูอยู่อย่างนั้นหรือ?
ทั้งตัวของเขารู้สึกแย่ไปหมดแล้ว และรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมากว่ายี่ชิงจงใจทำเช่นนี้
แต่เมื่อมองซ้ายมองขวา ก็มองไม่ออกเลยว่านางจะมีท่าทีเล่นเล่ห์เพทุบายอย่างลับๆอะไร ฉะนั้นจึงทำได้เพียงอดทนต่อการยั่วโทสะนี้อย่างเงียบๆเท่านั้น
ยี่ชิงคิดในใจว่า นึกว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าแอบให้ลูกชายของข้าดื่มเหล้า?
ความแค้นนี้กินเวลาหนึ่งคืนแล้ว ถือว่าเป็นการให้ความสำคัญต่อเจ้าเป็นพิเศษเลยนะ
อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์ปกติ หากมีความแค้นนางก็ย่อมแก้แค้น ณ ที่นั้นในทันที
มีเรื่องหนึ่งที่ยี่ชิงคิดว่าแปลกมาก นับตั้งแต่นางอ้างว่ามีไข่มุกที่หายไปของ เซียวจิ้งหาน ก็ผ่านไปเกือบสองเดือนแล้ว
เหตุใดจึงไม่มีแถลงการณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเซียวจิ้งหาน และฮูหยินใหญ่ของจวนหวายเอินโหวก็ไม่ตามหานางเช่นกันล่ะ?
เกิดปัญหาขึ้นตรงไหนกันนะ?
ยี่ชิงที่ไม่ค่อยออกไปไหนจึงตัดสินใจออกจากบ้านไปสืบข่าวสักหน่อย
หลังจากที่นางได้บอกกับผู้ใหญ่หนึ่งคนกับเด็กหนึ่งคนที่กำลังฝึกวรยุทธ์ในลานบ้านแล้ว นางก็สะพายตะกร้ายาแล้วเดินออกไป
เปาจึเฝ้ามองดูภาพที่นางจากไป ราวกับว่ามีอะไรแปลก ๆ อยู่เล็กน้อย
“ทำไมหรือ?” ในขณะที่เซียวเถียนกำลังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงข้ามกับเขา และปรับท่าขี่ม้าให้เขา เขาก็ถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเขา
หน้าที่ของเขาก็คือหาความกระจ่างว่าแท้จริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเปาจึกันแน่ แต่จนถึงตอนนี้ ความจริงก็ยังไม่มีความคืบหน้าเลยสักนิด แต่ความสัมพันธ์ของเขากับเปาจึกลับมีความรู้สึกที่เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
เซียวเถียนถึงกับอดคิดไม่ได้ว่า หรือว่าเป็นเพราะเขอายุมากแล้วและสมควรที่จะมีลูกได้แล้วกันนะ?
และเขายังถึงขั้นกำลังคิดว่า แม้ว่าสุดท้ายเขาจะพบหลักฐานว่าเปาจึไม่ใช่......เลือดเนื้อเชื้อไขของเซียวจิ้งหาน เขาก็จะโยนหลักฐานทิ้งต่อหน้ายี่ชิงผู้หญิงที่น่าชังคนนั้นเสีย หลังจากนั้นก็จะรับเปาจึเป็นลูกชายบุญธรรมของเขา
เด็กอ่อนไร้มลทิน อีกทั้งพรสวรรค์ของเปาจึก็ทำให้ผู้คนตื่นตะลึงและรู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านเซียว เป็นเพราะว่าท่านกินเก่งเกินไป ดังนั้นเงินของแม่ข้าจึงถูกใช้ไปหมดแล้วหรือเปล่า? ถ้าไม่อย่างนั้นทำไมนางถึงได้ออกไปขายยาแล้วล่ะ?”
ต้องทราบว่า หลังจากที่น้าจื่อจากไปแล้วก่อนหน้านี้ ระยะทางที่ท่านแม่ของข้าสามารถเดินไปถึงได้ไกลที่สุดก็น่าจะเป็นร้านค้าเหนือใต้ที่อยู่หน้าปากซอย
ในขณะที่กำลังมองสีหน้าที่เป็นกังวลของเขา เซียวเถียนก็พูดขึ้นมาว่า “......ข้าให้เงินไปแล้ว เจ้าก็เห็นนี่”
ถึงแม้ว่าเขาจะกินมากไปหน่อย แต่เขาก็ให้เงินไปแล้วจริง ๆ นะ!
เปาจึคิดในใจว่า บางทีเงินที่ท่านให้ล้วนแต่ถูกท่านกินไปจนหมดเกลี้ยงแล้วน่ะสิ
ความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงกัน เปาจึก็มีความสัมพันธ์บางอย่างต่อเซียวเถียนแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะความรักที่มีต่อแม่ของเขาได้ ดังนั้นเขาจึงพูดว่า “ถ้าไม่อย่างนั้นท่านเซียว พวกเราทุกคนกินให้น้อยลงหน่อย และข้าก็เจ้ากินให้น้อยลงหน่อยเช่นกัน ตกลงไหม?”
ในตอนเย็นเซียวเถียนจึงได้มอบเงินหนึ่งแท่งให้กับยี่ชิงต่อหน้าเปาจึ และพูดด้วยความเย่อหยิ่งเป็นอย่างยิ่งว่า “เจ้าไม่จำเป็นต้องขายยาแล้ว ข้าจะเลี้ยงดูพวกเจ้าเอง!”
ทันใดนั้นยี่ชิงที่กำลังคิดเรื่องของตัวเองอยู่อย่างก็ถูกเขาทำให้สะดุ้งตกใจขึ้นมา นางจึงใช้สายตาที่พูดว่า “เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรือไง” มองไปที่เขา ราวกับกำลังจะบอกว่าเขาว่าเจ้าเป็นบ้าอะไรของเจ้า
เซียวเถียนยกมุมปากขึ้น แล้วพูดว่า “เปาจึกังวลว่าเจ้าจะไม่มีเงินใช้แล้ว ก็เลยให้ข้ากินให้น้อยลงหน่อย”
เปาจึรีบพูดว่า “ข้าบอกว่าข้าเองก็จะกินให้น้อยลงเช่นกันขอรับ"
ยี่ชิงจึงพูดว่า “......เจ้าทั้งสองต้องกินข้าวอย่างว่านอนสอนง่ายเพื่อข้า กินไม่หมดไม่อนุญาตให้นอน!”
ในที่สุดเปาจึก็ยอมรับอย่างชัดเจนแล้วว่า แม่ของตัวเองยังมีเงินอยู่ เขาจึงรู้สึกโล่งใจในที่สุด
เซียวเถียนคิดว่า ข้ารู้มาตั้งนานแล้ว แม่ของเจ้าขายยาบ้า ๆ นั่น ได้เงินจากความอำมหิตมามากเท่าไหร่
แต่เขาไม่กล้าพูดคำพูดเหล่านี้ออกมา เพราะกลัวว่าตัวเองจะถูกยี่ชิงฆ่าตายเพราะความโกรธ
ในตอนกลางคืน ทุกเสียงเงียบสงัดลง มีเพียงแมลงในฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้นที่กรีดร้องขึ้นมาเป็นครั้งคราว และบางครั้งก็มีเสียงสุนัขเห่าเสียงหนึ่งดังออกมาจากส่วนลึกของหมู่บ้าน
แสงจันทร์ส่องแสงสุกสกาว เล็ดลอดเข้าไปในหน้าต่าง ทั่วทั้งบ้านสว่างไสวไปด้วยแสงจันทร์สีขาวเงิน
เซียวเถียนมักจะนอนดึกมาแต่ไหนแต่ไร ในขณะที่นางกำลังนอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนั้นเอง เรื่องต่าง ๆก็แวบเข้ามาในหัวสมองของนางนับไม่ถ้วน
ดูเหมือนเขาจะเข้าใจเจตนารมณ์ของยี่ชิงขึ้นมาบ้างแล้ว
นางมีบุตรชายที่พ่อผู้ให้กำเนิดไม่ชัดเจนคนหนึ่ง และถูกแม่ใหญ่บังคับให้ไปแต่งงานแทน นอกจากจะเสี่ยงอันตรายด้วยการหาพ่อที่แข็งแกร่งและมีอำนาจให้ลูกสักคนแล้ว นางจะสามารถทำอย่างไรได้อีกล่ะ?
แต่ทำไมยี่ชิงถึงสามารถปั้นเรื่องวันที่ที่เฉพาะเจาะจงอย่างนั้นออกมาได้ล่ะ?
ทำไมนางถึงได้รู้วันที่แม่ทัพเซียวหายตัวไปอย่างชัดเจนขนาดนั้น?
ในเรื่องนี้ คนที่รู้สถานการณ์ที่แท้จริง จะต้องมีไม่เกินสิบคน
เซียวเถียนคิดใคร่ครวญไปทีละคน แต่ก็ยังคงไม่มีเงื่อนงำใดใด
แต่มีเรื่องหนึ่งที่เขากล้ายืนยัน นั่นก็คือยี่ชิงกำลังโกหกอยู่ แม่ทัพเซียวไม่เคยนอนกับนางเลย และเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะทิ้งลูกหนึ่งให้นาง
ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบ แต่คำถามกลับทยอยผุดขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย
แท้จริงแล้วพ่อผู้ให้กำเนิดของ เปาจึ เป็นใครกันแน่นะ?
