บท
ตั้งค่า

บทที่ 14 ผู้ใหญ่กับเด็กกลมเกลียวกัน

“บ้านของท่านเซียวมีเด็กหลายคนหรือเปล่า?”

“......ไม่มี”

“โอ้”

ในที่สุด เซียวเถียนก็มองเห็นกรรมพันธุ์ของ ยี่ชิงที่ออกมาจากตัวของเปาจึแล้ว

เพียงแต่ยี่ชิงเป็นคนที่ชอบยกตนข่มท่าน ส่วนเด็กคนนี้......ภายนอกเงียบขรึมแต่ภายในร้อนแรง

เซียวเถียนรู้สึกหน้าแดงขึ้นมา จากนั้นก็กระแอมไปมาครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “......แต่ในบ้านของสหายข้า มีเด็กหลายคนเลย”

เพียงแต่เขาไม่เคยเห็นเท่านั้นเอง นี่จึงไม่นับว่าเป็นการพูดโกหก

หลังจากที่เซียวเถียนได้แกะสลักดาบไม้เล่มเล็ก ๆ ให้เปาจึแล้วเล่มหนึ่ง เมื่อมีเวลาว่างผู้ใหญ่หนึ่งคนกับเด็กหนึ่งคนก็จะพากันฝึกดาบอยู่ในลานบ้าน

ในขณะที่กำลังฝึกอยู่นั้น เปาจึอาจจะรู้สึกว่าการที่ไม่มีคู่ต่อสู้เลยมันช่างรู้สึกเหงาเกินไป ดังนั้นเขาจึงปล่อยไก่ที่อยู่ในเล้าออกมา

ในเมื่อเขามีเรื่องทำแล้ว มิตรภาพของเขากับบรรดาไก่ทั้งหลายก็ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปตอนหนึ่งแล้วเช่นกัน ซึ่งมันทำให้เขาโกรธมากจนไม่อยากเป็นมิตรกับไก่แล้ว

ดังนั้นในลานบ้านจึงมีไก่บินเด็กกระโดดและเซียวเถียนที่กำลังหัวเราะอยู่ ซึ่งมันดูคึกครื้นเป็นอย่างมาก!

ยี่ชิงลดหน้าต่างลง ถ้าตาไม่เห็น ใจก็จะไม่วุ่นวาย

อย่างไรก็ตามขนไก่และมูลไก่เต็มพื้น ใครทำให้สกปรกคนนั้นก็ต้องเป็นคนจัดการเอง ซึ่งนางไม่อาจบีบจมูกไปจัดการกับมันได้

จื่อซูพูดว่า “ถ้าไม่อย่างนั้นเจ้าก็พิจารณาเรื่องที่จะยั่วยวนเซียวเถียนดูสักหน่อย อย่างน้อยเขาก็ปฏิบัติต่อลูกชายของเจ้าเป็นอย่างดีนะ”

ยี่ชิงพูดว่า “......คำนวณบัญชีของเจ้าไปเถอะ!”

จื่อซูกำลังคำนวณบัญชีและถ่ายโอนบัญชี นางกำลังจะจากไป

หลังจากที่เปาจึกับเซียวเถียนก่อความวุ่นวายพอแล้ว พวกเขาก็จูงมือกันไปดื่มน้ำหวานที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้าน

น้ำหวานของที่นั่นเติมน้ำแข็งด้วย อร่อยมากเป็นพิเศษ

ซึ่งเขาก็กำลังคุยเรื่องนี้กับเซียวเถียนอยู่เช่นกัน

“จากไป นางจะไปที่ไหน? ไม่ใช่ว่านางเป็นสาวใช้ของแม่เจ้าหรอกหรือ?” จริง ๆ แล้วเซียวเถียนรู้สึกมาโดยตลอดว่ามันแปลกมาก ว่าทำไมถึงมีสาวใช้ที่ดื้อรั้นไม่ยอมใครง่ายๆแบบนี้อย่างเช่นจื่อซูได้

“ในเวลานี้ของทุกปีน้าจื่อก็ต้องจากไปแล้ว แล้วนางก็จะกลับมาในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิของปีหน้า” ในขณะที่เปาจึกำลังแกว่งขาที่สั้นและเล็กของเขาอยู่ เขาก็พูดขึ้นมาว่า “นางบอกว่านางทนความหนาวเหน็บของฤดูหนาวไม่ไหว นางจึงต้องการที่จะไปหลบลี้อากาศหนาวอยู่ทางใต้"

“น้าจื่อคนนี้ของเจ้า คงไม่ได้เป็นนกนางแอ่นหรอกนะ” เซียวเถียนพูดติดตลก

เปาจึทำแก้มป่อง ดวงตาสีดำกลมโตเบิกโพลงขึ้นมาจนเห็นลูกตาที่กลมกลิ้ง แล้วเขาก็พูดว่า “ท่านเซียว ท่านจะพูดถึงน้าจื่อของข้าแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ”

เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะโกรธ เซียวเถียนก็พูดว่า “ข้าล้อเล่นน่ะ เจ้าไม่คิดว่าน้าจื่อแปลกประหลาดอยู่บ้างหรือไง?”

คำพูดนี้มีความหมายของการถามหยั่งเชิงอยู่

แต่เปาจึกลับตอบว่า “ข้าไม่คิดอย่างนั้น นางแปลกตรงไหนกัน?"

เซียวเถียนจึงถามว่า “......นางมาอยู่ข้างกายแม่เจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“ถึงอย่างไรตั้งแต่ข้าจำความได้นางก็อยู่ที่นี่แล้ว”

ห๊ะ เจ้าเพิ่งจะจำความได้ไม่กี่ปีเองนะ

เจ้าของขายน้ำหวานเลี้ยงแมวเอาไว้สองสามตัว พวกมันกระโดดไปมาระหว่างโต๊ะกับเก้าอี้ด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายสบายใจ เปาจึจ้องมองพวกมันอย่างจดจ่อจนดวงตาตั้งตรงไปหมดแล้ว

เซียวเถียนพูดคุยกับเขาอีกครั้ง กลับพบว่าสติของเขาหลุดลอยไปเสียแล้ว

ขณะที่กำลังมองตามสายตาของเขาไป เซียวเถียนก็ถามขึ้นมาว่า “กำลังมองอะไรอยู่? แมวรึ?”

“อืม แมวน่ารักดี” เปาจึพูดอย่างสั้น ๆ แต่ได้ใจความ

“ถ้าเจ้าชอบ เจ้าก็หาลูกแมวสักตัวไปเลี้ยงได้นะ”

ทุกหนทุกแห่งในหมู่บ้านล้วนมีแต่แมวทั้งนั้น ไม่เห็นมีอะไรแปลกใหม่เลย

“แม่ของข้าไม่ชอบแมวและสุนัข แล้วนางก็ไม่อนุญาตให้ข้าเลี้ยงพวกมันด้วย” เปาจึพูดด้วยความเสียใจ

“ทำไมนางถึงไม่ชอบล่ะ?”

“มันสกปรก”

ก็ไม่ได้โทษยี่ชิงหรอก ในชนบทไม่มีเงื่อนไขที่ให้ครอบครัวยุคใหม่เลี้ยงแมวและสุนัขได้ เนื่องจากเวลาขนร่วงก็ไม่มีเครื่องดูดฝุ่น และพวกมันชอบเดินวุ่นไปทุกที่ แถมอาบน้ำก็ไม่สะดวกอีกต่างหาก......

“ถ้าเช่นนั้น......” เมื่อนึกถึงความแข็งแกร่งและกล้าหาญของยี่ชิงขึ้นมา เซียวเถียนก็พูดว่า “พวกเราก็อย่าไปยั่วโมโหนางเลย ถ้าเจ้าชอบ ข้าจะพาเจ้าออกมาเล่นกับแมวของที่นี่ก็ได้”

“ตกลง”

จื่อซูเดินทางจากไปเร็วมาก

นางกำลังสะพายห่อผ้าขนาดใหญ่และดาบหนักของนางอยู่ เหมือนกับจอมยุทธ์หญิงผู้โดดเดี่ยวคนหนึ่ง แผ่นหลังที่โดดเดี่ยวแต่กลับจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่

เมื่อฝนฤดูใบไม้ร่วงตกลงมาหนึ่งห่าความหนาวเย็นพัดมาหนึ่งละลอก อากาศก็ค่อย ๆ เย็นลงแล้ว เปาจึจึงเปลี่ยนจากเสื้อบาง ๆ เป็นเสื้อนวม และเมื่อเห็นว่า เซียวเถียนยังคงแต่งตัวตอนที่เขามา เขาก็พูดด้วยความอิจฉา “ท่านเซียว ท่านไม่หนาวหรือ?”

เซียวเถียนยื่นตะเกียบออกมาคีบเนื้อชิ้นหนึ่งให้เขา แล้วพูดว่า “กินเนื้อให้เยอะๆนะ เจ้าจะได้โตไวไวและจะได้ไม่กลัวความหนาวเย็นเช่นกัน”

คิดไม่ถึงเลยว่าเปาจึจะก้มหน้าก้มตากินด้วยความไร้เดียงสา และกินข้าวมากกว่าเดิมไปแล้วครึ่งชาม

ยี่ชิงรู้สึกว่า ลูกชายของตัวเองถูก เซียวเถียนลากไปเป็นพวกเสียแล้ว

เดิมทีนางนึกว่ายังต้องจะใช้เวลาอีกสิบกว่าปีเขาถึงจะแต่งงานกับลูกสะใภ้แล้วลืมแม่ของตัวเองไปแล้วเสียอีก ไปอยู่ด้วยกันกับคนที่ไม่ได้เรื่องได้ราวและตอนนี้ก็มีอันตรายด้วยการลืมแม่ไปเสียแล้วได้อย่างไร?

แต่จำเป็นต้องยอมรับว่า นับตั้งแต่เซียวเถียนมาที่นี่ เปาจึก็มีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

ยี่ชิงคิดว่าตัวเองสามารถแบ่งแยกบุญคุณและความแค้นได้อย่างชัดเจน ดังนั้นนางจึงใจดีกับเซียวเถียนขึ้นมาบ้างแล้ว

ซึ่งเรื่องที่นางสามารถทำเพื่อเขาได้ แน่นอนว่าก็คือการปรนนิบัติด้วยอาหารและเครื่องดื่มที่เอร็ดอร่อยนั่นเอง

เรื่องของกินไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่จะกล่าวถึงอยู่แล้ว เครื่องดื่มน่ะหรือ? นางยังสามารถทำเหล้าได้ด้วยนะ ซึ่งรสชาติดีกว่าเหล้าที่ผสมน้ำเหล่านั้นซึ่งสามารถหาซื้อได้ในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก

วันนี้เซียวเถียนกำลังพาเปาจึกลับมาจากเรียนหนังสือ เมื่อเห็นน้ำสีแดงชามเล็ก ๆ ชามหนึ่งที่กำลังวางอยู่บนโต๊ะ และมีกลิ่นหอมของเหล้าที่เข้มข้นกระจายออกมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า “นี่อะไร?”

“ข้าว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำก็เลยกลั่นเหล้าเล่น ๆ น่ะ” ยี่ชิงพูดอย่างภาคภูมิใจ

“ทำไมเป็นสีแดงได้ล่ะ?”

“ข้าใช้ข้าวยีสต์แดง”

“ข้าจะลองดู” เซียวเถียนหยิบชามขึ้นมาดื่มจนหมดในคราวเดียว และกวาดข้าวเหนียวที่ถูกแช่เหล้าอยู่ก้นชามออกจนเกลี้ยงเช่นกัน

ข้าวเหนียวมีกลิ่นหอมของเหล้าที่เข้มข้น รสชาติอร่อยมาก และทำให้ผู้คนยังไม่หายอยาก

ยี่ชิงห้ามเขาไม่ทัน นางจึงจ้องมองด้วยดวงตาที่โพลงโต

เซียวเถียน “......ทำไมหรือ? ดื่มไม่ได้หรือ?”

ดื่มจนหมดแล้วเจ้าค่อยมาถามว่าข้าดื่มได้หรือไม่เนี่ยนะ? ยี่ชิงเบ้ปากไปมา แล้วพูดว่า “ดื่มได้”

นั่นคือของที่นางดื่มไปแล้วหนึ่งคำนะ......

ช่างเถอะ ไม่ต้องพูดถึงมันแล้ว

เซียวเถียนพูดว่า “ยังมีอีกไหม? ขออีกหนึ่งชามสิ”

เปาจึเฝ้ามองดูตาปริบๆ

ยี่ชิงพูดว่า “อยู่ในครัว ไปตักเอาเอง เปาจึนี่คือเหล้านะ ตอนนี้เจ้ายังเด็ก แตะต้องไม่ได้”

บนใบหน้าของเปาจึแสดงสีหน้าของความเสียใจอออกมา แต่เขากลับยังพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

“ไปกันเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปล้างมือในห้องครัว” เซียวเถียนจับมือของเปาจึ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel