บทที่ 7
บทที่ 7
แม่ทัพหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ภายในเรือนอักษร บรรยากาศโดยรอบเงียบงัน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคาเบา ๆ และเสียงกระดาษในมือที่ถูกคลี่ออกช้า ๆ
แววตาของเซียวหานมืดครึ้ม
ท่าทางเคร่งเครียดกว่าทุกวัน
รายงานลับในมือเขาถูกอ่านซ้ำไปมา
แต่ยิ่งอ่านสีหน้าก็ยิ่งหนักอึ้ง
“อ๋องแปด…” เขาพึมพำเบา ๆ ข้อมูลที่สายลับส่งกลับมานั้นชัดเจนขึ้นทุกวัน
การซ่องสุมกำลังพล การเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ เครือข่ายที่ค่อย ๆ ขยายตัวในเงามืดและเบื้องหลังทั้งหมดนั้นมีชื่อของราชครูปรากฏอยู่เสมอ มือขวาที่อ๋องแปดไว้วางใจที่สุดและในเวลาเดียวกัน ก็เป็นบิดาของภรรยาเขา
เซียวหานวางรายงานลงช้า ๆ ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะ สายตาหรี่ลงเล็กน้อย
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้…” เขาคิดในใจ “ทุกอย่างก็เชื่อมโยงกันหมดแล้ว”
ฮูหยินเอกของราชครูคือบุตรสาวคนโตของอ๋องแปด สายสัมพันธ์นี้แน่นแฟ้นยิ่งกว่าสิ่งใดแล้วอู่เหมยหลินในฐานะบุตรสาวของราชครูจะไม่ใช่หมากในกระดานนี้ได้อย่างไร
ภาพของเด็กสาวที่เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นร่ำร้องจะขอแต่งงานกับเขา เพียงเพราะเห็นหน้าแค่ครั้งเดียวบนถนน ย้อนกลับมาในความคิด
เซียวหานแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ เย็นชาและเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
“จะเป็นไปได้หรือ…” เขาพึมพำ “ที่นางจะยอมตายเพียงเพื่อความรัก”
คำตอบเขารู้ดีอยู่แก่ใจ
ไม่มีทาง
ทั้งหมดเป็นเพียงแผนการของสองพ่อลูกราชครู…และอู่เหมยหลิน หากทุกอย่างที่พวกนั้นวางแผนสำเร็จอู่เหมยหลินที่เป็นหลานสาวของอ๋องแปดก็จะกลายเป็นท่านหญิง แค่ฮูหยินแม่ทัพคงไม่เพียงพอกับความทะเยอทะยานของนาง
“พวกจิ้งจอกเจ้าเล่ห์…”เสียงพึมพำแผ่วเบาแต่แฝงความเย็นเยียบเซียวหานเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หลับตาลงชั่วครู่
ความทรงจำในอดีตค่อย ๆ ไหลย้อนกลับมาเขาจับดาบตั้งแต่ยังหนุ่ม ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับรัชทายาท ผ่านศึกน้อยใหญ่
เฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน ชีวิตของเขามีเพียงสนามรบ มีเพียงบ้านเมือง อายุล่วงเลยมาจนสามสิบห้า ไม่เคยปักใจรักสตรีคนใด ไม่เคยคิดจะผูกพัน หากต้องการระบายความใคร่ก็เพียงเดินเข้าหอโคมเขียว จบแล้วก็แยกย้าย ไม่มีความผูกพัน ไม่มีพันธะ นั่นคือชีวิตที่เขาเลือกและพอใจ
“ข้าไม่เคยต้องการ…” เสียงแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปาก “ให้มีใครเข้ามาในชีวิต ไม่เคยอยากได้สิ่งที่เรียกว่าพันธะ”
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บ้านเมืองกำลังสั่นคลอนเช่นนี้ แต่แล้ว…ราชครูก็ยื่นราชโองการบีบบังคับเขาให้แต่งงาน
เขายอมรับเพราะไม่มีทางเลือกแต่ในใจ เขาตัดสินใจแล้ว ว่าจะแต่งนางเข้ามาเพียงในนามปล่อยให้อยู่เรือนหลัง ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่แตะต้อง ไม่สนใจ จนกว่านางจะทนไม่ไหวแล้วจากไปเอง
หรือไม่ก็…ใช้ชีวิตอยู่เช่นนั้นไปจนตาย
ทว่า…แผนการนั้นกลับพังทลายลงตั้งแต่คืนแรก คืนเข้าหอเขายังจำได้ดี กลิ่นหอมประหลาดในห้อง ความร้อนที่แล่นพล่านในร่างกาย สติที่พร่าเลือน และร่างอ่อนนุ่มที่อยู่ใต้ร่างของเขา ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
เช้าวันถัดมาเขารู้ทันทีว่าตนถูกวางยาสายตาของเซียวหานเย็นเฉียบขึ้นทันทีที่นึกถึง
“ราชครู…”เสียงกัดฟันเบา ๆแฝงความโกรธที่ถูกกดไว้ลึกอีกฝ่ายไม่เพียงบีบให้เขาแต่งงานแต่ยังวางกับดักให้เขาหลับนอนกับอู่เหมยหลิน จนสุดท้ายนางตั้งครรภ์ ผูกมัดเขาไว้ด้วยสายเลือด ราวกับรู้ล่วงหน้า ว่าเขาจะคิดหนทางใดให้อู่เหมยหลิน “เหมือนจะรู้ความคิดของข้าดี…”
เซียวหานลืมตาขึ้นสายตาแข็งกร้าว “พวกจิ้งจอก…” ทั้งพ่อและลูกไม่มีใครน่าไว้ใจ เขาลุกขึ้นยืน เดินไปยังหน้าต่างมองออกไปยังสวนด้านนอกสายลมพัดใบไม้ไหวเบา ๆ แต่ในใจเขากลับไม่มีความสงบแม้แต่น้อย
เรื่องของอู่เหมยหลินยังไม่ใช่ทั้งหมดยังมีอีกคน เซียวเจิน
เขาไม่ใช่ไม่รู้ว่านางคิดอะไรเหตุใดจึงเดินทางมาที่เมืองหลวง มารดาของเขาเคยอ้อนวอนให้เขาแต่งงานเพื่อมีทายาทหลายครั้ง แต่เขาปฏิเสธทุกครั้ง
“หากไม่รัก…” เขาเคยบอกไว้ชัดเจน“ข้าจะไม่เอาสตรีใดมาผูกกับชีวิต”
คำพูดนั้นทำให้มารดาของเขาล้มเลิกความคิดไป แต่เมื่อเขาแต่งอู่เหมยหลินเข้าจวนทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เซียวเจิน ญาติห่าง ๆ ฝั่งบิดา ถูกส่งตัวมาในนามของการมาเยี่ยมเยียน
แต่ความจริงใคร ๆ ก็รู้ นางถูกส่งมาเพื่อดึงความสนใจของเขาและในเวลาเดียวกันเพื่อจับตาดูอู่เหมยหลิน
มารดาของเขา…คงกลัวว่าเขาจะหลงมารยาสตรีของอู่เหมยหลินจนเอาใจออกห่างจากรัชทายาท ความคิดนั้นทำให้เขาแค่นหัวเราะอีกครั้ง
“หลง?” เขาพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน สตรีที่ทำเพียงก้มหน้าบีบน้ำตามีสิ่งใดให้หลงไหลกัน
สหายที่ร่วมเป็นร่วมตายมาอย่างรัชทายาท ผ่านสนามรบ ผ่านเลือดและความตายจะให้เขาเอาไปเทียบกับสตรีที่ใช้เล่ห์กลบีบน้ำตา วางแผนล่อลวงเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการได้อย่างไร
“ไม่มีวัน” คำตอบนั้นชัดเจนและไม่ลังเลแม้แต่น้อย เซียวหานไม่ใช่บุรุษที่มองคนไม่ออก
เขาเห็น เข้าใจ และรับรู้ทุกอย่าง
เพียงแต่เขาเลือกจะไม่ยุ่ง ไม่สนใจ ไม่เปิดโปงสตรี เพราะคิดว่า แค่ไม่ให้ความสำคัญอีกฝ่ายก็คงหยุดไปเอง ไม่จำเป็นต้องทำให้อีกฝ่ายอับอาย ไม่จำเป็นต้องสร้างศัตรูเพศตรงข้ามเพิ่ม
แต่ดูเหมือนความเงียบของเขาจะถูกตีความผิด ปลายนิ้วกำแน่นขึ้นเล็กน้อยสายตาเย็นลง
“พวกนางอยากจะเล่นสงครามประสาทกันก็เล่นกันสองคนเถอะ…ข้าแค่รอชมว่าใครจะเก่งกว่า” เขาพึมพำเบา ๆ แต่ก็เดาว่าเป็นเซียวเจิน เพราะที่ผ่านมาอู่เหมยหลินทำเพียงยิ้มรับ
เหตุผลที่เขาไม่ส่งเซียวเจินกลับทั้งที่รู้เจตนาของนางดี ไม่ใช่เพราะเมตตา ไม่ใช่เพราะไม่รู้แต่เป็นเพราะเขาต้องการใช้ประโยชน์
ใช้มือนาง กดดันบีบคั้น ให้อู่เหมยหลิน อยู่ในจวนแห่งนี้ด้วยความทุกข์ใจ ให้รู้ว่าที่นี่ ไม่ใช่ที่ของนาง ให้รู้ว่าการแต่งงานครั้งนี้ ไม่ใช่ชัยชนะที่บิดานางอยากได้แต่เป็นกับดัก
“ข้าอยากเห็น…” แววตาคมฉายแววเย็นชา “ว่าเจ้าจะทนได้ถึงเมื่อใด” ลมพัดแรงขึ้นอีกระลอก ม่านหน้าต่างปลิวไหว บรรยากาศภายในเรือนอักษรเย็นเยียบลงอย่างชัดเจน
ศึกภายนอกอาจยังไม่ปะทุแต่ศึกภายในกำลังคุกรุ่น
