บทที่ 6
บทที่ 6
“ข้าว่าพี่หญิงต้องจงใจกระโดดลงไป เพื่อเรียกร้องความสนใจของญาติผู้พี่เป็นแน่เจ้าคะ”
เสียงหวานอ่อนเอ่ยขึ้นอย่างมีจังหวะจะโคน เซียวเจินก้าวเข้าสู่เรือนหลักด้วยท่าทางรีบร้อน ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยความเป็นห่วงดูเหมือนจริงเสียจนยากจะจับพิรุธ
แต่ในแววตานั้นกลับซ่อนประกายบางอย่างที่ไม่อาจเรียกว่าบริสุทธิ์ได้ เหตุวุ่นวายที่สระบัวเพิ่งจบลงไม่นาน นางก็รีบมาหาเซียวหานทันที
ต้องรีบ ก่อนที่อู่เหมยหลินจะฟื้น ก่อนที่อีกฝ่ายจะมีโอกาสเอ่ยปาก ก่อนที่เรื่องจะกลับตาลปัตร
“ข้ากลัวว่าพี่หญิงจะใช้เรื่องนี้ทำให้งานราชการของญาติผู้พี่สั่นคลอน จึง…” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย ทำท่าก้มหน้าลงอย่างลำบากใจ “จึงตัดสินใจมาเอ่ยเตือนญาติผู้พี่”
เซียวหานนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ ท่าทางนิ่งสงบ ราวกับเหตุการณ์ก่อนหน้าไม่ได้ทำให้จิตใจเขาสั่นไหวแม้แต่น้อย
เขาเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนจะตอบสั้น ๆ
“อืม”
คำตอบนั้นเรียบง่าย แต่กลับแฝงความเห็นพ้องอย่างไม่คิดปิดบัง
เขาเองก็คิดเช่นนั้น
อู่เหมยหลิน
สตรีผู้นั้น ใช้ชีวิตของตนเป็นเดิมพันมาแล้วครั้งหนึ่ง เพื่อให้ได้แต่งเข้าจวนแม่ทัพ แล้วเหตุใดจะไม่ใช้มันอีกครั้ง เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการสายตาคมเข้มเลื่อนต่ำลงเล็กน้อยความคิดย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในช่วงเช้า
“ท่านพี่…” เสียงอ่อนหวานเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม อู่เหมยหลินในชุดสีอ่อน ยกถาดขนมและน้ำชามาด้วยตนเอง
ทั้งที่ปกติแล้วนางไม่เคยลงมือทำเรื่องเช่นนี้
“วันนี้รองแม่ทัพทั้งสองจะมาที่เรือน ข้าจึงเตรียมของเล็กน้อยไว้ต้อนรับ” นางพูดอย่างอ่อนโยน ท่าทางเรียบร้อยจนแทบดูไม่ออกว่าเป็นคนคนเดียวกับสตรีที่เคยดื้อดึงเอาชีวิตตนเองมาบีบบังคับเขา
เซียวหานมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะละสายตา “ไม่จำเป็น” น้ำเสียงเย็นชา ทำให้อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยังฝืนยิ้ม
“ข้าเพียงอยากช่วยดูแลเรือน…” นางเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยต่ออย่างระมัดระวัง “อีกทั้ง…สัปดาห์หน้าท่านพ่อของข้าจะจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ”
“หากท่านพี่มีเวลา…” คำพูดนั้นยังไม่ทันจบ สายตาคมก็ยกขึ้นมองตรง
“ไม่มีเวลา” คำตอบสั้น แต่ชัดเจน
อู่เหมยหลินนิ่งไปก่อนจะพยายามเอ่ยต่อ
“งานนั้นมีเพียงคนกันเอง…”
“พอแล้ว” เขาตัดบททันที แววตาเย็นเฉียบ “เรื่องของราชครู ข้าไม่เกี่ยว”
คำพูดนั้นเหมือนมีดที่ตัดขาดทุกอย่าง นางเม้มปากแน่น ก่อนจะก้มหน้าลง น้ำตาคลอเล็กน้อย
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ภาพนั้นยังชัดเจนในหัวของเซียวหาน เขาวางถ้วยชาลงช้า ๆ แววตาเรียบเฉย
งานเลี้ยงของราชครู ไม่ใช่งานธรรมดาในนั้นเต็มไปด้วยคนของราชครู และพรรคพวกของอ๋องแปด หากเขาไปปรากฏตัวที่นั่น มันไม่ใช่แค่การไปร่วมงานเลี้ยง แต่มันคือ การแสดงจุดยืน ว่าเขาเอนเอียงไปทางฝ่ายใด
ระหว่างรัชทายาท…กับอ๋องแปด
ราชครูรู้ เขารู้ แล้วอู่เหมยหลินในฐานะบุตรสาวของราชครู จะไม่รู้ได้อย่างไร
“พี่หญิงคงเพียงอยากให้ท่านไปจริง ๆ เท่านั้นเจ้าคะ”
เสียงของเซียวเจินดึงเขากลับจากความคิดนางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาดูอ่อนโยน
“นางรักท่านมาก…”
คำพูดนั้นทำให้มุมปากของเซียวหานกระตุกเล็กน้อย
“รัก?” เขาทวนคำ น้ำเสียงเจือความเย้ยหยันบางเบา “หากนั่นเรียกว่ารัก…” เขาเว้นจังหวะ
สายตาเย็นลงอีกระดับ “ข้าคงไม่ต้องการมัน”
เซียวเจินรีบก้มหน้า ซ่อนรอยยิ้มจาง ๆ ที่ผุดขึ้นในดวงตา นางรู้ดีคำพูดของตนได้ผล
อย่างที่คาด ญาติผู้พี่ของนางไม่เคยมีใจให้ภรรยาผู้นั้น ไม่ว่าจะทำสิ่งใด ก็ไม่มีวันเปลี่ยน
“ว่าแต่…”
เซียวหานเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ตอนที่นางตกน้ำ เจ้าก็อยู่ที่นั่นเกิดอะไรขึ้น”คำถามนั้นทำให้เซียวเจินชะงักไปเล็กน้อย แต่เพียงชั่วพริบตา
“เจ้าค่ะ” นางตอบอย่างมั่นคง “ข้าเห็นพี่หญิงยืนอยู่ริมสระเพียงลำพัง ท่าทางเหม่อลอย”นางก้มหน้าลงเล็กน้อย เสียงสั่นนิด ๆ อย่างพอเหมาะ “ยังไม่ทันที่ข้าจะเข้าไปเรียก…นางก็พลัดตกลงไปเสียแล้ว” ทุกถ้อยคำถูกเรียบเรียงมาอย่างดี ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีพิรุธ เซียวหานมองนางนิ่ง ๆ สายตาเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในจิตใจ
แต่สุดท้ายเขาก็เพียงพยักหน้าเล็กน้อย
“เข้าใจแล้ว”
คำตอบนั้นทำให้เซียวเจินแอบถอนหายใจโล่งอก เรื่องนี้ ผ่านไปแล้ว อย่างน้อย…ในสายตาของเขา
“หากไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”นางเอ่ยอย่างนอบน้อม ก่อนจะถอยออกจากเรือนก้าวเท้าออกไปอย่างมั่นคง ทว่าเมื่อพ้นสายตาของเซียวหาน รอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากเย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
อู่เหมยหลิน…ต่อให้เจ้าฟื้นขึ้นมาแล้วอย่างไรก็ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเจ้า
