บทที่ 5
บทที่ 5
วนิดาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพเพดานไม้แกะสลักปรากฏตรงหน้า กลิ่นยาจีนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในอากาศ เสียงผ้าสีอ่อนเสียดสีกันเบา ๆ ดังอยู่ใกล้หู
ความทรงจำก่อนหน้าค่อย ๆ ไหลกลับเข้ามา
น้ำทะเล…ความเย็น…ความมืด…และการขาดอากาศหายใจ เธอควรจะตายไปแล้ว
แต่ตอนนี้กลับยังมีชีวิตอยู่ และไม่ใช่ในร่างของตัวเอง ความคิดนั้นทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที
“คิน…” เสียงแหบแห้งหลุดออกจากริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว “คินอยู่ไหน…”
คำถามนั้นทำให้สาวใช้สองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงชะงักไปพร้อมกัน
อี้เจียงกับม่านม่านหันมามองหน้ากันอย่างงุนงง ก่อนจะหันกลับมามองนายหญิงของตน
“ฮูหยิน…เมื่อครู่ท่านเรียกผู้ใดหรือเจ้าคะ”
วนิดาขมวดคิ้วเล็กน้อย “คินไง” เธอตอบอย่างหงุดหงิด “ก็ผู้ชายที่บอกว่าจะผ่าท้องฉันไงล่ะ!”
ไอ้บ้าคิน…
แทนที่จะอยู่รออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น พอฟื้นขึ้นมา ดันหายหัวไปเฉย ทิ้งเธอไว้กับสถานการณ์บ้า ๆ นี่คนเดียว
อี้เจียงกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะเอ่ยอย่างลังเล
“ท่านแม่ทัพเซียว…หรือเจ้าคะ”
“แม่ทัพ?” วนิดาทวนคำ
ม่านม่านพยักหน้า “เจ้าค่ะ แม่ทัพเซียว”
คำตอบนั้นทำให้เธอนิ่งอึ้งไป ภาพของบุรุษที่ช่วยเธอขึ้นจากน้ำผุดขึ้นมาในหัวทันที
ใบหน้าคมคาย
สายตาเย็นชา
รูปร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยอำนาจ
เขา…มีบางส่วนคล้ายอาคิรา จนเธอคิดว่าเขาคือคิน แต่พอสติกลับมาครบถ้วนเมื่อพิจารณาดีแล้วพบว่าเพียงคล้ายแต่ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ความเหมือนนั้น…คล้ายเพียงเงาราง
แต่บรรยากาศรอบตัวกลับต่างกันลิบลับ
อาคิราเย็นชาแบบกวนประสาท
แต่ชายคนนี้ เย็นชาแบบ…อันตราย
วนิดาก้มลงมองหน้าท้องของตัวเองอีกครั้งท้องที่นูนใหญ่ หนักอึ้ง และมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ภายใน มันไม่ใช่ของปลอม ไม่ใช่ภาพฝัน แต่เป็นของจริง ทารกในครรภ์ขยับเบา ๆ จนรู้สึกได้ชัดเจน ความรู้สึกนั้นทำให้เธอถึงกับกลืนน้ำลาย
“อย่าบอกนะว่า…”
เสียงพึมพำเบาแทบไม่ได้ยิน “รอดตายแล้วมาโผล่ต่างมิติ…” ภาพซีรีส์แนวตั้งย้อนเวลาที่เคยดูผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ได้นัดหมาย
เธอแทบอยากจะหัวเราะ แต่มัน…ดันเป็นเรื่องจริง
“ทำไมไม่ฟื้นในร่างเดิมนะ…” เธอบ่นเบา ๆ อย่างหัวเสีย “จะได้กลับไปลากคอคนที่ผลักฉันตกเรือออกมา”
ภาพเหตุการณ์ก่อนตายชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
จุดที่เธอยืน…ไม่ใช่จุดอับสายตา กล้องวงจรปิดก็ต้องมี ยิ่งไปกว่านั้น เธอกับพบตะวันเจ้าของเรือก็สนิทกัน ไม่มีทางที่เรื่องนี้จะถูกปิดเงียบได้ ถ้าได้กลับไปเธอไม่มีทางปล่อยคนร้ายไว้แน่นอน
แต่ตอนนี้…เธอติดอยู่ที่นี่
ในร่างของใครก็ไม่รู้
ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย
“ฉันชื่ออะไร” คำถามหลุดออกมาอย่างกะทันหัน
อี้เจียงกับม่านม่านชะงักไปอีกครั้ง
“ฮูหยิน…” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตกใจ
วนิดาถอนหายใจ “ข้าจมน้ำจนสิ้นสติไป” นางพยายามปรับคำพูดให้เข้ากับสถานการณ์ “ความทรงจำมันเลือนหมดแล้ว จำอะไรไม่ได้เลย”
คำโกหกถูกเอ่ยออกมาอย่างแนบเนียนเพราะดูจากสถานการณ์แล้ว นี่น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด สองสาวใช้มองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนที่สีหน้าจะเต็มไปด้วยความสงสาร
“โถ่…ฮูหยิน…” ม่านม่านแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ อี้เจียงเองก็รีบขยับเข้ามาใกล้
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะฮูหยิน พวกเราจะเล่าให้ท่านฟังเอง”
ทั้งสองเริ่มช่วยกันทบทวนเรื่องราว อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ฮูหยินมีนามว่า อู่เหมยหลิน” อี้เจียงเริ่มต้น “เป็นบุตรสาวคนโตของท่านราชครูอู่”
วนิดาพยักหน้าช้า ๆ พยายามจดจำทุกอย่าง
“ฮูหยิน…หลงรักท่านแม่ทัพตั้งแต่แรกพบ”ม่านม่านเสริม
“ตอนที่ท่านแม่ทัพนำทัพกลับเมืองหลวง”
คำพูดนั้นทำให้เธอเลิกคิ้วเล็กน้อย
รักแรกพบ? เอาจริงดิ
“แล้ว…” เธอถามต่อ “หลังจากนั้นล่ะ”
อี้เจียงสูดลมหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเล่าต่อ “ฮูหยินไปอ้อนวอนท่านราชครู ขอให้ได้แต่งกับท่านแม่ทัพ”
“ถึงขั้นอดอาหาร…” ม่านม่านเสริม “แล้วก็…”
ทั้งสองชะงักเล็กน้อย ก่อนที่อี้เจียงจะกัดฟันเลียนเสียงนายหญิงของตนในอดีต
“หากไม่ได้แต่งกับเขา…ชาตินี้ลูกจะไม่แต่งให้ผู้ใดอีก!”
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดื้อรั้น จนวนิดาถึงกับนิ่งไป “…”
นี่มันละครหลังข่าวชัด ๆ เธอในร่างนี้…เล่นใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ
อี้เจียงเองก็ยังทำหน้าประหลาดใจ
“ตอนนั้นบ่าวก็งงมากเจ้าค่ะ” นางพูดตามตรง “คุณหนูของบ่าวเรียบร้อย อ่อนหวาน ไม่เคยอยากได้อยากมีสิ่งใด แต่กลับ…ถึงขั้นจะปลิดชีพตนเอง…เพียงเพราะชายที่เห็นแค่ครั้งเดียว”
วนิดาได้แต่กลอกตาในใจ “แล้วบิดาข้า…”เธอถามต่อ “เห็นดีเห็นงามด้วยงั้นหรือ”
ม่านม่านพยักหน้าแรง “เจ้าค่ะ! ท่านราชครูรีบเข้าวังทันที เพื่อขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาท”
อี้เจียงพูดต่อ “เพราะคนที่คุณหนูปักใจรัก…เป็นถึงวีรบุรุษของแคว้น ท่านแม่ทัพเซียวหาน”
ชื่อนั้นดังขึ้นชัดเจน วนิดานิ่งไปเล็กน้อยภาพชายคนนั้นผุดขึ้นมาอีกครั้ง
สายตาคมกริบท่าทีเย็นชา และคำพูดที่แทงใจ
‘อย่าคิดจะพาลูกข้าไปตายด้วย’
เธอถอนหายใจเบา ๆ สรุปง่าย ๆ ก็คือเธอมาอยู่ในร่างของผู้หญิงที่คลั่งรักผู้ชายคนหนึ่ง จนยอมเอาชีวิตตัวเองเป็นเดิมพัน แล้วสุดท้ายก็ได้แต่งงานจริง
แต่ดูจากสถานการณ์… สามีไม่ได้รักเลยแม้แต่น้อย แถมยังเกลียดพ่อของนางเข้าไส้
“…”
ชีวิตดี ๆ ทั้งนั้น
วนิดาหลับตาลงชั่วครู่ พยายามเรียบเรียงสถานการณ์
หนึ่ง…เธอตายแล้ว แต่ดันมาอยู่ในร่างนี้
สอง…ร่างนี้กำลังท้องใกล้คลอด
สาม…สามีเป็นแม่ทัพสุดโหดที่ไม่ได้รักนาง
สี่…บิดาของร่างนี้น่าจะมีปัญหากับสามี
และห้า…เธอต้องใช้ชีวิตต่อไป…ในฐานะ อู่เหมยหลิน
“เฮ้อ…”
เสียงถอนหายใจยาวดังขึ้น อี้เจียงกับม่านม่านมองหน้ากันอีกครั้ง
“ฮูหยิน…ท่านไม่สบายตรงไหนหรือเจ้าคะ”
วนิดาลืมตาขึ้น ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“เปล่า…” เธอตอบเรียบ ๆ แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากความสับสน…กลายเป็นความมุ่งมั่นบางอย่าง “แค่คิดว่า…” เธอยกมือลูบท้องตัวเองเบา ๆ “ต่อจากนี้…คงต้องเหนื่อยหน่อยแล้ว”
ชีวิตใหม่ ในร่างใหม่ และสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย แต่ถ้าจะให้ยอมแพ้ตั้งแต่ต้น มันไม่ใช่นิสัยของเธอ
“ในเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว…” นางพึมพำเบา ๆ “ก็ต้องเล่นให้จบเกม” ดวงตาของวนิดาหรืออู่เหมยหลินคนใหม่ฉายแววแข็งกร้าวขึ้นเล็กน้อย ไม่ว่าอดีตของร่างนี้จะเป็นอย่างไร ไม่ว่าเรื่องราวจะยุ่งยากแค่ไหน แต่ต่อจากนี้ชีวิตนี้ จะเป็นของเธอเอง
