EP.7 NC+
ด้านหลังปราสาทใหญเป็นทุ่งหญ้าสีน้ำตาลไม่ใช่สีเขียวอย่างที่ผมคิดมันเป็นแบบพื้นที่โล่งๆที่ไม่ได้ใช้ทำอะไรมีเพียงหญ้าสีน้ำตาลมองไปจนสุดดตาถึงจะเป็ยป่าสีเขียวอีกทีหนึ่ง จาคอป เฟลิกก์ ผม และผู้ติดตามอีกสองคนควบม้าออกมาจากปราสาทหลังจากทานมื้อเช้ากันเสร็จ ต่างคนก็มีหน้าที่ต้องไปดูแลและจัดการ จาคอปเป็นคนเก่าคนแก่ของที่นี้อยู่รับใช้ท่านพ่อตั้งแต่ยังหนุ่มจนทำผิดร้ายแรงเข้าท่านพ่อจึงสั่งขังเอาไว้ที่คุกใต้ดินเมื่อผมโตมาได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างและได้รับอนุญาติจากท่านพ่อให้ลงมาที่คุมขังนักโทษได้เพื่อนเรียนรู้ จนกระทั้งแววตาคมของใครบ้างคนที่ผมเห็นเพียงแวบเดียวเท่านั้นก็ต้องหยุดยืนดู สอบถามได้ความว่าท่านพ่อสั่งจองจำเอาไว้ชั่วชีวิต สายตาเฉียบคมจ้องมองผม ราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ แต่ทำให้หัวใจของว่าที่จ้าวปีศาจกระตุกฮือได้ผมละทิ้งความสนใจคนๆนั้นไปหลายร้อยปีจนผมได้ขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ ข้อเรียกร้องแรกทันทีที่ขึ้นครองตำแหน่ง ปลดปล่อยนักโทษทั้งหมดภายใต้การจองจำตลอดของจ้าวปีศาจคนก่อน เสียงแตกฮือจากการประชุมครั้งนี้และจาคอปเป็นหนึ่งเดียวที่ผมเลือกให้มาอยู่ข้างกาย นักโทษทั้งหมดจะได้รับการปล่อยตัวและถูกส่งกลับไปยังบ้านเกิด แต่ในกรณีที่เป็นนักโทษที่ร้ายแรงจริงๆผมเป็นคนลงมือตัดหัวมันเองทุกคน เหล่าสภาปีศาจจึงไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก นิสัยจริงๆของอาเธอร์ เป็นปีศาจที่เงียบขรึมไม่ค่อยพูดจาเพียงใช้สายตามองผู้ที่รับใช้ใกล้ชิดก็จะรู้ สีหน้าที่นิ่งสวยจะเปลี่ยนไปเฉพาะเวลาที่อยู่บนเตียงกับเหล่าสามีทั้งหก อาเธอร์ให้ความไว้วางใจทั้งหกคนเป็นอย่างมาก ให้ใจแลกใจนั้นเป็นสิ่งสำคัญ อาเธอร์ยื่นมือเข้าไปหาทุกๆคนก่อนเสมอ ถึงจะไม่ใช่คนที่มีปฏิสัมพันที่ดีกับคนอื่นนั้น แต่กับคนที่ถูกใจนั้น อาเธอร์พร้อมให้เสมอ เป็นผู้นำต้องแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว สำหรับเขานั้นไม่จำเป็นต้องแข็งแกร่ง ก็มีคนที่แข็งแกร่งกว่ามาคอยดูและ จาคอปรูปร่างใหญ่กว่าอาเธอร์อยู่หลายส่วน ควบขี่ม้านำหน้าไปอย่างคล่องแคล่ว เฟลิกก์มนุษย์เพียงหนึ่งที่ฟื้นจากความตายพร้อมกับพลังที่จ้าวปีศาจมองให้ ความแข็งแรงมีมากพอที่จะปกต้องตนเองและเอาไว้ปกป้องผู้ให้ชีวิต เฟลิกก์เป็นมาเฟียที่ถูกลูกน้องทรยศหักหลัง หนีเข้ามาในป่า ผ่านทางช่องหว่างระหว่างมิติ จนหลงเข้ามาในเขตแดนตอนที่อาเธอร์นั้นออกดูแผนการสร้างเมือง ชายหนุ่มใบหน้าซีดจนไม่มีเลือดฝาดเลยสักนิด นอนหายใจรวยริน เอ่ยประโยคหนึ่งให้เขาทั้งที่ไม่รู้ว่าเขานั้นเป็นใคร ดวงตาที่มีแต่ความเคียดแค้นอยู่ในด้วยตาทุกข์ทรมานกับร่างกายที่เจ็บปวด ภาพของคนตรงหน้าคืออาหารชั้นเริสของเผ่าปีศาจอย่างพวกเขา
'ช่วยกูแล้วกูจะยกทั้งชีวิตให้มึง...' อาเธอร์มองดูคนที่สิ้นใจไปกับประโยคที่ยังพูดไม่ทันจบดี ดวงจากจ้องมองมายังเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง อาเธอร์สัมพันธ์ไปที่แก้มของคนตรงหน้าพลังสีขาวในตัวเขาไหลผ่านผ่ามือไหลเข้าไปในร่างของอีกคน คนที่หมดลมหายใจไปแล้วกระตุกตัวขึ้นมองหน้าอาเธอร์อย่างไม่ลดละและสลบไปอีกครา
"ชีวิตเจ้าเป็นของข้าแล้ว"
"ข้าว่าเราพักกันตรงนี้ก่อนดีกว่า อาเธอร์ท่านว่าอย่างไร" จาคอปหยุดพักใกล้กับลำธารใหญ่ หลังจากผ่านทุ่งหญ้าเข้ามาในป่าสีเขียว
"ท่านอยากดื่มน้ำหรือไม่" เฟลิกก์เอ่ยถาม
"อืมก็ดี" ผมพยักหน้ารับ หลังจากรับน้ำดื่มจากเฟลิกก์ผมก็เดินไปนั่งที่ข้างลำะาร ที่นี้มีธรรมชาติที่สวยมากผิดกับที่ๆผมเคยอยู่ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ชีวิตผมอีกโลกหนึ่งจะเป็นอย่างไร ผมตายแล้วหรือเกิดอะไรขึ้นกับผม สายน้ำไหลลงไปเป็นทางผมเดินทวนน้ำขึ้นมาเรื่อยๆดูปลาที่อยู่ในน้ำหลากหลายตัว แสงแดดอ่อนๆส่องกระทบเป็นแสงสีรุ้ง
"สายน้ำเย็นสั่นระริก ชื่นช่ำ
แสงสีส่องทั่วน้ำ สาดแสง เรืองรอง
หมู่มวลพฤกษาชาติ บานเบ่ง
เหล่ามัจฉากรีดกราย ร่ายรำริมธาร" ผมหันไปตามเสียงพูดที่อยู่ทางด้านหลัง เฟลิกก์ส่งยิ้มให้เล็กน้อยและเดินเข้ามาหาใกล้ๆ
"ตามมานานแล้วหรือไง"
"ครับ"
"เมื้อกี้ที่พูดออกมา"
"มันเป็นกลอนที่แม่ของข้าเคยพูดให้ฟังตอนเด็กๆ ก่อนจะเข้ามาผู้คนมากมายนับหน้าถือตาข้าก็เป็นแค่ผู้ชายธฟรรมดาคนหนึ่ง ที่อยู่กับแม่สองคนตั้งแต่เด็ก มานั่งตรงนี้เถอะ ก่อนที่คนนั้นจะมารับข้าไปอยู่และสวนตัวตนที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ให้"
"คนนั้นท่านพ่อของเจ้า..."
"ขอรับ ข้าขอจูบท่านได้หรือไม่อาเธอร์" เฟลิกก์เล่าเรื่องตอนเด็กให้ฟัง และคนที่ทำให้เฟลิกก์เป็นมาเฟียเฟลิกก์ทุกวันนี้คงเป็นพ่อแท้ๆ แยกแม่กับลูกกันตั้งแต่เด็ก น่าสงสารจัง คนฟังอย่างผมยังหดหู่ตามแล้ว เฟลิกก์ขยับเข้ามาใกล้ๆแล้วเอ่ยขอบ้างอย่าง เห็นว่าน่าสงสารหรอกนะถึงยอมพยักหน้า ปากทั้งสองประกบเข้าหากันอย่างช้าๆลิ้นสอดส่ายเกี่ยวกันพลัลวันเสียงดูดกลืนดังจนหน้าอายผมพละเฟลลิกก์ออกก่อนและมองหน้า
"พอก่อน หายใจไม่ทันแล้ว"
"งั้นถ้าท่านพักพอแล้วข้าขอจูบท่านบ้างได้หรือไม่"
"จาคอป" ตามผมกันมาตั้งแต่เมื่อไรเนี้ยร่างใหญ่ของจาคอปโผล่ออกมาจากอีกทางกับเฟลิกก์ผมมองร่างที่เปียกลู่ไปด้วยน้ำ เนื้อผิวสีเข้มเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อย้อนซ้อนทางด้านหลังของผม ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผม อาการสั่นไหวในอกนั้นมันอะไรกัน แค่มองตาเองนะ กับจาคอปจะเป็นแบบนี้ตลอดกับคนอื่นๆไม่เห็นเป็นเลย จำวันแรกที่มาที่นี้ตอนตื่นนอนตอนที่ผมโวยวายเสียงเข้มกับดวงตาคู่นั้นจ้องมาที่ผม ไหนจะตอนที่กระโดดขึ้นมาบนเตียงจ้องหน้าผมอีกจนผมถีบตกเตียงไปมือหนาทาบทับบนใบหน้าของผม เพียงข้างเดียวก็สามารถปกปิดใบหน้าผมได้ มือแกร่งช้อนคางให้เงยขึ้นมารับกับจูบที่ดูดดึงวิญญาณออกมาก็ได้ ดูดดึงริบฝีปากล่างจนบ่วมเจ่อ สลับกับหยอกล้อภายในดพลงบาก ก่อนจะดูดกลืนอากาศของผมไปแถมหมดลมหายใจ ผมถูกเฟลลิก์ประคองให้ลุกขึ้น ดดยมีจาคอปจับมือผมเดินนำหน้า
"จะพาเราไปไหน"
"น้ำตกอยู่ข้างหน้า" ผมพยักหน้ารับและเดินตามไปอย่างว่าง่าย พาถึงที่ผมมองไปรอบๆด้วยความตกตะลึง น้ำตรงนี้เป็นสีเขียวมรกตใสมองเห็นถึงพื้นข้างล่าง โขคหินน้อยใหญ่มีรูปร่างประหลาดกับม่านน้ำตกสีรุ้ง เฟลิกก์จับมือผมเดินลงไปข้างล่างน้ำตก
"ต้นไม้ต้นนี้ใหญ่มาก" ผมเดินไปสัมผัสต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมลำธารนี้
"อาเธอร์"
"อึก อือ อืม" พอหันกลับมาตามเสียงเรียกเป็นจาคอปที่รวบตัวของเราเข้าไปไว้ในอ้อมกอดและป้อนจูบให้อีกครั้ง เสื้อผ้าของผมเริ่มถูกปลดออกที่ละชิ้นโดยทั้งสองเป็นคนจัดการ ตอนนี้สมองพร่าเบลอไปชั่วขณะรู้ตัวอีกทีก็อยู่ในน้ำเย็นกลางลำธารเสียแล้วเฟลิกก์คอยช้อนตัวผมอยู่ด้านหลังสอดนิ้วเข้ามาช่วยขยับขยายทางด้านหลัง ปากก็ร้องออกไปไม่ได้เพราะจาคอปยังครอบครองจูบผมเอาไว้ สายน้ำเย็นไหลเข้าไปตามการขยับเข้าออกของนิ้วมือ เฟลิกก์เป็นคนที่นิ้วเรียวสวยจากที่ผมสังเกตุมานิ้วของเฟลิกก์เข้าไปในตัวผมลึกมากทุกครั้งที่ขยับเหมือนเฟลิกก์รู้ว่าส่วนที่ทำให้ผมตัวสั่นไหวจนอ่อนเทิ่มไปทั้งตัวอยู่ตรงไหน กลางกายปวดหนึบไปหมดกับการกระทำของทั้งสอง จนเมื่อลำกายใหญ่ ใหญ่มาก มากๆของจาคอปแทรกเข้าไปอยู่ภายในกายผม กว่าจะเข้ามาจนสุด ลูกกระตาผมแถบจะหลุดออกมาอยู่ข้างนอก มันอยากจะเปล่งเสียงก็เปล่งไม่ออกมันจุกอยู่ทีลำคอ ผมเบ้หน้าด้วยความจุกเสียดแล้วเสียงซ่านไปทั่วท้องน้อย รู้ตัวหลุดจากพวังเคลิ้มก็มองไปรอบๆ กลางป่ากลางเขา ภูติผีต้นไม้มากมายพวกเขาทั้งสองจับข้าแก้ผ้าแล้วสวนกายเข้ามาเช่นนี้มันได้ด้วยหรืออย่างไร ฮือ สมองพร่าเลือนหมดแล้ว กายใหญ่ที่เสือกไสเข้ามาทั้งด้านหลังและด้านหน้า ขับแน่นทั้งปากและช่องทางจนร้องออกมาไม่ได้
"ภายในกายท่านมันดูดกลืนข้าไม่หยุด"
"อ่อก ฮือ"
"ริมฝีปากนั้นช่างงดงามจริงๆ ครอบครองเข้าไปลึกๆ แบบนั้น ฮึม! อาเธอร์ ท่านมันลูกเล่นเยอะจริงเชี่ยว"
"อือ อืออ๊ะ จาคอป ข้า ข้าจะขึ้นขย่มเจ้านอนลงซะ เจ้าจงเป็นม้าให้เราควบขี่เดี๋ยวนี้ อ้าา" ตอนนี้ผมไม่อยากเป็นเบี๊ยล่างของจาคอปแล้วมันจุกผมคุมจังหวะเองดีกว่า เพื่อจะดีขึ้น
"ท่านมันร้ายอาเธอร์" จาคอปขยับไปยังโขคหินอีกอันที่สามารถนอนลงไปได้ ผมขึ้นไปนั่งควบขี่ด้วยการหันหลังให้จาคอปเอนตัวลงไปเท้าแขนด้านหลังแอ่นตัวขึ้นก่อนจะเริ่มขยับ
"อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ดี อืม"
"ท่านช่างน่าหลงไหลกว่าเดิมอีกนะอาเธอร์" เฟลิกก์บอกและเคลื่อนกายเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าผม ก่อนจะป้อนลำเนื้อสีเข้มใส่เข้ามาในปากผม ท่อนเื้อโยกสลับขึ้นลงตามแรงขยับของผมจนเฟลิกก์เอือมมือมาจับชักรูดขึ้นลงให้จนน้ำสีขาวขุ่นพุ่งทะลักออกมาเป็นสาย จาคอปจับเอวบางรั่งเอาไว้ เพราะช่องทางด้านหลังดูดรัดลำกายใหญ่ของเขาเอาไว้แน่นจนอยากจะสวนกายขึ้นไป แต่กลัวว่าอีกคนจะเจ็บเอา
"อ้า อ๊ะ อือ ข้า อ๊ะ ข้า " ไร้เสียงพูดอีกครั้งเมื่อทั้งจาคอปและเฟลิกก์ต่างก็ทนต้านท้านกับภาพตรงหน้าไม่ไหว มันยั่วกนเกินไป จาคอปสวนกายขึ้นไปเป็นจังหวะเร็วๆแต่สั้นๆไม่เข้าไปลึกเกิน ส่วนเฟลิกกืก็ป้อนกายเนื้อเข้าไปในปากอิ่มอีกครั่งออกแรงขยับโยกตามจังหวะตนเอง ใบหน้าแดงระเรื่อกระทบกับแสงแดดลำตัว เจ้าท่อนเนื้อที่สงบไปแล้วชูชั้นขึ้นมาอีกครั้งตัวขาวของจ้าวปีศาจส่องแสงระยิบระยับเมื่อโดนแสงแดดส่องนั้นคือลักษณะพิเศษของจ้าวปีศาจสายเลือดแท้
"อ้า อาเธอร์ อืม"
"ซู้ด อ่า อาเธอร์ อืม อ้า"
"เพรอสเจ้าเห็นนั้นไหม" ไรอันถาม
"มันเปลี่ยนรูปร่าง"
"ใช่ มันเปลี่ยนไปแล้วและ็พร้อมแล้ว"
"อืม อีกไม่นานไปบอกคนอื่นกันเถอะ อีกสักพักกว่าทั้งสามคนนั้นจะกลับมา" ร่างสูงของแวมไพร์หนุ่มและเอลฟ์รูปงามเดินออกมาจากห้องที่ลงคาถาเวทย์ ประตูสีดำนั้นปิดลงอีกครั้งก่อนที่แสงสีทองจะส่องประกายลอดออกมาจากใต้ประตู
ไรท์มาแล้วทุกคน ทำไมสามสี่วันมานี้คนอ่านน้อยลงมากเลยคะ ยอดวิวหายไปจนหน้าตกใจ
ไรอันกับเพรอสคุยเรื่องอะไรกันหนะ
ส่วนทางนั้นก็ เอิ่ม....พูดไม่ออกเหมือนกัน มันเต็มปากเต็มช่องล่างไปหมด บอกเลย อาเธอร์จุกมากกกก
