บทที่ 1 นางเอกปลาเค็ม (2)
“คุณหนูไหวหรือเจ้าคะ”
“ไหว! ข้าไปได้แน่” หลานอวิ๋นเจียวยิ้มจนยายิบหยี เรื่องน่าสนุกเพียงนี้จะพลาดได้อย่างไร ความเจ็บปวดไหนเลยจะสู้ความอยากรู้อยากเห็น
“เช่นนั้นบ่าวช่วยนะเจ้าคะ”
“ขอบใจนะ เจ้าคงเป็นฉวนหงกระมัง”
ฉวนหงลอบขบขันแผ่วเบา “หากมิใช่บ่าวจะเป็นใครไปได้เจ้าคะ”
หลานอวิ๋นเจียวยิ้มแห้งขอด “นั่นสินะ ขอบคุณที่เป็นห่วงข้า อาหง”
ฉวนหงตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ครั้นสบตาที่จริงใจของเจ้านาย ความประหม่าก็มลายไปจนสิ้น “บ่าวเป็นคนของคุณหนู ไม่ห่วงท่านจะให้ห่วงผู้ใดเจ้าคะ ไปเถิด ค่อย ๆ เจ้าค่ะ”
ฉวนหงประคองหลานอวิ๋นเจียวที่เดินขากะเผลกกลับไปยังห้องของตน ระหว่างทางก็บังเอิญพบกับหญิงสาวใบหน้าเย่อหยิ่งคนหนึ่ง จะว่าไปแล้วอีกฝ่ายก็มีเค้าคล้ายคลึงกับหลานอวิ๋นเจียวอยู่สองสามส่วน ดูเหมือนสตรีผู้นี้คงเป็นพี่สาวอีกคนที่นางยังไม่เคยพบ
เสียงใสพึมพำ “นางคงไม่ใช่หลานเพ่ยจือกระมัง”
ฉวนหงกระซิบตอบ “ก็คุณหนูรองหลานเพ่ยจืออย่างไรเจ้าคะ คุณหนูตกต้นไม้จนหัวกระแทกหรือเปล่าเจ้าคะ”
หลานอวิ๋นเจียวส่ายหน้า ในที่สุดนางก็นึกออกแล้ว นิยายเรื่องนี้หากตามต้นฉบับแท้จริง สกุลหลานนั้นมีบุตรีเพียงแค่สองคน คือหลานพินถิงและหลานเพ่ยจือ พวกนางเป็นบุตรสาวที่เกิดจากฮูหยินรองทั้งสิ้น ส่วนฮูหยินเอกไม่มีบุตรหนำซ้ำยังอายุสั้น
อีกอย่าง ความสามารถของคุณหนูทั้งสองล้วนไม่ธรรมดา ไม่ว่าเดินหมากหรือเขียนอักษรล้วนแต่เป็นเลิศ นี่เองคือจุดเริ่มต้นของความตลกร้าย เพราะหลานอวิ๋นเจียวดันโผล่มาเป็นส่วนหนึ่งของสกุลหลาน ทั้งยังถูกยัดเยียดบทบาทนางเอกโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย หนำซ้ำยังควานหาความสามารถไม่เจอราวกับปลาเค็ม
ความซับซ้อนของเนื้อหาตบตีกันจ้าละหวั่น ตระกูลหลานนับว่าเรืองอำนาจ ทว่าชีวิตบุตรสาวช่างน่าอนาถเหลือทน เพราะไม่ว่าจะหลานพินถิงหรือหลานเพ่ยจือ ล้วนแล้วแต่ถูกส่งตัวไปอภิเษกกับหานเซียนอ๋องทั้งสิ้น สิ่งที่หลานอวิ๋นเจียวหวาดกลัวมากที่สุดก็คือ สกุลหลานคงไม่มัดรวมนางทั้งสามไปเป็นภรรยาหานเซียนอ๋องในคราวเดียวกระมัง
คิดไปแล้วขนอ่อนก็พร้อมใจตั้งชันขึ้นอีกแล้ว
'พระเอกฮาเร็มคนนี้น่ากลัวจริง ๆ เก็บหมดอย่างกับล่าแต้ม บรือ...'
“เหม่ออะไรของเจ้า”
หลานอวิ๋นเจียวหลุดจากภวังค์
นิสัยของหลานเพ่ยจือแข็งกระด้างเย่อหยิ่ง นางเองก็คงชื่นชอบหานเซียนอ๋องเช่นเดียวกันทว่ากลับไม่เคยแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งเฉกเช่นบทอันน่าเกลียดของหลานอวิ๋นเจียวก่อนที่นางจะปรากฏตัว
หลานอวิ๋นเจียวยังรู้จักอีกฝ่ายไม่มากพอ ดังนั้นอย่าเพิ่งสร้างศัตรูยามนี้จะเป็นการดี “พี่หญิงรอง”
“หึ นึกว่าตนเองเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่เลยคิดจะทำตัวเละเทะอย่างไรก็ได้หรือ หากชอบหานเซียนอ๋องมากขนาดนั้นเจ้าไม่ให้ท่านพ่อไปขอสมรสพระราชทานซะเลยเล่า น่ารังเกียจ”
หลานอวิ๋นเจียวข่มความขุ่นเคืองไว้ในใจ ริมฝีปากสีกุหลาบแย้มยิ้มไม่ทุกข์ร้อน ท่าทีดูแคลนผู้อื่นเช่นนี้ช่างน่าหมั่นไส้นัก ทั้งที่ตัวเองก็ชอบหานเซียนอ๋องมาก แต่กลับเสแสร้งว่าตนเองแตกต่างจากสตรีทั่วแคว้น อย่างนั้นมิสู้นางลองหยั่งเชิงอีกฝ่ายเล่นเสียหน่อยคงไม่เสียหาย
หลานอวิ๋นเจียวยิ้มกว้าง คิดยืมร่างแม่ดอกบัวขาวจากพี่หญิงใหญ่มาใช้ดูบ้าง “ความคิดของพี่หญิงรองเฉียบแหลมจริงเชียว น้องสาวสมองทึบเช่นข้าเหตุใดจึงนึกไม่ถึงกันนะ ขอบคุณพี่หญิงที่ชี้แนะ ไว้ข้าจะลองไปขอร้องท่านพ่อดูเสียหน่อย”
“เจ้า!” หลานเพ่ยจือขบเคี้ยวเขี้ยวฟัน กระนั้นก็มิได้ผลีผลามทำสิ่งใดอีก
อย่างไรเสียหลานอวิ๋นเจียวก็เป็นลูกสาวคนโปรดของบิดา ต่อให้นางสร้างเรื่องน่าอดสูให้สกุลหลานอีกกี่ร้อยหนก็หลุดพ้นจากบทลงโทษโดยง่ายอยู่ดี บุตรที่ถือกำเนิดจากฮูหยินรองเช่นนางจะกล้าเผยอไปเทียบชั้นกับบุตรีที่ถือกำเนิดจากฮูหยินใหญ่ได้อย่างไร
“หากพี่หญิงรองไม่มีเรื่องใดแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะ ตอนนี้ข้าปวดขาจนยืนแทบไม่ไหวแล้วด้วย”
หลานเพ่ยจือแค่นเสียง “เชิญ น้องหญิงสามถนอมตัวด้วย”
หลานอวิ๋นเจียวยิ้มหวาน “พี่หญิงรองก็เช่นกันเจ้าค่ะ”
ร่างระหงเดินผ่านหน้าหลานเพ่ยจือไปอย่างเนิบช้า สายตาอันเย็นชาของหลานเพ่ยจือผู้นี้จะว่ามีไอสังหารก็ไม่ใช่ จะว่าชิงชังก็ไม่เชิง ดู ๆ ไปแล้วก็น่าแปลกเช่นเดียวกัน
‘ขึ้นชื่อว่านางเอก นิสัยก็คงไม่แย่ขนาดนั้นกระมัง’
หลานอวิ๋นเจียวขมวดคิ้วแน่น ยิ่งคิดก็ยิ่งหดหู่ ไม่รู้ว่านางจะสามารถเอาตัวออกมาจากวงจรอุบาทว์ที่กำลังรออยู่ได้หรือไม่ หวังเพียงว่าสวรรค์จะไม่ใจร้ายเกินไป หากต้องใช้สามีร่วมกับพี่สาว หลานอวิ๋นเจียวขอตายแล้วไปเกิดใหม่ที่โลกหน้ายังดีเสียกว่า
“น้องหญิงสาม เป็นอย่างไรบ้าง”
หลานอวิ๋นเจียวแหงนหน้าขึ้นก็เห็นรอยยิ้มละไมสะท้อนกลับมา ทว่าแววตาเปล่งประกายคู่นั้นกลับไม่มีความจริงใจแฝงอยู่เลยสักเสี้ยว ช่างแตกต่างจากสายตาที่ขึงขังของหลานเพ่ยจือลิบลับ
หลานอวิ๋นเจียวไม่ใช่คนโง่ มองมาจากต่างโลกยังรู้เลยว่ารอยยิ้มพี่สาวคนนี้ล้วนซ่อนไปด้วยมีดปลายแหลมคม “พี่หญิงใหญ่ มาได้อย่างไรเจ้าคะ”
“ข้าต้มยามาให้เจ้า นั่งคุกเข่าถึงสองวันคงลำบากน่าดู มาเถิดข้าจะช่วยประคองเจ้าเอง”
หลานอวิ๋นเจียวยิ้มประหลาด แม้หลานพินถิงนั้นดูสงบนิ่งใจเย็น กระนั้นเรื่องที่หลานอวิ๋นเจียวถูกลงโทษแต่ละครั้ง ล้วนเป็นเพราะอีกฝ่ายสุมไฟลงไปมิใช่หรือ
