บทที่ 1 นางเอกปลาเค็ม (1)
ตั้งแต่ถูกลากตัวกลับมาทั้งที่เสียงในหัวยังสับสน หลานอวิ๋นเจียวก็โดนยายแก่ที่ไหนไม่รู้ต่อว่าจนหูชา กว่าหญิงสาวจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นางก็ถูกส่งไปนั่งคุกเข่าในศาลบรรพชน
ที่น่าทึ่งยิ่งกว่า สมองของหลานอวิ๋นเจียวราวกับถูกตั้งค่าให้กลายเป็นคนในยุคโบราณไปอย่างแท้จริง กระทั่งวาจาที่เปล่งออกมาแทบไม่ต้องพยายามเลยด้วยซ้ำ นางก็สามารถเอ่ยมันได้อย่างคล่องปาก ความประหลาดใจซัดเข้ามาไม่หยุดเพราะอยู่ ๆ ในหัวของนางก็มีเรื่องราวผุดขึ้นมาเองอย่างกับสายน้ำ
หลานอวิ๋นเจียวมีความทรงจำที่ถูกกำหนดไว้ในนิยายก่อนหน้าแล้ว นางมิได้นั่งอยู่ที่ศาลบรรพชนครั้งแรก ทว่ากลับเป็นสถานที่ที่นางเข้าออกเป็นว่าเล่น
คิ้วสวยกระตุกริก ๆ เพราะนิสัยของนางในเนื้อเรื่องช่างเป็นหญิงสาวที่หน้าด้านหน้ามึนนัก เพียงเพราะอยากไปพบหานเซียนอ๋อง ตัวละครหลานอวิ๋นเจียวคนนั้นถึงกับไม่สนว่าผู้คนจะครหาตนอย่างไร ฝ่ามือเล็กยกขึ้นตบหน้าผากตนดังแปะ นี่หรือคือนางเอก คติประจำใจคงเรียกว่าด้านได้อายอดกระมัง
อับอาย อับอายเสียจริง!
“ภาพในหัวนี่คือข้าจริงหรือ บ้าผู้ชายขนาดหนัก” หลานอวิ๋นเจียวยกมือลูบต้นแขนที่มีขนอ่อนบนกายลุกขึ้นเกรียว เสียชื่อจอมยุทธ์หญิงเจียวเจียวหมด
หญิงสาวพยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้แตกกระเจิง “เจียวเจียว อาจจะฝันก็ได้นะ” คิดได้เช่นนั้นนางก็ยิ้มออก กระนั้นต่อให้พยายามหยิกแขนตีขาอย่างไร เสียงใสก็ต้องร้องโอดครวญไม่หยุด หลานอวิ๋นเจียวแทบปล่อยโฮ หากไม่เพราะยังหลงเหลือความทรงจำจากยุคเดิมที่ติดตัวมาด้วย นางก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตในสภาพคุณหนูสามนี่อย่างไร
“พิลึก นี่มันพิลึกพิลั่นที่สุดในชีวิต นักเขียนคนนั้นเป็นปีศาจหรืออย่างไร”
หลานอวิ๋นเจียวเคยอ่านนิยายมาก็มาก เรื่องย้อนเวลาทะลุมิติไม่ต้องเอ่ยถึง นางอ่านมาแล้วนับร้อยนับพันเพราะเป็นพล็อตที่โปรดปราน ต่อให้บอกว่าเหมือนจะซ้ำแต่เนื้อหาแต่ละเรื่องล้วนต่างกันออกไปตามจิตวิญญาณของนักเขียน หากแต่บทบาทส่วนใหญ่ที่นางเอกทะลุมิติจิตวิญญาณล้วนไปติดร่างผู้อื่นหรือไม่ก็มีชื่อมีตัวตนในโลกใบนั้นแต่แรกอยู่แล้ว
ทว่าการทะลุมิติของนางกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะบทบาทคุณหนูสามที่ถูกกล่าวถึง ราวกับระบบได้เพิ่มมันเข้ามาเสียดื้อ ๆ
ดังนั้นหลานอวิ๋นเจียวไม่ได้ทะลุมิติเข้ามาแค่จิตวิญญาณ ทว่านางนำพากายหยาบของตนมาด้วย และเพื่อให้สมกับการกล่าวขานว่าเป็นนางเอก
ถึงแม้จะเป็นนางเอกหนึ่งในฮาเร็มก็เถอะนะ ฟังดูช่างหดหู่ไม่น้อย
ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย เพราะร่างกายที่เคยมากด้วยมวลกล้ามเนื้อเฉกเช่นนักกีฬาผู้แข็งแรง กลับกลายเป็นร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างกับนางละคร ร่างกายที่หลานอวิ๋นเจียวเคยละเลยกลับนวลปลั่งขึ้นมาหลายส่วน
ที่แห่งนี้ไม่มีสกินแคร์เฉกเช่นโลกใบเดิม แต่เหตุใดใบหน้าและผิวพรรณถึงได้ขาวผ่องดั่งหิมะแรก หนำซ้ำยังนุ่มนิ่มปวกเปียกซะยิ่งกว่าสำลี หลานอวิ๋นเจียวถอนหายใจระลอกใหญ่ ไม่รู้ความสามารถของนางถูกริบไปด้วยหรือไม่ บางทีอาจต้องหาปืนสักกระบอกมาลองยิงเป้า
ทว่ายุคสมัยนี้จะไปหาปืนกลมาจากที่ใด หลานอวิ๋นเจียวใคร่ครวญไปมาก็พลันนึกออก ธนู ใช่แล้ว แม้จะย้อนเวลามาหลายร้อยปีทว่าก็ยังมีธนูที่เป็นอาวุธแทน หลานอวิ๋นเจียวถอนหายใจตาละห้อย
โถ่ถัง! ช่างเป็นชีวิตที่รันทดไม่ไหว โซเชียลไม่มี มือถือก็ยังไม่เกิด
ถึงอย่างไรก็กลับไปไม่ได้ เช่นนั้นมิสู้สานฝันของตนให้เป็นความจริง ยุคจีนโบราณมิใช่เพียงแค่จินตนาการยามอ่านนิยายแล้ว จะว่าไปก็น่าตื่นเต้นไม่น้อย นับจากนี้มาใช้ชีวิตให้ดีในฐานะจอมยุทธ์หญิงเถิด ส่วนพระเอกซิฟิลิสคนนั้นก็ลืมไปเสีย หลานอวิ๋นเจียวคนใหม่จะไม่ขอเหลือบแลเขาอีกต่อไป
เพราะมีหลายอย่างให้ต้องครุ่นคิด จนนางลืมไปเสียสนิทว่าเวลาผ่านไปเท่าใด ทว่านั่งคุกเข่านานเข้าร่างกายอันบอบบางจึงเริ่มไม่ไหว ขาทั้งสองข้างชาจนเรียกว่าอัมพาตครึ่งท่อนได้เลยทีเดียว
หลานอวิ๋นเจียวพ่นลมขึ้นจมูก “ปวดขาชะมัดยาด นักเขียนปีศาจ อยากจับมาเป็นเป้ายิงปืนนัก โอ๊ะ เจ็บ ๆ”
ระหว่างที่หลานอวิ๋นเจียวบ่นกระปอดกระแปดอยู่นั้น ประตูที่ปิดสนิทที่เบื้องหลังก็ถูกแง้มออก เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ กระทั่งมาหยุดที่ตรงหน้านาง อีกฝ่ายนั่งลงกล่าว
“คุณหนูท่านเจ็บหรือไม่”
หลานอวิ๋นเจียวจ้องตอบอีกฝ่าย หญิงสาวผู้นี้ก็คือคนที่เรียกนางในตอนนั้น
หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้า ทว่ามิได้พูด
“โถ คุณหนูของบ่าว คงหิวแย่แล้ว”
หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้าหงึกหงัก นางหิวจนแทบกลืนช้างได้ทั้งตัว
“เช่นนั้นกินนี่รองท้องก่อนนะเจ้าคะ เมื่อครู่บ่าวบังเอิญเจอคุณหนูใหญ่ นางยึดอาหารไปหมดเลย โชคดีที่บ่าวคว้าขนมไว้ได้หนึ่งชิ้น”
หญิงตรงหน้าดูเหมือนจะเป็นสาวใช้คนสนิทของนาง สายตาห่วงใยและเอาใจใส่ทำให้จิตใจของหลานอวิ๋นเจียวถึงกับอ่อนยวบ
หลานอวิ๋นเจียวยิ้มตาปิด จากนั้นรับขนมไปกัดคำโต “ขอบคุณนะ”
สาวใช้มองคุณหนูที่น่าเวทนาก็แทบร้องไห้โฮ “ค่อย ๆ ทานเจ้าค่ะ เดี๋ยวติดคอ”
หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้ารับ
“คืนนี้มีเทศกาลโคมไฟ ฮูหยินผู้เฒ่าอนุญาตแล้วว่าคุณหนูออกจากศาลบรรพชนไปเที่ยวเล่นได้ แต่ห้ามก่อเรื่องใหญ่อีกเจ้าค่ะ คุณหนูอยากไปหรือไม่” สาวใช้ยิ้มกล่าว
หลานอวิ๋นเจียวหูผึ่ง นางรีบยัดขนมที่เหลือลงคอ
แค่ก แค่ก
สาวใช้ตกใจ รีบช่วยลูบแผ่นหลังบางด้วยความเป็นห่วง “ช้าหน่อยสิเจ้าคะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่หลานอวิ๋นเจียวจะได้สัมผัสกลิ่นอายของยุคจีนโบราณขนานแท้ ความตื่นเต้นเผยออกมาจนปิดไม่มิด “เทศกาลโคมไฟรึ ไป ข้าอยากไป”
