4
ความอัปยศกลางลานหินของสำนักแพทย์โอสถยังคงสลักลึกในใจของอวี้ซินซิน ความพ่ายแพ้อย่างหมดรูปทำให้นางกินไม่ได้นอนไม่หลับ เมื่อกลับถึงจวนตระกูลอวี้ อนุซูเสียนผู้เป็นมารดาก็รีบวางแผนการใหม่ให้บุตรสาวทันที นางใช้เงินทองจำนวนมากติดสินบนบ่าวรับใช้ขั้นต่ำในสำนักแพทย์ เพื่อให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของอวี้หนิงหนิง
อวี้หนิงหนิงล่วงรู้ความเคลื่อนไหวอันโง่เขลานี้อย่างทะลุปรุโปร่ง สัญชาตญาณจากการถูกหักหลังในอดีตสอนให้นางระแวดระวังตัวทุกฝีก้าว นางจงใจเขียนตำรับยาบำรุงปราณสูตรใหม่ทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานในเรือนพัก ตำรับยานี้ดูเผินๆ เหมือนสูตรยาล้ำค่าที่สามารถเพิ่มพลังวัตรได้มหาศาล
ทว่านางได้สลับตัวยาสองชนิดอย่างแนบเนียน นั่นคือเปลี่ยนจากหญ้าหยาดน้ำค้างเป็นหญ้ากลืนวิญญาณ ซึ่งมีฤทธิ์ตีกลับอย่างรุนแรงหากนำไปเคี่ยวรวมกับบัวหิมะ
บ่าวรับใช้ที่ถูกซื้อตัวลอบเข้ามาขโมยคัดลอกตำรับยานั้นไปส่งให้อวี้ซินซินในคืนเดียวกัน
สามวันต่อมาอวี้ซินซินปรากฏตัวที่หน้าสำนักแพทย์โอสถอีกครั้ง คราวนี้นางแต่งกายด้วยชุดสีฟ้าอ่อนดูสุภาพเรียบร้อย ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ นางขอเข้าพบอาจารย์จวิ้นเสวียนพร้อมกับกล่องไม้จันทน์หอมที่สลักลวดลายงดงาม
ภายในห้องโถงใหญ่ของสำนัก อาจารย์จวิ้นเสวียนกำลังสนทนาเรื่องตัวยากับศิษย์ทั้งสี่ อวี้หนิงหนิงนั่งอยู่ด้านข้างอาจารย์
ใบหน้าของนางเรียบเฉยไร้อารมณ์ใดๆ เมื่อเห็นอวี้ซินซินขยับเท้าเข้ามาในห้อง
"ท่านปรมาจารย์ ศิษย์พี่ทุกท่าน" อวี้ซินซินค้อมศีรษะทำความเคารพอย่างอ่อนช้อย "หลายวันมานี้ข้ากลับไปทบทวนความรู้และสำนึกในความอ่อนด้อยของตนเอง ข้าจึงค้นคว้าตำราแพทย์โบราณของตระกูลอวี้จนค้นพบตำรับยาบำรุงปราณสูตรลับ ข้าได้ลงมือปรุงยานี้ด้วยตนเองอย่างสุดความสามารถ จึงนำมามอบให้ท่านปรมาจารย์เพื่อเป็นการขอขมาและพิสูจน์ความตั้งใจของข้าเจ้าค่ะ"
อวี้ซินซินเปิดกล่องไม้จันทน์หอมออก เผยให้เห็นเม็ดยาสีน้ำตาลทองเกลี้ยงเกลา กลิ่นหอมประหลาดลอยอบอวลไปทั่วห้องโถง จางเย่ จางซุน และจางเหิงต่างชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความสนใจ กลิ่นหอมเช่นนี้ชวนให้รู้สึกสดชื่นและพลังปราณในร่างคล้ายจะหมุนเวียนได้ดีขึ้น
"กลิ่นยาล้ำลึกยิ่งนัก" จางเหิงเอ่ยชมด้วยความประหลาดใจ "แม่นางอวี้ซินซินช่างมีความพยายาม ไม่เสียแรงที่เป็นสายเลือดตระกูลอวี้"
อวี้ซินซินยิ้มรับคำชมอย่างภาคภูมิใจ นางปรายตามองอวี้หนิงหนิงอย่างท้าทาย หวังจะเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของศัตรู ทว่าดวงตาหงส์คู่นั้นกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
อาจารย์จวิ้นเสวียนรับเม็ดยามาพิจารณาใกล้ๆ เขาสูดดมกลิ่นและใช้เล็บสะกิดผิวตัวยาเล็กน้อยเพื่อลิ้มรส หัวคิ้วของชายชราขมวดเข้าหากันทันที ความเงียบงันปกคลุมห้องโถงใหญ่จนน่าอึดอัด
"อวี้ซินซิน เจ้าบอกว่ายานี้คือยาบำรุงปราณอย่างนั้นหรือ" อาจารย์จวิ้นเสวียนถามเสียงเข้ม
"เจ้าค่ะ ท่านปรมาจารย์ เป็นสูตรลับที่ข้าถอดความมาจากตำราโบราณด้วยตนเอง" อวี้ซินซินตอบอย่างมั่นใจ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังก้าวเท้าลงสู่หลุมพรางที่ลึกที่สุด
"เหลวไหลทั้งเพ" อาจารย์จวิ้นเสวียนตวาดลั่น เขากระแทกเม็ดยาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น "นี่มันคือยาพิษคร่าวิญญาณชัดๆ หากใครกลืนกินเข้าไป พลังปราณจะตีกลับจนธาตุไฟแตกซ่าน เส้นเลือดลมจะฉีกขาดและสิ้นใจตายอย่างทรมานภายในครึ่งชั่วยาม"
ถ้อยคำของปรมาจารย์ราวกับอสนีบาตฟาดลงกลางวง ศิษย์พี่ทั้งสามเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ถอยห่างจากกล่องไม้จันทน์หอมโดยอัตโนมัติ
"เป็นไปไม่ได้เจ้าค่ะ" อวี้ซินซินหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
"ข้าปรุงยาตามตำรับอย่างเคร่งครัด มันจะเป็นยาพิษไปได้อย่างไร ท่านปรมาจารย์ต้องเข้าใจผิดแน่ๆ"
"เจ้ากล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้ บังอาจดูหมิ่นสายตาของข้าเชียวหรือ" อาจารย์จวิ้นเสวียนโกรธจัด
"ในตัวยามีส่วนผสมของหญ้ากลืนวิญญาณและบัวหิมะ สองสิ่งนี้เป็นปรปักษ์กันอย่างรุนแรง หากนำมาหลอมรวมกันจะเกิดปฏิกิริยาเป็นพิษร้ายแรง เจ้าบอกว่าศึกษาตำราแพทย์โบราณ แต่กลับไม่รู้ข้อห้ามพื้นฐานข้อนี้ ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก"
อวี้ซินซินลนลานจนทำอะไรไม่ถูก นางหันไปมองอวี้หนิงหนิงทันที ความจริงกระจ่างชัดในหัว ตำรับยาที่นางให้คนขโมยมาคือกับดัก อวี้หนิงหนิงจงใจเขียนสูตรยาพิษเพื่อหลอกนาง
"เป็นท่าน ท่านพี่หนิงหนิง ท่านวางแผนใส่ร้ายข้า" อวี้ซินซินชี้หน้าด่าทอเสียงแหลม
"ตำรับยานี้ข้าได้มาจากกระดาษที่ท่านทิ้งไว้ในเรือนพัก ท่านจงใจเขียนสูตรยาพิษเพื่อหลอกให้ข้าปรุงมามอบให้อาจารย์ ท่านมันสตรีจิตใจอำมหิต"
อวี้ซินซินทำให้ทุกคนหันขวับไปมองอวี้หนิงหนิงเป็นตาเดียว
อวี้หนิงหนิงลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าของนางสง่างามและเยือกเย็น แววตาที่มองดูอวี้ซินซินเต็มไปด้วยความสมเพชและเย้ยหยัน
“อวี้ซินซิน วาจาของเจ้าช่างย้อนแย้งในตัวเองยิ่งนัก" อวี้หนิงหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทรงพลัง
"เมื่อครู่เจ้าเพิ่งป่าวประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า ตำรับยานี้เจ้าถอดความมาจากตำราโบราณของตระกูลอวี้ด้วยตนเอง ไฉนตอนนี้จึงกลับคำ กลายเป็นว่าเจ้าไปขโมยกระดาษทดลองยาของข้าจากเรือนพักมาแอบอ้างเล่า ตกลงว่าเจ้าเป็นอัจฉริยะผู้ค้นพบสูตรลับ หรือเป็นเพียงหัวขโมยไร้สมองที่ลอกผลงานผู้อื่นมาส่งกันแน่"
วาจาตอกย้ำความจริงทำให้อวี้ซินซินดิ้นไม่หลุด นางอ้าปากค้าง ไร้ซึ่งคำแก้ตัวใดๆ ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้บิดเบี้ยวไปด้วยความอับอายและเคียดแค้น
จางเย่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง "แม่นางอวี้ซินซิน เจ้าขโมยผลงานของผู้อื่นมาแอบอ้าง ซ้ำยังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคือยาพิษ หากอาจารย์ไม่ตรวจสอบให้ดี แล้วมีผู้นำไปกิน ชีวิตของคนผู้นั้นมิกลายเป็นเครื่องสังเวยความโง่เขลาของเจ้าหรอกหรือ"
"จิตใจของเจ้าช่างคับแคบและเต็มไปด้วยความริษยา" จางซุนเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ข้าไม่คิดเลยว่าสตรีที่ดูอ่อนโยนน่าทะนุถนอมเช่นเจ้า จะมีพฤติกรรมต่ำช้าถึงเพียงนี้"
แม้แต่จางเหิงที่เคยสงสารนางก็ยังมองด้วยสายตาหวาดระแวง "เจ้ากลับไปเถิด สำนักแพทย์โอสถไม่อาจต้อนรับผู้ที่มีนิสัยมักง่ายและลักขโมยผลงานผู้อื่นได้"
อาจารย์จวิ้นเสวียนถอนหายใจยาว สะบัดแขนเสื้ออย่างแรง "นำยาพิษของเจ้ากลับไป และอย่าได้เข้ามาเหยียบที่สำนักของข้าอีก หากข้าพบเห็นหน้าเจ้าบนยอดเขาไร้ทุกข์แห่งนี้ ข้าจะสั่งให้คนจับเจ้าโยนลงไปข้างล่าง"
อวี้ซินซินน้ำตาร่วงหล่นราวกับสายฝน นางก้มหน้ารับความอัปยศอย่างถึงที่สุด มือเรียวกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ กล่องไม้จันทน์หอมถูกปิดลงอย่างแรง นางหมุนตัววิ่งหนีออกจากห้องโถงไปพร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่ดังระงม
การกระทำของนางในวันนี้ได้สร้างรอยด่างพร้อยขนาดใหญ่ในใจของอาจารย์และศิษย์พี่ทั้งสาม ความเคลือบแคลงใจถูกจุดประกายขึ้นแล้ว พวกเขาเริ่มตระหนักว่าภายใต้ใบหน้าใสซื่อของอวี้ซินซิน ซ่อนเร้นไปด้วยความละโมบและความริษยาที่น่ากลัว
อวี้หนิงหนิงมองตามแผ่นหลังที่วิ่งเตลิดไปของอวี้ซินซินด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หางจิ้งจอกของเจ้าเพิ่งจะโผล่ออกมาให้คนอื่นเห็น ข้าจะค่อยๆ ถลกหนังจิ้งจอกของเจ้าออกทีละชั้น ให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ภายใน
"หนิงหนิง" อาจารย์จวิ้นเสวียนเรียกสติศิษย์รัก
"เจ้าเขียนสูตรยาพิษทิ้งไว้ในเรือนพักได้อย่างไร หากมีผู้ใดไม่รู้เรื่องนำไปปรุงกินจะทำเช่นไร วันหลังต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้"
อวี้หนิงหนิงค้อมศีรษะรับคำตักเตือนอย่างนอบน้อม "ศิษย์ผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ศิษย์เพียงแค่กำลังทดลองหาวิธีต้านพิษของหญ้ากลืนวิญญาณ จึงจดบันทึกความคิดเอาไว้ ไม่คิดว่าจะมีหัวขโมยหน้าด้านลอบเข้ามาคัดลอกไป ศิษย์จะระมัดระวังให้มากขึ้นเจ้าค่ะ"
ยิ่งทำให้อาจารย์และศิษย์พี่รู้สึกเห็นใจนางมากขึ้นที่ถูกน้องสาวต่างมารดากลั่นแกล้งและขโมยผลงาน
ในขณะที่อวี้หนิงหนิงกำลังจัดการปัญหาในสำนักอย่างแยบคาย
ทางด้านวังหลวง รัชทายาทลู่เทียนหยางกำลังนั่งฟังรายงานจากองครักษ์เงาด้วยความสนใจ นัยน์ตาดอกท้อทอประกายระยิบระยับเมื่อได้ยินชื่อของสตรีที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้
"อวี้หนิงหนิง บุตรสาวภรรยาเอกแห่งจวนราชครู ศิษย์เอกอันดับหนึ่งของสำนักแพทย์โอสถ"
ลู่เทียนหยางพึมพำชื่อนางแผ่วเบา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
"นางช่างเป็นสตรีที่น่าค้นหายิ่งนัก ดูเหมือนว่าชีวิตอันแสนน่าเบื่อของข้าในเมืองหลวง กำลังจะมีเรื่องสนุกให้ทำเสียแล้ว"
รัชทายาทหนุ่มลูบคลำบาดแผลที่หน้าอกซึ่งสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยยาถอนพิษชั้นเลิศของนาง เขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า ไม่ว่าสตรีผู้นี้จะมีอดีตหรือเป้าหมายใด เขาจะขอเข้าไปพัวพันและครอบครองหัวใจที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งของนางให้จงได้
